วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

กฎข้อบังคับกีฬากอล์ฟ

หมวด 1 มารยาท

ไมตรีจิตในสนาม

ความปลอดภัย
ก่อนตีลูกหรือซ้อมสวิง ผู้เล่นควรแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดยืนอยู่ใกล้หรืออยู่ในตำแหน่งที่อาจจะโดนไม้ กอล์ฟ ก้อนหิน ก้อนกรวด กิ่งไม้ หรือสิ่งอื่นที่คล้ายกันที่อาจจะทำให้กระเด็นไปโดนเนื่องจากการตี หรือการสวิง

การคำนึงถึงเล่นอื่นๆ
ควรให้ผู้เล่นที่ได้ออนเนอร์ (ดูนิยามศัพท์) ได้เล่นลูกบนแท่นทีก่อนฝ่ายตรงข้าม หรือผู้ร่วมแข่งขัน ไม่ควรเคลื่อนไหว พูดคุย ยืนใกล้ หรือยืนหลังลูก หรือหลังหลุมโดยตรง ขณะผู้เล่นกำลังจรดลูก หรือขณะกำลังทำการตีลูก และยังไม่ควรตีจนกว่าผู้เล่นข้างหน้าได้พ้นระยะลูกไปแล้ว

ช่วงระยะเวลาในการเล่น
เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ผู้เล่นทุกคนควรเล่นโดยไม่ชักช้า เพื่อเป็นการประหยัดเวลา หากผู้เล่นเชื่อว่าลูกของตนอาจจะหายนอกอุปสรรคน้ำ หรือออกนอกสนาม ผู้เล่นควรเล่นลูกสำรองไปด้วย ผู้เล่นที่กำลังค้นหาลูก และเห็นได้ชัดว่าจะหาลูกไม่พบได้โดยง่าย ควรให้สัญญาณแก่ผู้เล่นกลุ่มหลังให้ผ่านไปก่อน ไม่ควรใช้เวลาในการค้นหาลูกจนครบห้านาทีก่อนที่จะทำเช่นนั้น
ผู้เล่นไม่ควรเล่นต่อไปจนกว่าผู้เล่นกลุ่มหลังได้เล่นผ่านไปก่อน และพ้นระยะตีของตนแล้ว ผู้เล่นควรเดินลงจากกรีนทันทีเมื่อเล่นจบแล้ว หากกลุ่มที่เล่นอยู่ไม่อาจรักษาตำแหน่งการเล่นในสนามโดยกลุ่มข้างหน้าทิ้ง ระยะห่างจนเกิดช่องว่างมากกว่าหนึ่งหลุม ควรเชิญให้กลุ่มที่ตามหลังมาผ่านไปก่อน

ลำดับก่อนหลังในสนาม
หากไม่มีกฎข้อบังคับเป็นพิเศษ กลุ่มที่มีผู้เล่นสองคน ควรมีสิทธิ์ได้รับเชิญให้ผ่านกลุ่มที่มีผู้เล่นสามหรือสี่คนไปก่อน ผู้เล่นคนเดียวไม่มีสิทธิ์ใดๆ และควรหลีกทางให้ผู้เล่นที่ตามหลังมาได้เล่นผ่านไปก่อน กลุ่มผู้เล่นเต็มรอบมีสิทธิ์ที่จะขอผ่านกลุ่มที่เล่นไม่ครบรอบ

การระวังรักษาสภาพสนาม

รอยต่างๆ ในบังเกอร์ (บังเกอร์-ดูนิยามศัพท์)
ผู้เล่นควรเกลี่ยรอยเท้าของตน และรอยหลุมต่างๆ ในบังเกอร์ให้ราบเรียบอย่างระมัดระวังก่อนออกจากบังเกอร์

ซ่อมรอยไดวอท รอยลูกตก และความเสียหายจากรองเท้าตะปู
ผู้เล่นควรซ่อมแซมรอยไดวอทที่เกิดจากการตีของตน และซ่อมแซมความเสียหายใดๆ อันเกิดจากลูกบนกรีนด้วยความระมัดระวัง และเมื่อผู้เล่นทุกคนในกลุ่มเล่นจบหลุมนั้นๆ แล้ว ควรซ่อมความเสียหายที่เกิดขึ้นจากรอยรองเท้าตะปูบนกรีนด้วย

ความเสียหายต่อกรีนที่เกิดจากคันธง ถุงกอล์ฟ ฯลฯ
ผู้เล่นควรระมัดระวัง ขณะวางถุงกอล์ฟ หรือวางคันธงบนกรีน จะไม่ทำความเสียหายต่อกรีน และทั้งผู้เล่น และแคดดี้ของตนจะไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อหลุม ขณะยืนใกล้หลุม ขณะจับคันธง หรือขณะหยิบลูกออกจากหลุม ก่อนลงจากกรีนควรปักธงไว้ที่เดิมให้เรียบร้อย ผู้เล่นไม่ควรทำให้กรีนเสียหายด้วยการใช้พัตเตอร์ค้ำยันตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ควรใช้พัตเตอร์ตักลูกออกจากหลุม

รถกอล์ฟ
ควรปฏิบัติตามระเบียบการใช้รถกอล์ฟของสนามอย่างเคร่งครัด

ความเสียหายจากการซ้อมสวิง
ในการซ้อมสวิง ผู้เล่นควรหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดความเสียหายจนเป็นรอยไดวอทในสนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนแท่นตั้งที





หมวด 2 นิยามศัพท์

นิยามศัพท์ถูกจัดเรียงตามพยัญชนะภาษาอังกฤษ และนิยามศัพท์ปรากฏซ้ำอีกตอนเริ่มกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของกฎข้อบังคับศัพท์ที่ได้นิยามไว้แล้วจะจัดพิมพ์เป็นตัวอักษรเอียง เฉพาะครั้งแรกที่กล่าวถึง และอาจจะมีความสำคัญต่อการนำกฎข้อบังคับไปใช้

สภาพพื้นที่ผิดปกติ (Abnormal Ground Conditions)
"สภาพพื้นที่ผิดปกติ" หมายถึง น้ำชั่วคราว พื้นที่ซ่อม หรือหลุม คราบสัตว์ ทางวิ่งของสัตว์ในสนามที่เกิดจากสัตว์ที่อาศัยอยู่ในโพรง สัตว์เลื้อยคลาน หรือนก

การจรดลูก (Addressing the Ball)

ผู้เล่นได้ "จรดลูกแล้ว" เมื่อผู้เล่นได้เข้าไปยืนและได้จรดไม้กอล์ฟ ยกเว้นในอุปสรรค ผู้เล่นได้จรดลูกเมื่อผู้เล่นเข้าไปทำการยืนแล้ว

คำปรึกษา (Advice)
"คำปรึกษา" หมายถึง คำตักเตือน หรือคำแนะนำที่สามารถส่งผลให้ผู้เล่นนำไปกำหนดการเล่น เช่น การเลือกใช้ไม้กอล์ฟ หรือวิธีการตี การบอกกล่าวเรื่องกฎข้อบังคับ หรือข้อมูลที่เป็นที่เปิดเผยทั่วไป เช่น ตำแหน่งอุปสรรค หรือตำแหน่งคันธงบนกรีน ไม่ถือว่าเป็นคำปรึกษา

ลูกที่ถือว่าเคลื่อนที่ (Ball Deemed to Move)
ดู "เคลื่อนที่ หรือ เคลื่อนที่ไปแล้ว" (Move or Moved)

ลูกลงหลุม (Ball Holed)
ดู "ลงหลุมแล้ว" (Holed)

ลูกหาย (Ball Lost)
ดู "ลูกหาย" (Lost Ball)

ลูกที่อยู่ในการเล่น (Ball in Play)
ลูกที่อยู่ "ในการเล่น" ทันที เมื่อผู้เล่นตีลูกจากแท่นตั้งที ลูกยังคงอยู่ในการเล่นจนกระทั่งลูกลงหลุมแล้ว ยกเว้นเมื่อลูกหายหรือลูกออกนอกสนาม หรือเมื่อหยิบลูกขึ้น หรือใช้อีกลูกหนึ่งเล่นแทน ไม่ว่าการนำลูกใหม่มาใช้แทนนั้นได้รับอนุญาตหรือไม่ก็ตาม ลูกที่นำมาใช้เล่นแทนที่นั้นกลายสภาพมาเป็นลูกที่อยู่ในการเล่น

บังเกอร์ (Bunker แปลว่า บ่อทราย)
"บังเกอร์" หมายถึง อุปสรรคที่ประกอบด้วยพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ มีลักษณะเป็นหลุมที่ได้ขุดเอาหญ้า หรือดินออกไป แล้วนำทราย หรือสิ่งอื่นที่คล้ายกันมาใส่ไว้แทน พื้นที่ที่มีหญ้าที่ปกคลุมพื้นที่โดยรอบอยู่ภายในบังเกอร์ ไม่ถือว่าเป็นส่วนของบังเกอร์ เขตของบังเกอร์ต่อเนื่องลงไปในแนวตั้งฉากจากพื้น แต่ไม่ต่อเนื่องขึ้นข้างบน ลูกที่ถือว่าอยู่ในบังเกอร์ คือลูกที่อยู่ในบังเกอร์ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับบังเกอร์

สัตว์ที่อาศัยอยู่ในโพรง (Burrowing Animal)
"สัตว์ที่อาศัยอยู่ในโพรง" หมายถึง สัตว์ที่ขุดรู หรือสัตว์ที่ทำรังเป็นที่อาศัย เช่น กระต่าย ตัวตุ่น หมูตอน หรือกิ้งก่า หมายเหตุ หลุมที่ขุดโดยสัตว์ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในโพรง เช่น สุนัข ไม่ถือว่าเป็นสภาพพื้นที่ผิดปกติ เว้นแต่จะมีการทำเครื่องหมายระบุไว้ หรือประกาศให้เป็นพื้นที่ซ่อม

แคดดี้ (Caddie)
"แคดดี้" หมายถึง ผู้ที่แบกถุงกอล์ฟ หรือดูแลไม้กอล์ฟของผู้เล่นระหว่างการเล่น หรือไม่ก็เป็นผู้ที่ช่วยเหลือผู้ล่นตามกฎข้อบังคับ เมื่อมีผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนใช้แคดดี้คนเดียวกัน ให้ถือว่าเป็นแคดดี้ของผู้เล่นที่เป็นเจ้าของลูกที่กำลังเล่นอยู่ และให้ถือว่าอุปกรณ์ที่แคดดี้ถืออยู่เป็นอุปกรณ์ของผู้เล่นคนนั้นด้วย ยกเว้น ในขณะที่แคดดี้ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้เล่นอีกคนหนึ่ง ในกรณีเช่นนี้ ถือว่าเป็นแคดดี้ของผู้เล่นคนนั้น

น้ำชั่วคราว (Casual Water)
"น้ำชั่วคราว" หมายถึง พื้นที่ในสนามที่มีน้ำขังสะสมชั่วคราว เห็นได้ทั้งก่อนหรือหลังจากผู้เล่นเข้าไปทำการยืน และไม่อยู่ในอุปสรรคน้ำ สำหรับหิมะและน้ำแข็งตามธรรมชาติเป็นได้ทั้งน้ำชั่วคราว หรือเป็นลูสอิมเพดิเม้นท์ (Loose Impediments แปลว่า สิ่งที่เป็นวัตถุธรรมชาติร่วงหล่นบนพื้น) แล้วแต่ผู้เล่นเลือกเอง สำหรับน้ำแข็งที่ผลิตเพื่อขายเป็นสิ่งกีดขวาง ลูกอยู่ในน้ำชั่วคราวเมื่อลูกอยู่ในน้ำชั่วคราว หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับน้ำชั่วคราว ส่วนน้ำค้างและน้ำค้างแข็งไม่ถือเป็นน้ำชั่วคราว

คณะกรรมการ (Committee)
"คณะกรรมการ" หมายถึง คณะกรรมการที่กำกับดูแลการแข่งขัน หรือถ้าไม่มีเรื่องเกี่ยวข้องกับการแข่งขัน ให้หมายถึงคณะกรรมการเป็นผู้ดูแลด้านสนาม

ผู้เข้าแข่งขัน (Competitor)

"ผู้เข้าแข่งขัน" หมายถึง ผู้เล่นในการแข่งขันแบบสโตรกเพลย์ ส่วน "ผู้ร่วมแข่งขัน" หมายถึง บุคคลที่ผู้เข้าแข่งขันเล่นอยู่ด้วย และต่างก็ไม่ได้เป็นพาร์ทเนอร์ซึ่งกันและกัน

สนาม (Course)
"สนาม" หมายถึง บริเวณพื้นที่ทั้งหมดที่อนุญาตให้เล่น (ดูกฎข้อ 33-2)

อุปกรณ์ (Equipment)
"อุปกรณ์" หมายถึง สิ่งใดๆ ที่ผู้เล่นใช้สวมใส่ หรือถือไว้ หรือมีไว้สำหรับผู้เล่น ยกเว้น ลูกที่ผู้เล่นได้ใช้เล่นในหลุมที่กำลังเล่นอยู่ และสิ่งเล็กๆ เช่น เหรียญ หรือทีที่ตั้งลูก เมื่อนำไปใช้มาร์คตำแหน่งลูก หรือนำไปใช้มาร์คระยะพื้นที่ทำการดรอปลูก ให้อุปกรณ์รวมถึงรถกอล์ฟ ไม่ว่าใช้เครื่องยนต์หรือไม่ก็ตาม ถ้าผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนใช้รถดังกล่าวร่วมกัน ให้ถือว่าทั้งรถและของทุกอย่างที่อยู่ในนั้นเป็นอุปกรณ์ของผู้เล่นที่เป็น เจ้าของลูกที่กำลังเล่นลูกอยู่ ยกเว้น เมื่อรถที่ใช้ร่วมกันขับเคลื่อนโดยผู้เล่นคนหนึ่งคนใด ให้ถือว่าทั้งรถและของทุกอย่างที่อยู่บนรถเป็นอุปกรณ์ของผู้เล่นคนนั้น หมายเหตุ ลูกที่ใช้เล่นในหลุมที่กำลังเล่นอยู่ กลายเป็นอุปกรณ์ต่อเมื่อได้ถูกหยิบขึ้น และยังไม่ถูกนำกลับเข้าไปเล่นต่อ

ผู้ร่วมแข่งขัน (Fellow-Competitor)

ดู"ผู้เข้าแข่งขัน"

คันธง (Flagstick)
"คันธง" หมายถึง เครื่องชี้ตำแหน่งที่เป็นลำตรงที่เคลื่อนย้ายได้ ไม่ว่าจะมีใบธงหรือวัสดุอื่นติดอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม ปักอยู่กลางหลุมเพื่อแสดงตำแหน่งที่ตั้งของหลุม และจะต้องมีลักษณะหน้าตัดเป็นทรงกลม

โฟร์แคดดี้ (Forecaddie แปลว่า เด็กหน้า)
"โฟร์แคดดี้" หมายถึง ผู้ที่คณะกรรมการจัดไว้ชี้ตำแหน่งลูกแก่ผู้เล่นระหว่างการเล่น และให้ถือว่าเป็นสิ่งภายนอก

พื้นที่ซ่อม
(Ground Under Repair)
"พื้นที่ซ่อม" หมายถึง ส่วนใดๆ ของสนามที่ทำเครื่องหมายไว้โดยคำสั่งคณะกรรมการ หรือประกาศโดยผู้แทนที่ได้รับอนุญาต ให้พื้นที่ซ่อมรวมถึงกองวัสดุที่จะทำการขนย้ายออกไป และรวมถึงหลุมที่ทำขึ้นโดยผู้ดูแลสนาม แม้ว่าไม่ได้ทำเครื่องหมายไว้ พื้นที่ทั้งหมดและสิ่งอื่นๆ ที่งอกเงยอยู่ในพื้นที่ซ่อม เช่น หญ้า พุ่มไม้ หรือต้นไม้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ซ่อม ขอบเขตของพื้นที่ซ่อมวัดดิ่งลงไปในแนวตั้งฉากกับพื้น แต่ไม่ต่อเนื่องขึ้นด้านบน ส่วนเสาหลักและเส้นที่กำหนดพื้นที่ซ่อมให้อยู่ในพื้นที่ซ่อม เสาหลักและเส้นที่ระบุพื้นที่ซ่อมดังกล่าวเป็นสิ่งกีดขวาง ลูกอยู่ในพื้นที่ซ่อมเมื่อลูกอยู่ในพื้นที่ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับพื้นที่ซ่อม
หมายเหตุ 1 เศษหญ้าที่ตัดทิ้งไว้ และวัสดุอื่นๆ ที่ถูกกองทิ้งไว้ในสนามและไม่มีเจตนาจะเคลื่อนย้ายออกไปจากสนาม ไม่ถือว่าเป็นพื้นที่ซ่อม เว้นแต่จะทำเครื่องหมายระบุไว้
หมายเหตุ 2 คณะกรรมการอาจออกกฎสนามเพื่อห้ามเล่นในพื้นที่ซ่อม หรือในบริเวณที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้กำหนดไว้ให้เป็นพื้นที่ซ่อม

อุปสรรค (Hazard)
"อุปสรรค" หมายถึง บังเกอร์ (บ่อทราย) หรืออุปสรรคน้ำ

หลุม (Hole)
"หลุม" จะต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 1/4 นิ้ว (108 มม.) และลึกอย่างน้อย 4 นิ้ว (100 มม.) ถ้าใช้ปลอกบุภายในหลุม จะต้องฝังลงไปต่ำกว่าผิวกรีนไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว (25 มม.) เว้นแต่สภาพธรรมชาติของดินไม่สามารถให้ทำได้เช่นนั้น สำหรับเส้นผ่าศูนย์กลางของขอบภายนอกจะต้องไม่เกิน 4 1/4 นิ้ว (108 มม.)

ลงหลุมแล้ว (Holed)
ลูก "ลงหลุมแล้ว" เมื่อลูกเข้าไปหยุดนิ่งภายในเส้นรอบวงของหลุม และทุกส่วนของลูกอยู่ต่ำกว่าระดับของปากหลุมลงไป

ออนเนอร์ (Honour แปลว่า ได้เกียรติ)
ผู้เล่นที่ได้เกียรติเล่นจากแท่นตั้งทีเป็นคนแรก เรียกว่าได้ "ออนเนอร์"

อุปสรรคน้ำด้านข้าง (Lateral Water Hazard)
"อุปสรรคน้ำด้านข้าง" หมายถึง อุปสรรคน้ำ หรือส่วนของอุปสรรคน้ำที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่คณะกรรมการถือว่าการดรอปลูก หลังน้ำตามกฎข้อ 26-1 ข เป็นไปไม่ได้ หรือไม่สามารถปฏิบัติได้ ควรทำเครื่องหมายของอุปสรรคน้ำที่จะเล่นเป็นอุปสรรคน้ำด้านข้างให้แตกต่าง กันไป ถือว่าลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำด้านข้างเมื่อลูกตกอยู่ในน้ำ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับอุปสรรคน้ำด้านข้าง
หมายเหตุ 1 ควรกำหนดอุปสรรรคน้ำด้านข้างด้วยหลักหรือเส้นสีแดง
หมายเหตุ 2 คณะกรรมการอาจออกกฎสนาม ห้ามเล่นในบริเวณที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้กำหนดไว้เป็นอุปสรรคน้ำด้านข้าง
หมายเหตุ 3 คณะกรรมการอาจกำหนดอุปสรรคน้ำด้านข้างให้เป็นอุปสรรคน้ำได้

เส้นทางเล่น (Line of Play)
"เส้นทางเล่น" หมายถึง ทิศทางบนกรีนที่ผู้เล่นต้องการตี (พัตต์) ให้ลูกของตนไป ยกเว้น ในเรื่องที่เกี่ยวกับกฎข้อ 16-1 จ เส้นทางพัตต์รวมถึงระยะด้านข้างพอควรทั้งสองข้างของทิศทางนั้น และไม่ต่อเนื่องเลยหลุม

เส้นทางพัตต์ (Line of Putt)
"เส้นทางพัตต์" หมายถึง ทิศทางบนกรีนที่ผู้เล่นต้องการตี (พัตต์) ให้ลูกของตนไป ยกเว้น ในเรื่องที่เกี่ยวกับกฎข้อ 16-1จ เส้นทางการพัตต์รวมถึงระยะด้านข้างพอควรทั้งสองข้างของทิศทางนั้นและไม่ต่อ เนื่องเลยหลุม ลูสอิมเพดิเม้นท์ (Loose Impediments แปลว่า สิ่งที่เป็นวัตถุธรรมชาติร่วงหล่นบนพื้น)
"ลูสอิมเพดิเม้นท์" หมายถึง สิ่งที่เป็นวัตถุธรรมชาติร่วงหล่นบนพื้น เช่น ก้อนหิน ใบไม้ กิ่งไม้ แขนงไม้ สิ่งที่คล้ายกัน มูลสัตว์ หนอน แมลง คราบสัตว์ หรือกองมูลสัตว์ โดยมีเงื่อนไขว่าสิ่งเหล่านี้ต้องไม่ติดตรึงหรือไม่งอกเงยอยู่ หรือไม่ติดอยู่อย่างแน่นหนา และไม่เกาะติดอยู่ที่ลูก ทรายและเศษดิน เป็นลูสอิมเพดิเม้นท์เฉพาะบนกรีน แต่ไม่ใช่ที่อื่นๆ หิมะ และน้ำแข็งตามธรรมชาติ เป็นได้ทั้งน้ำชั่วคราว หรือลูสอิมเพดิเม้นท์ แล้วแต่ผู้เล่นจะเลือก ยกเว้นน้ำค้างแข็ง น้ำแข็งที่ผลิตขายทั่วไปเป็นสิ่งกีดขวาง น้ำค้าง และน้ำค้างแข็งไม่ใช่ลูสอิมเพดิเม้นท์

ลูกหาย (Lost Ball)
ถือว่า "ลูกหาย" ถ้า
ก. ค้นหาลูกไม่พบ หรือไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นลูกของตนโดยผู้เล่นเองภายในห้านาที หลังจากแคดดี้ของผู้เล่น ฝ่ายของผู้เล่นหรือแคดดี้ของฝ่ายผู้เล่น ได้เริ่มต้นค้นหาลูก หรือ
ข. ผู้เล่นได้ใช้อีกลูกหนึ่งมาเล่นแทนตามกฎข้อบังคับ และผู้เล่นอาจจะไม่ได้ไปค้นหาลูกเดิม หรือ
ค. ผู้เล่นตีลูกสำรองจากแหล่งที่คาดว่าลูกเดิมหยุดอยู่ในที่นั้น หรือจากจุดที่ใกล้หลุมเข้าไปมากกว่าแหล่งดังกล่าว ลูกสำรองนั้นจะกลายเป็นลูกที่อยู่ในการเล่น เวลาที่ใช้ในการเล่นลูกผิดจะไม่นับรวมเข้าไปกับเวลาห้านาทีที่อนุญาตให้ค้น หาลูก

มาร์คเกอร์ (Marker แปลว่า ผู้จดแต้ม)
"มาร์คเกอร์" หมายถึง ผู้ที่คณะกรรมการแต่งตั้งให้เป็นผู้จดแต้มของผู้เข้าแข่งขันในการเล่นแบบสโต รกเพลย์ มาร์คเกอร์อาจจะเป็นผู้ร่วมแข่งขันแต่ไม่ใช่ผู้ตัดสิน

แมทช์ (Match)
ดู "ฝ่ายและแมทช์"
เคลื่อนที่ หรือเคลื่อนที่ไปแล้ว (Move or Moved)
ให้ถือว่าลูก "เคลื่อนที่ไปแล้ว" ถ้าลูกเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม และมาหยุดอยู่ในตำแหน่งใหม่

จุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุด (Nearest Point of Relief)
"จุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุด" หมายถึง จุดที่ใช้อ้างอิงสำหรับการผ่อนปรนโดยไม่มีการปรับโทษ เมื่อเกิดการตัดขัดจากสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ (กฎข้อ 24-2) หรือจากสภาพพื้นที่ผิดปกติ (กฎข้อ 25-1) หรือจากการเล่นผิดกรีน (กฎข้อ 25-3) จุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุดคือ จุดบนพื้นสนามที่ใกล้กับจุดที่ลูกหยุดอยู่มากที่สุด โดยไม่ใกล้หลุมเข้าไปมากกว่าจุดที่ลูกอยู่ และเมื่อลูกหยุดอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว จะไม่มีการติดขัดเกิดขึ้น (ดังที่ได้กำหนดไว้) หมายเหตุ ผู้เล่นควรหาจุดผ่อนปรนที่ใกล้กับลูกที่หยุดอยู่มากที่สุด โดยใช้ไม้กอล์ฟที่ผู้เล่นเจตนาจะใช้เล่นต่อไป ทำการจำลองตำแหน่งจรดไม้ และการสวิงเพื่อการตีนั้น

ผู้สังเกตการณ์ (Observer)
"ผู้สังเกตการณ์" หมายถึง บุคคลที่คณะกรรมการแต่งตั้งให้ช่วยเหลือผู้ตัดสินเพื่อขจัดข้อสงสัยให้ ชัดเจน และเป็นผู้รายงานการละเมิดกฎข้อบังคับต่อผู้ตัดสิน ผู้สังเกตการณ์ไม่ควรเฝ้าคันธง ยืนใกล้หลุมหรือแสดงตำแหน่งหลุม หรือหยิบลูก หรือมาร์คตำแหน่งลูก

สิ่งกีดขวาง (Obstruction)
"สิ่งกีดขวาง" หมายถึง สิ่งใดก็ตามที่ทำขึ้นมา รวมถึงพื้นผิวถนน ขอบถนน ทางเดิน หรือน้ำแข็งที่ผลิตเพื่อขาย ยกเว้น
ก. วัสดุที่ใช้กำหนดเขตนอกสนาม เช่น กำแพง รั้ว หลัก หรือราวรั้ว
ข. ส่วนใดๆ ของสิ่งของที่ทำขึ้นมา และเคลื่อนย้ายไม่ได้ที่อยู่ภายนอกสนาม และ
ค. สิ่งปลูกสร้างใดๆ ที่คณะกรรมการประกาศให้รวมเป็นส่วนเดียวกับสนาม
สิ่งกีดขวางที่ถือว่าเป็นสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้นั้น ถ้าเคลื่อนย้ายได้โดยไม่ใช้แรงมาก หรือไม่ทำให้การเล่นล่าช้า และไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย มิฉะนั้น สิ่งดังกล่าวเป็นสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ หมายเหตุ คณะกรรมการอาจจัดทำกฎสนาม ประกาศให้สิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้ เป็นสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้

เขตนอกสนาม (Out of Bounds)
"เขตนอกสนาม" หมายถึง พื้นที่ที่อยู่เลยเขตของสนาม หรือเลยส่วนอื่นใดของสนามที่คณะกรรมการทำเครื่องหมายไว้ เมื่อเขตนอกสนามถูกกำหนดโดยอ้างอิงเสาหลัก หรือรั้ว หรือเมื่อเลยเสาหลัก หรือรั้วออกไป เส้นเขตแนวนอกสนามจะกำหนดโดยการวัดที่จุดด้านในที่สุดบพื้นระหว่างเสาหลัก หรือแนวรั้วของสนาม โดยไม่รวมส่วนที่พยุงเสารั้วนั้นๆ ให้ถือว่าวัสดุที่ใช้กำหนดแนวนอกสนาม เช่น กำแพง รั้ว เสาหลัก หรือราวรั้ว เป็นสิ่งติดตรึงอยู่ และไม่ใช่เป็นสิ่งกีดขวาง เมื่อเขตนอกสนามกำหนดโดยเส้นบนพื้น ให้ถือว่าเส้นนั้นอยู่นอกสนามด้วย เส้นระบุเขตนอกสนามขยายต่อเนื่องในแนวตั้งฉากกับพื้นทั้งขึ้นและลง ให้ถือว่าลูกออกนอกเขตสนาม เมื่อทุกส่วนของลูกอยู่นอกเขตสนาม ผู้เล่นอาจจะยืนอยู่นอกสนามเพื่อเล่นลูกที่อยู่ในสนามได้

สิ่งภายนอก
(Outside Agency)
"สิ่งภายนอก" หมายถึง สิ่งใดๆ ที่ไม่ใช่เป็นส่วนของแมทช์แข่งขัน หรือในกรณีการเล่นแบบสโตรกเพลย์ ไม่ได้เป็นส่วนของฝ่ายผู้เข้าแข่งขัน สิ่งภายนอก ให้รวมถึงผู้ตัดสิน มาร์คเกอร์ (ผู้จดแต้ม) ผู้สังเกตการณ์ และโฟร์แคดดี้ (เด็กหน้า)

พาร์ทเนอร์
(Partner)
"พาร์ทเนอร์" หมายถึง ผู้เล่นที่เป็นคู่กับผู้เล่นอีกคนหนึ่ง และอยู่ฝ่ายเดียวกัน ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ประเภททรีซั่ม (Threesome แปลว่า สามคนสองลูก) โฟร์ซั่ม (Foursome แปลว่า สี่คนสองลูก) เบสท์บอล (Best-Ball แปลว่า นับลูกดีที่สุด) หรือโฟร์บอล (Four-Ball แปลว่า สี่คนสี่ลูก) ในประโยคมีคำว่า "ผู้เล่น" ให้รวมถึงพาร์ทเนอร์ หรือพาร์ทเนอร์ทุกคนของผู้เล่น

แต้มปรับโทษ (Penalty Stroke)
"แต้มปรับโทษ" หมายถึง แต้มที่บวกเพิ่มเข้าไปในแต้มรวมของผู้เล่น หรือแต้มที่บวกเข้าไปในแต้มรวมของฝ่ายเดียวกัน ภายใต้กฎข้อบังคับ แต้มปรับโทษไม่มีผลต่อลำดับการเล่นในการเล่นประเภททรีซั่ม หรือโฟร์ซั่ม

ลูกสำรอง (Provisional Ball)
"ลูกสำรอง" หมายถึง ลูกที่ใช้เล่นภายใต้กฎข้อ 27-2 สำหรับลูกที่อาจจะหายนอกอุปสรรคน้ำ หรืออาจจะออกนอกสนาม

กรีน (Putting Green)
"กรีน" หมายถึง พื้นที่ทั้งหมดที่จัดเตรียมไว้สำหรับการพัตต์โดยเฉพาะในหลุมที่กำลังเล่น อยู่ หรือพื้นที่ที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นเช่นนั้น ลูกอยู่บนกรีนเมื่อส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับกรีน

ผู้ตัดสิน (Referee)
"ผู้ตัดสิน" หมายถึง บุคคลที่คณะกรรมการแต่งตั้งให้ติดตามผู้เล่นเพื่อตัดสินข้อสงสัยให้ชัดเจน และนำกฎข้อบังคับมาบังคับใช้ ผู้ตัดสินจะต้องปฏิบัติหน้าที่เมื่อเห็น หรือได้รับรายงานว่ามีการละเมิดกฎข้อบังคับ ผู้ตัดสินไม่ควรเฝ้าคันธง ยืนใกล้หลุม หรือแสดงตำแหน่งหลุม หรือหยิบลูก หรือมาร์คตำแหน่งลูกให้ผู้เล่น





หมวด 3 กฎข้อบังคับในการเล่น

กฎข้อ 1 การเล่น

1-1 ทั่วไป
กีฬากอล์ฟประกอบด้วยการเล่นลูกหนึ่งลูกจากแท่นตั้งทีไปลงหลุมด้วยการตีหนึ่งครั้ง หรือหลายครั้งต่อเนื่องกันตามกฎข้อบังคับ
1-2 การทำให้เกิดผลกระทบต่อลูก
ผู้เล่นหรือแคดดี้จะต้องไม่กระทำการใดๆ อันมีผลกระทบต่อตำแหน่งหรือการเคลื่อนที่ของลูก เว้นแต่การกระทำภายใต้กฎข้อบังคับเท่านั้น (การเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้ ให้ดูกฎข้อ 24-1)
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 1-2
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม
หมายเหตุ ถ้าเป็นการละเมิดกฎข้อ 1-2 อย่างร้ายแรง คณะกรรมการอาจกำหนดให้ปรับโทษด้วยการตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
1-3 การสมยอมเพื่อละเว้นการบังคับใช้กฎข้อบังคับ
ผู้เล่นจะต้องไม่สมยอมกันเพื่อละเว้นการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับใดๆ หรือละเว้นการปรับโทษที่เกิดขึ้น
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 1-3
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ตัดสิทธิ์ทั้งสองฝ่ายจากการแข่งขัน
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ตัดสิทธิ์ผู้เข้าแข่งขันที่เกี่ยวข้องจากการแข่งขัน
(การสมยอมกันเพื่อเล่นผิดลำดับในการเล่นแบบสโตรคเพลย์ ดูกฎข้อ 10-2 ค)
1-4 เรื่องที่ไม่ได้ครอบคลุมโดยกฎข้อบังคับ
หากเกิดการขัดแย้งในเรื่องใดที่ไม่ได้ครอบคลุมโดยกฎข้อบังคับนี้ การตัดสินจะต้องเป็นไปตามหลักความยุติธรรม

กฎข้อ 2 การเล่นแบบแมทช์เพลย์

2-1 ผู้ชนะของแต่ละหลุม และการคิดผลการเล่นเป็นหลุม
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ คือ การแข่งขันแบบนับเป็นหลุม ฝ่ายที่ชนะ คือ ฝ่ายที่ตีลูกลงหลุมด้วยจำนวนน้อยครั้งกว่าในหลุมใดหลุมหนึ่ง ส่วนในแมทช์ที่ใช้แฮนดี้แคป (handicap แปลว่า แต้มต่อ) ฝ่ายที่ชนะของหลุมนั้นๆ คือฝ่ายที่ทำแต้มสุทธิน้อยกว่า เว้นแต่กฎข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การคิดผลการเล่นให้นับโดยใช้คำว่า "นำอยู่ (กี่หลุม)" หรือ "เสมอกันอยู่" และ "ยังเหลือ (อีกกี่หลุม)" ฝ่ายที่ได้ "ดอร์มมี่ (dormie)" คือฝ่ายที่ชนะจำนวนหลุมไปแล้วเท่ากับจำนวนหลุมที่เหลือให้เล่น
2-2 เสมอกันครึ่งหลุม (Halved-Hole)
เมื่อแต่ละฝ่ายเล่นจบหลุมใดหลุมหนึ่งด้วยจำนวนการตีที่เท่ากัน ให้ถือว่าเสมอกัน ในกรณีผู้เล่นคนหนึ่งได้เลนจบหลุมไปแล้ว และโดนปรับโทษ โดยฝ่ายตรงข้ามยังต้องเล่นเพื่อเสมอกัน ให้ถือว่าเสมอกันในหลุมนั้น
2-3 ผู้ชนะแมทช์
แมทช์ (ประกอบด้วยรอบที่กำหนด เว้นแต่ว่าคณะกรรมการประกาศไว้เป็นอย่างอื่น) ฝ่ายที่ชนะคือ ฝ่ายที่ชนะด้วยจำนวนหลุมที่มากกว่าจำนวนหลุมที่เหลือที่จะต้องเล่น ในกรณีที่ยังเสมอกัน คณะกรรมการอาจขยายรอบที่กำหนดออกไปอีกกี่หลุมก็ได้เท่าที่จำเป็น เพื่อให้แมทช์ปรากฏผลแพ้ชนะ
2-4 การยอมแพ้ แต้มต่อไป หลุม หรือแมทช์
เมื่อลูกของฝ่ายตรงข้ามหยุดอยู่ หรือถือว่าลูกหยุดแล้วตามกฎข้อ 16-2 ผู้เล่นอาจยินยอมให้ฝ่ายตรงข้ามไม่ต้องเล่นต่อ และถือว่าฝ่ายตรงข้ามได้เล่นจบหลุมนั้นๆ แล้ว และอาจจะนำลูกออกไปโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดด้วยไม้กอล์ฟ หรือด้วยวิธีอื่น ผู้เล่นอาจจะขอยอมแพ้ในหลุมใดหลุมหนึ่งก่อนสิ้นสุดการเล่นหลุมนั้น หรือขอยอมแพ้แมทช์เมื่อใดก็ได้ก่อนสิ้นสุดการเล่นแมทช์ และผู้เล่นไม่อาจปฏิเสธหรือเพิกถอน การยินยอมให้แต้ม หรือให้ชนะในหลุมใด หรือยอมแพ้การเล่นแมทช์ไปแล้ว
2-5 การอ้างสิทธิ์
ถ้ามีข้อสงสัย หรือมีข้อขัดแย้งระหว่างผู้เล่นในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ และไม่มีผู้แทนที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการอยู่ในที่นั้นในเวลาอันควร ผู้เล่นจะต้องเล่นต่อไปโดยไม่ชักช้า การอ้างสิทธิ์ใดๆ ก็ตามที่จะให้คณะกรรมการพิจารณา ต้องกระทำก่อนผู้เล่นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเล่นบนแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป หรือในกรณีที่เล่นหลุมสุดท้ายจะต้องกระทำก่อนที่ผู้เล่นทุกคนเดินลงจากกรีน การอ้างสิทธิ์ในภายหลังจะต้องไม่ได้รับการพิจารณา เว้นแต่ว่าการอ้างสิทธิ์นั้นเกิดจากความเป็นจริงที่ผู้อ้างสิทธิ์ไม่ได้ทราบ มาก่อน และผู้อ้างสิทธิ์ได้รับข้อมูลผิดพลาดจากฝ่ายตรงข้าม (กฎข้อ 6-2 ก และกฎข้อ 9) ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม การอ้างสิทธิ์ภายหลังจากประกาศผลของแมทช์อย่างเป็นทางการแล้ว จะไม่ได้รับพิจารณานอกจากว่าคณะกรรมการได้รับการชี้แจงจนเป็นที่พอใจว่าฝ่าย ตรงข้ามได้รู้ว่าตนบอกข้อมูลผิดพลาด
2-6 การปรับโทษทั่วไป
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อบังคับในการเล่นแบบแมทช์เพลย์คือปรับผู้เล่นเป็นแพ้ในหลุมที่เล่น เว้นแต่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

กฎข้อ 3 การเล่นแบบสโตรกเพลย์

3-1 ผู้ชนะ
เมื่อเล่นครบรอบ หรือเล่นครบหลายๆ รอบที่กำหนด ผู้เข้าแข่งขันที่ทำแต้มได้จากการตีจำนวนน้อยครั้งที่สุดคือผู้ชนะ
3-2 การไม่เล่นลูกให้จบหลุม
ถ้าผู้เข้าแข่งขันไม่เล่นลูกจนจบลงในหลุมใดก็ตาม และไม่แก้ไขความผิดพลาดก่อนการตีบนแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป หรือก่อนลงจากกรีนของหลุมสุดท้ายของรอบที่เล่น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
3-3 ข้อสงสัยในการปฏิบัติตามขั้นตอน
ก. การปฏิบัติตามขั้นตอน
เฉพาะในการแข่งขันแบบสโตรกเพลย์เท่านั้น ระหว่างที่เล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง เมื่อผู้เข้าแข่งขันเกิดความสงสัยในสิทธิ์ของตน ผู้เข้าแข่งขันอาจใช้ลูกที่สองเล่นได้อีกหนึ่งลูกโดยไม่มีการปรับโทษ เมื่อมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น ก่อนที่จะกระทำการใดๆ ลงไป ผู้เข้าแข่งขันควรแจ้งมาร์คเกอร์ หรือผู้ร่วมแข่งขัน ในการตัดสินใจที่จะนำกฎข้อนี้มาใช้และควรแจ้งว่าจะนับแต้มลูกใดถ้าการ ปฏิบัติของลูกนั้นถูกต้องตามกฎข้อบังคับ ถ้าผู้แข่งขันจะต้องรายงานความเป็นจริงต่อคณะกรรมการก่อนส่งมอบสกอร์การ์ด นอกเสียจากว่าแต้มของทั้งสองลูกเท่านั้น หากไม่ปฏิบัติตามนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
ข. การกำหนดแต้มของหลุม
ถ้ากฎข้อบังคับอนุญาตให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้เลือกไว้ล่วงหน้าแล้ว จะต้องนับแต้มของลูกที่เลือกไว้เป็นแต้มจริงของหลุมนั้น ถ้าผู้เข้าแข่งขันไม่แจ้งล่วงหน้าในการตัดสินใจที่จะนำกฎข้อนี้มาใช้ หรือไม่แจ้งล่วงหน้าในการเลือกลูกใดลูกหนึ่งของตน จะต้องนับแต้มของลูกเดิม หรือถ้าลูกเดิมไม่ใช่หนึ่งในสองลูกที่กำลังใช้เล่น ลูกแรกที่นำมาใช้เล่นจะต้องนับเป็นแต้มของหลุมนั้น การนับในสองกรณีดังกล่าว จะต้องนับลูกที่กฎข้อบังคับอนุญาตให้ปฏิบัติได้สำหรับการเล่นลูกนั้นๆ
หมายเหตุ 1 ถ้า ผู้เข้าแข่งขันเล่นลูกที่สอง ไม่นับแต้มปรับโทษที่เกิดขึ้นเฉพาะการเล่นลูกที่ใช้กฎข้อบังคับตัดสินไปแล้ว และจะต้องไม่คำนึงถึงแต้มที่ทำได้ในภายหลังด้วยลูกนั้น
หมายเหตุ 2 ลูกที่สองที่ใช้เล่นตามกฎข้อ 3-3 นี้ ไม่ใช่เป็นกฎลูกสำรองภายใต้กฎข้อ 27-2
3-4 การปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ
ถ้าผู้เข้าแข่งขันปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ และไปละเมิดสิทธิ์ของผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
3-5 การปรับโทษทั่วไป
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อบังคับในการเล่นแบบสโตรกเพลย์คือ ปรับสองแต้ม เว้นแต่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ไม้กอล์ฟ และลูกกอล์ฟ
เดอะ รอยัล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงกฎข้อบังคับ และในการทำหรือในการแปลความหมายเกี่ยวกับไม้กอล์ฟ ลูกกอล์ฟ และอุปกรณ์อื่นๆ เมื่อใดก็ได้

กฎข้อ 4 ไม้กอล์ฟ


หากผู้เล่นสงสัยว่าไม้กอล์ฟอันใดจะทำการผลิตไปยัง เดอะ รอยัล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ เพื่อวินิจฉัยว่าไม้กอล์ฟนั้นมีคุณลักษณะสอดคล้องกับกฎข้อบังคับหรือไม่ ถ้าผู้ผลิตไม่ส่งตัวอย่างก่อนทำการผลิต และ/หรือก่อนการทำตลาด ให้ถือว่าเป็นการเสี่ยงต่อการวินิจฉัยว่าไม้กอล์ฟนั้นๆ ไม่เป็นไปตามกฎข้อบังคับ ตัวอย่างใดก็ตามที่ส่งมา จะตกเป็นสมบัติของ เดอะ รอยัล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ เพื่อจุดประสงค์ในการอ้างอิงต่อไป

4-1 รูปแบบและการทำไม้กอล์ฟ
ก. ทั่วไป
ไม้กอล์ฟของผู้เล่นจะต้องสอดคล้องกับกฎข้อบังคับ ข้อกำหนด ข้อมูลจำเพาะ และการแปลความหมายต่างๆ ดังที่กำหนดไว้ใน ภาคผนวก 2
ข. การสึกหรอ และการดัดแปลง
ไม้กอล์ฟถือว่าสอดคล้องกับกฎข้อบังคับ ตั้งแต่ยังไม่อยู่จนถึงสึกหรอจากการเล่นตามปกติ และหากส่วนหนึ่งส่วนใดของไม้กอล์ฟได้รับการแก้ไขโดยเจตนา ให้ถือเสมือนว่าเป็นไม้กอล์ฟอันใหม่ และสภาพของไม้ที่ได้รับการแก้ไขนั้นต้องสอดคล้องกับกฎข้อบังคับ
4-2 ลักษณะการเล่นที่เปลี่ยนแปลงไป และวัสดุแปลกปลอม
ก. ลักษณะการเล่นที่เปลี่ยนไป
ระหว่างรอบที่กำหนด ลักษณะต่างๆ ในการเล่นของไม้ที่ใช้เล่นจะต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงไปโดยเจตนาด้วยการปรับแสง หรือด้วยวิธีอื่นๆ
ข. วัสดุแปลกปลอม
ต้องไม่ใช้วัสดุแปลกปลอมติดกับหน้าไม้ เพื่อจุดประสงค์ในการทำให้เกิดผลต่อการเคลื่อนที่ของลูก
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 4-1 หรือ 4-2 ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
4-3 ไม้กอล์ฟที่เสียหาย การซ่อม และการนำไม้กอล์ฟมาทดแทน
ก. ความเสียหายที่เกิดจากการเล่นตามปกติ
ระหว่างรอบที่กำหนด ถ้าไม้กอล์ฟของผู้เล่นได้รับความเสียหายจากการเล่นตามปกติ ผู้เล่นอาจ
(1) ใช้ไม้ตามสภาพที่เสียหายนั้นต่อไป ในช่วงที่เหลือของรอบที่กำหนด หรือ
(2) ซ่อมไม้ได้โดยไม่ทำให้การเล่นชักช้า หรือ
(3) เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มให้เฉพาะไม้ที่ไม่เหมาะที่จะใช้เล่น ให้นำไม้อื่นมาทดแทนได้ ทั้งนี้ การนำไม้อันใดอันหนึ่งมาทดแทนต้องไม่ทำให้การเล่นล่าช้า และต้องไม่ใช่การยืมไม้ที่บุคคลอื่นในสนามใช้เล่นอยู่มาแทน
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 4-3 ก
ดูข้อความเกี่ยวกับการปรับโทษในกฎข้อ 4-4 ก หรือ ข
หมายเหตุ ไม้ กอล์ฟที่ถือว่าไม่เหมาะที่จะใช้เล่น ถ้าได้รับความเสียหายมาก ยกตัวอย่างเช่น ก้านไม้ขีด หรือหัวไม้หลวม หรือหลุด หรือผิดรูปร่าง ถ้าเพียงแค่ก้านไม้งอ มุมของสันไม้ หรือมุมองศาของหน้าไม้ได้เปลี่ยนไป หรือมีรอยขีดข่วนบนหัวไม้ ยังไม่ถือว่าไม้ไม่เหมาะที่จะใช้เล่นต่อไปได้
ข. ความเสียหายนอกเหนือจากการเล่นตามปกติ
ระหว่างรอบที่กำหนด ถ้าไม้ของผู้เล่นได้รับความเสียหายนอกเหนือจากการเล่นตามปกติ ทำให้สภาพของไม้ไม่สอดคล้องกับกฎข้อบังคับ หรือทำให้ลักษณะในการเล่นเปลี่ยนไป ผู้เล่นจะต้องเลิกใช้ไม้นั้นทันที และจะต้องไม่นำไม้อื่นมาแทนไม้อันนั้นในระหว่างรอบ
ค. ความเสียหายก่อนออกรอบ
ผู้เล่นอาจใช้ไม้ที่เสียหายก่อนออกรอบ แต่มีเงื่อนไขว่าไม้ที่อยู่ในความเสียหายของไม้ที่เกิดขึ้นก่อนออกรอบ อาจได้รับการซ่อมแซมระหว่างรอบ แต่มีเงื่อนไขว่าลักษณะในการเล่นไม่เปลี่ยนแปลงไปและไม่ทำให้การเล่นล่าช้า
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 4-3 ข หรือ ค ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน (การเล่นช้า ดูกฎข้อ 6-7)
4-4 จำนวนไม้กอล์ฟมากที่สุดสิบสี่อัน
ก. การเลือกไม้ และการเพิ่มจำนวนไม้กอล์ฟ
ผู้เล่นจะต้องเริ่มเล่นรอบที่กำหนดด้วยจำนวนไม้ไม่เกินสิบสี่อัน และจำกัดให้ผู้เล่นจะต้องเริ่มเล่นรอบที่กำหนดด้วยจำนวนไม้ไม่เกินสิบสี่อัน และจำกัดให้ผู้เล่นใช้ไม้ที่เลือกนำมาใช้เล่นตลอดรอบนั้น ยกเว้นถ้าผู้เล่นเริ่มเล่นด้วยจำนวนไม้น้อยกว่าสิบสี่อัน ให้ผู้เล่นเพิ่มจำนวนไม้ได้ แต่มีเงื่อนไขว่าจำนวนไม้กอล์ฟดังกล่าวต้องไม่ทำให้การเล่นล่าช้า (กฎข้อ 6-7) และต้องไม่ยืมไม้ที่บุคคลอื่นในสนามใช้เล่นอยู่
ข. พาร์ทเนอร์อาจใช้ไม้กอล์ฟร่วมกัน
พาร์ทเนอร์อาจใช้ไม้ร่วมกันได้ แต่มีเงื่อนไขว่าจำนวนไม้ทั้งหมดที่พาร์ทเนอร์มีอยู่แล้ว รวมกับไม้ที่นำมาใช้ร่วมกันต้องไม่เกินสิบสี่อัน
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 4-4 ก หรือ 4-4 ข โดยไม่คำนึงถึงจำนวนไม้ส่วนเกินที่มีอยู่แล้ว
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - เมื่อเล่นจบหลุม และพบว่ามีการละเมิดจะต้องปรับสภาพแมทช์เพลย์ โดยปรับหนึ่งหลุมสำหรับแต่ละหลุมที่มีการละเมิด ทั้งนี้ให้ปรับจำนวนหลุมได้มากที่สุด สองหลุมต่อรอบ
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้มสำหรับแต่ละหลุมที่มีการละเมิด ให้มีโทษปรับสูงสุดเพียงสี่แต้มต่อรอบ
การแข่งขันประเภทโบกี้ พาร์ - การปรับโทษเหมือนการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์
การแข่งขันประเภทสเตเบิ้ลฟอร์ด - ดูหมายเหตุ 1 ในกฎข้อ 32-1 ข
ค. แจ้งไม่ใช้ไม้กอล์ฟส่วนเกินในการเล่น
ไม้กอล์ฟอันใดที่ได้นำไปหรือได้ใช้ และเป็นการละเมิดกฎข้อนี้ ผู้เล่นจะต้องแจ้งยกเลิกการใช้ทันทีเมื่อพบว่าละเมิดกฎข้อบังคับ และหลังจากนั้นผู้เล่นจะต้องไม่นำมาใช้อีกต่อไปในระหว่างรอบนั้น
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 4-4 ค ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

กฎข้อ 5 ลูกกอล์ฟ

5-1 ทั่วไป
ผู้เล่นจะต้องใช้ลูกกอล์ฟที่สอดคล้องกับข้อกำหนดจำเพาะในการเล่น
หมายเหตุ คณะ กรรมการอาจกำหนดเงื่อนไขที่ใช้ในการแข่งขัน (กฎข้อ 33-1) ว่าลูกที่ผู้เล่นใช้ต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อลูกกอล์ฟ และสอดคล้องกับลูกกอล์ฟที่ระบุโดย เดอะ รอยัล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ ฉบับปัจจุบัน
5-2 วัสดุแปลกปลอม
ต้องไม่ใช้วัสดุแปลกปลอมติดกับลูก เพื่อจุดประสงค์ที่จะเปลี่ยนลักษณะการเล่น
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 5-1 หรือ 5-2 ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
5-3 ลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่น
ถ้ามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าลูกมีรอยแตก รอยร้าว หรือผิดรูปร่าง จึงจะถือว่าเป็นลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่น ส่วนลูกที่มีโคลน หรือมีวัสดุอื่นติดอยู่ มีรอยขีด หรือมีรอยครูดที่ผิวเปลือก หรือสีกะเทาะ หรือสีจางไป ไม่ถือว่าเป็นลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่น ถ้าผู้เล่นมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าลูกของตนเป็นลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่นใน ระหว่างที่กำลังเล่นอยู่ในหลุมนั้น ผู้เล่นอาจหยิบลูกขึ้นมาเพื่อตรวจสอบดูว่าเป็นลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่นต่อ หรือไม่ โดยไม่มีการปรับโทษใดๆ ก่อนหยิบลูก ผู้เล่นต้องประกาศเจตนาของตนต่อฝ่ายตรงข้ามในการเล่นแบบแมตช์เพลย์ หรือมาร์คเกอร์ของตน หรือผู้ร่วมแข่งขันในสโตรคเพลย์ และมาร์คตำแหน่งลูก แล้วผู้เล่นอาจหยิบลูกขึ้นมา และตรวจสอบลูกโดยไม่ทำความสะอาดลูก และต้องให้โอกาสฝ่ายตรงข้าม มาร์คเกอร์ หรือผู้ร่วมแข่งขันได้ร่วมตรวจสอบลูกด้วย ถ้าไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนนี้ ผู้เล่นจะต้องถูกโทษปรับหนึ่งแต้ม ถ้าเห็นว่าเป็นลูกไม่เหมาะสมที่จะใช้เล่นระหว่างการเล่นในหลุมที่กำลังเล่น อยู่ ผู้เล่นอาจนำลูกอีกลูกหนึ่งมาใช้แทนได้ โดยวางไว้แทนที่ตรงจุดที่ลูกเดิมอยู่ หรือมิฉะนั้นจะต้องวางลูกเดิมไว้ที่เดิม ถ้าผลจากการตีทำให้ลูกแตกเป็นชิ้น จะต้องยกเลิกการตีโดยไม่มีการปรับโทษ และผู้เล่นจะต้องเล่นลูกใหม่จากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไป ครั้งสุดท้าย (ดูกฎข้อ 20-5) *การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 5-3
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม
* ถ้าผู้เล่นถูกปรับโทษทั่วไปสำหรับการละเมิดกฎข้อ 5-3 แล้วจะต้องไม่นำกฎข้อบังคับอื่นมาใช้ในการปรับโทษเพิ่มอีก หมายเหุต ในการโต้แย้งการอ้างสิทธิ์สำหรับลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่นฝ่ายตรงข้าม มาร์คเกอร์ หรือผู้ร่วมแข่งขันจะต้องทำก่อนที่ผู้เล่นจะเล่นอีกลูกหนึ่ง (การทำความสะอาดลูกที่หยิบขึ้นมาจากกรีน หรือภายใต้กฎข้ออื่น - ดูกฎข้อ 21) ความรับผิดชอบของผู้เล่น

กฎข้อ 6 ผู้เล่น

นิยามศัพท์ มาร์คเกอร์ หมายถึง ผู้ที่คณะกรรมการแต่งตั้งให้เป็นผู้จดแต้มของผู้เข้าแข่งขันในการเล่นแบบสโต รกเพลย์ มาร์คเกอร์อาจจะเป็นผู้ร่วมแข่งขัน แต่ไม่ใช่เป็นผู้ตัดสิน

6-1 กฎข้อบังคับ และเงื่อนไขการแข่งขัน
การรับรู้กฎข้อบังคับ และเงื่อนไขต่างๆ ที่ใช้ในการแข่งขัน เป็นความรับผิดชอบของผู้เล่น (กฎข้อ 33-1)
6-2 แฮนดี้แคป
ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์
ก่อนเริ่มแมทช์แข่งขันที่ใช้แฮนดี้แคป ผู้เล่นทุกคนควรยืนยันแฮนดี้แคปของตน ถ้าผู้เล่นเริ่มแมทช์แข่งขันโดยแจ้งแฮนดี้แคปที่สูงกว่าที่เป็นจริง และส่งผลต่อจำนวนแต้มที่ได้ให้ หรือได้รับ ผู้เล่นจะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน หรือมิฉะนั้นผู้เล่นจะต้องเล่นไปตามแฮนดี้แคปที่แจ้งไว้
ข. การเล่นแบบสโตรกเพลย์
ในรอบการแข่งขันที่ใช้แฮนดี้แคป ผู้เข้าแข่งขันจะต้องตรวจสอบว่าสกอร์การ์ดได้ระบุแฮนดี้แคปของตนให้เรียบ ร้อย ก่อนนำส่งคืนคณะกรรมการ ถ้าส่งคืนโดยไม่มีแฮนดี้แคปปรากฏอยู่ในสกอร์การ์ด หรือถ้าแฮนดี้แคปที่จดลงไปนั้นสูงกว่าที่มีสิทธิ์ได้รับ ส่งผลกระทบต่อจำนวนแต้มที่ได้รับ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ที่ใช้แฮนดี้แคปนั้น หรือมิฉะนั้น แต้มที่เล่นได้จะต้องเป็นไปตามนั้น
หมายเหตุ เป็นความรับผิดชอบของผู้เล่นที่ต้องรู้ว่าตนจะให้แฮนดี้แคป หรือได้รับแฮนดี้แคปที่หลุมใด
6-3 เวลาเริ่มแข่งขัน และกลุ่มแข่งขัน
ก. เวลาเริ่มแข่งขัน
ผู้เล่นจะต้องเริ่มเล่นเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
ข. กลุ่มแข่งขัน
ในการเล่นแบบสโตรกเพลย์ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเล่นตามกลุ่มที่คณะกรรมการจัดไว้โดยตลอด เว้นแต่คณะกรรมการอนุญาต หรืออนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลง
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 6-3 ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน (การเล่นประเภทเบสท์บอล และประเภทโฟร์บอล ดูกฎข้อ 30-3 ก และกฎข้อ 31-2)
หมายเหตุ คณะกรรมการอาจกำหนดไว้ในเงื่อนไขที่ใช้ในการแข่งขัน (กฎข้อ 33-1) ว่า ถ้าผู้เล่นมาถึงจุดที่เริ่มการแข่งขัน พร้อมเล่นภายในห้านาทีหลังเวลาเริ่มแข่งขันของตน หากมีเหตุอันควรที่เชื่อถือได้จากสภาพเหตุการณ์ที่มาล่าช้าที่อาจจะละเว้น การปรับโทษตัดสิทธิ์จากการแข่งขันตามที่กำหนดไว้ในกฎข้อ 33-7 ให้ปรับโทษที่ไม่มาเริ่มเล่นตามเวลาคือ ปรับเป็นแพ้ที่หลุมแรกในการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ หรือปรับสองแต้มที่หลุมแรกในการเล่นแบบสโตรกเพลย์ แทนการตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
6-4 แคดดี้
ผู้เล่นอาจมีแคดดี้ได้เพียงหนึ่งคนในแต่ละครั้งเท่านั้น ภายใต้การตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน หากแคดดี้ละเมิดกฎข้อบังคับหนึ่งข้อใดก็ตาม จะส่งผลให้ผู้เล่นถูกปรับโทษตามกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้องนั้นๆ
6-5 ลูกกอล์ฟ
การเล่นลูกที่ถูกต้อง เป็นความรับผิดชอบของผู้เล่น ผู้เล่นแต่ละคนควรทำเครื่องหมายเฉพาะไว้บนลูกของตน
6-6 การนับแต้มในการแข่งขันแบบสโตรกเพลย์
ก. การจดแต้ม
หลังจากเล่นจบแต่ละหลุม มาร์คเกอร์ควรตรวจสอบแต้มกับผู้เข้าแข่งขัน และจดไว้ เมื่อเล่นจบรอบแล้ว มาร์คเกอร์จะต้องลงชื่อในสกอร์การ์ด และมอบให้กับผู้เข้าแข่งขัน ถ้ามีมาร์คเกอร์จดแต้มมากกว่าหนึ่งคนเป็นผู้จดแต้ม แต่ละคนจะต้องลงชื่อในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ
ข. การลงชื่อ และการส่งสกอร์การ์ด
หลังจากเล่นจบรอบแล้ว ผู้เข้าแข่งขันควรตรวจทานแต้มของแต่ละหลุมของตน และขจัดข้อสงสัยในการเล่นกับคณะกรรมการ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแน่ใจว่ามาร์คเกอร์ได้ลงชื่อในสกอร์การ์ด แล้วจึงลงชื่อร่วมในสกอร์การ์ดด้วยตนเอง และนำส่งคืนต่อคณะกรรมการโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 6-6ข ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
ค. การแก้ไขสกอร์การ์ด
หลังจากส่งสกอร์การ์ดคืนให้กับคณะกรรมการแล้ว ไม่อาจทำการแก้ไขสกอร์การ์ดได้
ง. หลุมที่จดแต้มผิด
ผู้เข้าแข่งขันเป็นผู้รับผิดชอบในความถูกต้องของแต้มของแต่ละหลุมที่จด ไว้ในสกอร์การ์ด ถ้าผู้เข้าแข่งขันส่งแต้มของหลุมใดต่ำกว่าแต้มจริงที่ทำไว้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ถ้าจดแต้มของหลุมใดสูงกว่าแต้มจริงที่ทำได้ ให้ถือว่าเป็นแต้มคงไว้ตามที่ส่งมา
หมายเหตุ 1 คณะกรรมการเป็นผู้รับผิดชอบในการรวมแต้ม และในการหักแฮนดี้แคปตามที่จดไว้ในสกอร์การ์ด - ดูกฎข้อ 33-5
หมายเหตุ 2 การเล่นประเภทโฟร์บอลแบบสโตรกเพลย์ ดูทั้งกฎข้อ 31-4 และข้อ 31-7 ก
6-7 การเล่นช้าเกินควร และการเล่นช้า
ผู้เล่นจะต้องเล่นโดยไม่ชักช้า และเล่นตามเวลาที่คณะกรรมการอาจกำหนดเพื่อใช้เป็นแนวทางในการควบคุมเวลาเล่น เมื่อจบการเล่นของหลุมหนึ่งหลุมใดแล้ว รวมถึงการเล่นบนแท่นตั้งทีของหลุมต่อไปผู้เล่นจะต้องไม่ทำให้การเล่นล่าช้า
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 6-7
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม
การแข่งขันแบบโบกี้ และพาร์ - ดูหมายเหตุ 2 กฎข้อ 32-1 ก
การแข่งขันแบบสเตเบิ้ลฟอร์ด - ดูหมายเหตุ 2 กฎข้อ 32-1 ข
การละเมิดครั้งต่อไป - ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
หมายเหตุ 1 ถ้าผู้เล่นได้เล่นช้าเกินควรระหว่งหลุมต่างๆ และกำลังทำให้การเล่นในหลุมต่อไปล่าช้า ให้ปรับโทษที่หลุมนั้น ยกเว้นการเล่นประเภท โบกี้ พาร์ และสเตเบิ้ลฟอร์ด (ดูกฎข้อ 32)
หมายเหตุ 2 เพื่อ ป้องกันการเล่นล่าช้า คณะกรรมการอาจกำหนดในเงื่อนไขที่ใช้ในการแข่งขัน (กฎข้อ 33-1) เกี่ยวกับเวลาที่ใช้ในการเล่นเพื่อเป็นแนวทาง รวมถึงช่วงเวลามาที่สุดที่อนุญาตให้เล่นจนจบรอบที่กำหนด หรืออนุญาตให้ใช้เวลาในการเล่นจนจบหลุมใดหลุมหนึ่ง หรืออนุญาตให้ใช้เวลาในการตีต่อครั้ง ในการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์เท่านั้น คณะกรรมการอาจแก้ไขการปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อนี้ได้ดังต่อไปนี้
ละเมิดกฎครั้งแรก - ปรับหนึ่งแต้ม
ละเมิดกฎครั้งที่สอง - ปรับสองแต้ม
ละเมิดกฎครั้งต่อไป - ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
6-8 การหยุดพักการเล่น และการกลับเข้าไปเล่นต่อ
ก. เมื่อได้รับอนุญาต
ผู้เล่นจะต้องไม่หยุดการเล่น นอกจาก
(1) คณะกรรมการส่งสัญญาณให้หยุดการเล่นชั่วคราว
(2) ผู้เล่นเชื่อว่าจะมีอันตรายเกิดจากฟ้าผ่า
(3) ผู้เล่นกำลังคอยคำตัดสินจากคณะกรรมการในเรื่องข้อสงสัย หรือข้อขัดแย้ง (ดูกฎข้อ 2-5 และข้อ 34-3)
(4) มีเหตุผลอันสมควรอื่นๆ เช่น การเจ็บป่วยกะทันหัน เป็นต้น สภาพอากาศเลวร้ายไม่ใช่เหตุผลสมควรที่จะหยุดการเล่น ถ้าผู้เล่นหยุดเล่นโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเฉพาะจากคณะกรรมการ ผู้เล่นจะต้องรายงานต่อคณะกรรมการโดยเร็วเท่าที่สามารถทำได้ ถ้าผู้เล่นรายงานแล้ว และคณะกรรมการพิจารณาเหตุผลของผู้เล่นจนเป็นที่พอใจ ผู้เล่นไม่ถูกปรับโทษ มิฉะนั้น ผู้เล่นจะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ข้อยกเว้นในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดการเล่น ไม่ปรับโทษตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน นอกจากการกระทำดังกล่าวทำให้การแข่งขันล่าช้า หมายเหตุ การออกจากสนามไม่ถือว่าเป็นการหยุดเล่น
ข. การปฏิบัติเมื่อคณะกรรมการให้หยุดการเล่นชั่วคราว
เมื่อคณะกรรมการให้หยุดการเล่นชั่วคราวแล้ว ถ้าผู้เล่นในแมทช์หรือผู้เล่นในกลุ่มอยู่ระหว่างการต่อเนื่องของสองหลุม ผู้เล่นทุกคนจะต้องไม่เข้าไปเล่นต่อ จนกว่าคณะกรรมการจะสั่งให้เข้าไปเล่นต่อได้ ถ้าผู้เล่นอยู่ระหว่างการเล่นในหลุมหนึ่งหลุมใด ก็อาจเล่นต่อได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเล่นต่อไปโดยไม่ชักช้า ถ้าผู้เล่นเลือกที่จะเล่นต่อ ทันทีที่เล่นจบหลุมนั้นๆ แล้ว ผู้เล่นจะต้องไม่เล่นต่อ จนกว่าคณะกรรมการสั่งให้กลับเข้าไปเล่นต่อ ผู้เล่นจะต้องกลับเข้าไปเล่นต่อ เมื่อคณะกรรมการได้สั่งให้มีการกลับเข้าไปเล่นต่อ
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 6-8 ข : ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
หมายเหตุ คณะกรรมการอาจกำหนดเงื่อนไขที่ใช้ในการแข่งขัน (กฎข้อ 33-1) ว่า ในสถานการณ์ที่อาจเกิดอันตรายอย่างร้ายแรง จะต้องหยุดเล่นทันทีตามที่คณะกรรมการสั่งให้หยุดการเล่นชั่วคราว ถ้าผู้เล่นไม่หยุดเล่นทันที ผู้เล่นจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน นอกจากมีเหตุผลสมควรในการละเว้นโทษนี้ ตามที่กำหนดไว้ในกฎข้อ 33-7
ค. การหยิบลูกขึ้นเมื่อหยุดการเล่น
เมื่อผู้เล่นหยุดเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่งตามกฎข้อ 6-8 ก ผู้เล่นอาจหยิบลูกของตนขึ้นโดยไม่มีการปรับโทษ ในกรณีที่คณะกรรมการได้ให้หยุดเล่นชั่วคราวเท่านั้น ถ้าผู้เล่นหยุดเล่น และหยิบลูกของตนโดยไม่มีการอนุญาตเฉพาะกรณีจากคณะกรรมการ เมื่อรายงานต่อคณะกรรมการ (กฎข้อ 6-8 ก) ผู้เล่นจะต้องรายงานการหยิบลูกด้วย ถ้าผู้เล่นหยิบลูกขึ้นโดยไม่มีเหตุอันควร ไม่มาร์คตำแหน่งลูกก่อนหยิบลูก หรือไม่รายงานเรื่องการหยิบลูก ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม ง. การปฏิบัติเมื่อกลับเข้าไปเล่นต่อ
การกลับเข้าไปเล่นต่อ จะต้องเล่นตรงจุดที่หยุดเล่น แม้ว่าการกลับเข้าไปเล่นต่อจะกระทำในวันต่อไป และไม่ว่าทั้งก่อนกลับเข้าไปเล่นต่อ หรือเมื่อกลับเข้าไปเล่นต่อ ผู้เล่นจะต้องปฏิบัติดังนี้
(1) ถ้าผู้เล่นได้หยิบลูกขึ้นตามเงื่อนไขที่ผู้เล่นได้รับสิทธิ์ภายใต้กฎข้อ 6-8 ค ผู้เล่นจะต้องวางลูกใดลูกหนึ่งตรงจุดที่หยิบลูกเดิมขึ้นมา หรือไม่ก็ต้องนำลูกเดิมกลับไปวางไว้ที่เดิม
(2) ถ้าผู้เล่นได้รับสิทธิ์ในการหยิบลูกของตนขึ้นตามกฎข้อ 6-8 ค และไม่ได้ใช้สิทธิ์นั้น ผู้เล่นอาจหยิบ และทำความสะอาดลูกและนำลูกกลับไปวางไว้ที่เดิม หรือใช้อีกลูกหนึ่งมาวางแทนตรงจุดที่ได้หยิบลูกเดิมขึ้นมา ผู้เล่นต้องมาร์คตำแหน่งลูกก่อนหยิบลูกขึ้น
(3) ถ้าลูกหรือที่มาร์คลูกของผู้เล่นเคลื่อนที่ (โดยลม หรือน้ำ) ในขณะที่การเล่นได้หยุดลง จะต้องนำลูก หรือที่มาร์คลูกกลับไปวางที่จุดที่ลูกหรือมาร์คลูกถูกทำให้เคลื่อนที่ไป (ไม่สามารถหาจุดวางได้ ดูกฎข้อ 20-3 ค)
*การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 6-8 ง
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม
*ถ้าผู้เล่นถูกปรับโทษทั่วไปสำหรับการละเมิดกฎข้อ 6-8 ง จะต้องไม่นำกฎข้อ 6-8 ค มาปรับเพิ่มอีก

กฎข้อ 7 การฝึกซ้อม

นิยามศัพท์
สนาม หมายถึง บริเวณพื้นที่ภายในทั้งหมดที่อนุญาตให้เล่น (ดูกฎข้อ 33-2)

7-1 ก่อนหรือระหว่างรอบต่างๆ
ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์
ในวันที่ทำการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ ก่อนรอบการแข่งขัน ผู้เล่นอาจฝึกซ้อมในสนามที่ใช้ทำการแข่งขันได้
ข. การเล่นแบบสโตรกเพลย์
ในวันที่ทำการแข่งขันแบบสโตรกเพลย์ หรือในการเพลย์ออฟ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องไม่ฝึกซ้อมในสนามที่ใช้แข่งขัน หรือทดสอบสภาพผิวกรีนใดๆ ในสนามก่อนรอบการแข่งขัน หรือก่อนการเพลย์ออฟ เมื่อมีการแข่งขันแบบสโตรกเพลย์มากกว่าสองหรือสามรอบในหลายวันติดต่อกัน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องไม่ฝึกซ้อม หรือทดสอบสภาพผิวกรีนใดๆ ในสนามที่ใช้ทำการแข่งขัน หรือรอบต่างๆ ที่ยังเหลือสำหรับทำการแข่งขันต่อไป
ข้อยกเว้น : อนุญาตให้ซ้อมพัต หรือซ้อมชิพใกล้กับแท่นตั้งทีของหลุมแรกก่อนเริ่มรอบการแข่งขัน หรือก่อนเพลย์ออฟได้
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 7-1 ข ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
หมายเหตุ คณะกรรมการอาจกำหนดในเงื่อนไขที่ใช้ในการแข่งขัน (กฎข้อ 33-1) ห้ามทำการฝึกซ้อมในสนามที่ใช้ทำการแข่งขัน ในวันใดวัหนึ่งสำหรับการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ หรือในการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์ อาจอนุญาตให้ฝึกซ้อมในสนามที่ใช้ทำการแข่งขัน หรือในส่วนใดของสนาม (กฎข้อ 33-2 ค) ในวันใดวันหนึ่ง หรือในระหว่างรอบหลายรอบก็ได้
7-2 ระหว่างรอบการแข่งขัน
ผู้เล่นจะต้องไม่ซ้อมตีลูกขณะเล่นอยู่ในแต่ละหลุม หรือระหว่างการเล่นต่อกันของสองหลุม เว้นแต่ว่า ระหว่างการเล่นต่อกันของหลุมนั้นผู้เล่นอาจจะซ้อมพัตบนกรีน หรือซ้อมชิพใกล้กับกรีนของหลุมที่เล่นจบไปแล้ว หรือบนกรีนซ้อม หรือบนแท่นตั้งทีของหลุมที่จะเล่นต่อไปในรอบนั้น ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขว่า ต้องไม่ฝึกซ้อมตีลูกในอุปสรรค และไม่ทำให้เกิดความล่าช้าในการเล่น (กฎข้อ 6-7) การตีลูกเพื่อเล่นต่อให้จบหลุม ถึงแม้ว่ารู้ผลตัดสินแล้ว ไม่ถือเป็นการซ้อมตีลูก
ข้อยกเว้น เมื่อคณะกรรมการได้สั่งให้หยุดการเล่นชั่วคราว ก่อนจะกลับเข้าไปเล่นต่อ ผู้เล่นอาจฝึกซ้อม (ก) ตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎข้อนี้ (ข) ในที่อื่นไม่ใช่สนามที่ใช้กำหนดการแข่งขัน และ (ค) ตามที่คณะกรรมการอนุญาตให้กระทำการได้
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 7-2
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม
ในกรณีที่มีการละเมิดกฎข้อบังคับระหว่างช่วงต่อเนื่องของหลุม ให้ปรับโทษที่หลุมต่อไป
หมายเหตุ 1 การซ้อมสวิงไม่ใช่เป็นการซ้อมตีลูก และอาจจะทำในที่ใดๆ ก็ได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่ละเมิดกฎข้อบังคับ
หมายเหตุ 2 คณะกรรมการอาจห้ามการซ้อมบนกรีน หรือาจห้ามซ้อมใกล้กับกรีนของหลุมที่เล่นไปจบแล้วก็ได้

กฎข้อ 8 คำปรึกษา และการชี้เส้นทางเล่น


นิยามศัพท์
คำปรึกษา หมายถึง คำตักเตือน หรือคำแนะนำที่สามารถส่งผลให้ผู้เล่นนำไปกำหนดการเล่น เช่น การเลือกใช้ไม้กอล์ฟ หรือวิธีการตี การบอกกล่าวเรื่องกฎข้อบังคับ หรือข้อมูลที่เป็นที่เปิดเผยทั่วไป เช่น ตำแหน่งอุปสรรค หรือตำแหน่งคันธงบนกรีน ไม่ถือว่าเป็นคำปรึกษา
เส้นทางเล่น หมายถึง ทิศทางที่ผู้เล่นต้องการตีลูกของตนไป บวกกับระยะด้านข้างพอสมควรทั้งสองข้างของทิศทางนั้น เส้นทางเล่นขยายต่อเนื่องขึ้นในแนวตั้งฉากจากพื้น แต่เส้นทางเล่นไม่ต่อเนื่องเลยหลุม

8-1 คำปรึกษา
ในระหว่างรอบที่กำหนด ผู้เล่นจะต้องไม่ให้คำปรึกษาแก่ผู้ใดในการแข่งขัน ยกเว้นพาร์ทเนอร์ของตน ผู้เล่นอาจจะขอคำปรึกษาจากพาร์ทเนอร์ หรือแคดดี้ของพาร์ทเนอร์ได้เท่านั้น
8-2 การชี้เส้นทางเล่น
ก. ในที่อื่นนอกจากบนกรีน
ยกเว้นบนกรีน ผู้เล่นอาจให้ผู้หนึ่งผู้ใดชี้เส้นทางเล่นได้ แต่จะต้องไม่มีผู้ใดยืนอยู่ใกล้กับผู้เล่น หรืออยู่ใกล้เส้นทางเล่น หรืออยู่ใกล้เส้นทางที่ต่อเนื่องเลยหลุมออกไปในขณะผู้เล่นกำลังทำการตี ถ้ามีเครื่องหมายใดวางไว้โดยผู้เล่นระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง หรือผู้เล่นรับรู้ว่าเป็นสิ่งบ่งชี้เส้นทางเล่น จะต้องนำออกไปก่อนตีลูก ข้อยกเว้น การเฝ้าคันธง หรือการยกคันธงไว้-ดูกฎข้อ 17-1
ข. บนกรีน
เมื่อลูกของผู้เล่นอยู่บนกรีน ผู้เล่น หรือแคดดี้ของตน หรือพาร์ทเนอร์หรือแคดดี้ของพาร์ทเนอร์ อาจชี้เส้นทางพัตให้แก่กันได้ แต่ไม่ใช่ระหว่างการพัตต์ (การตี) และการกระทำดังกล่าวจะต้องไม่ไปสัมผัสกรีน และจะต้องไม่วางเครื่องหมายในที่หนึ่งที่ใดเพื่อเป็นการชี้เส้นทางพัตต์
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม
หมายเหตุ คณะกรรมการอาจกำหนดเงื่อนไขในการแข่งขันประเภททีม (กฎข้อ 33-1) โดยอนุญาตให้แต่ละทีมแต่งตั้งบุคคลผู้หนึ่งที่อาจจะให้คำปรึกษา (รวมถึงการชี้เส้นทางพัตต์) แก่สมาชิกในทีมนั้นๆ ได้ คณะกรรมการอาจกำหนดเงื่อนไขต่างๆ เกี่ยวกับการแต่งตั้ง และขอบเขตที่อนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลผู้นั้น และต้องแสดงตัวต่อคณะกรรมการก่อนให้คำปรึกษา

กฎข้อ 9 การแจ้งจำนวนแต้มที่ทำได้


9-1 ทั่วไป
จำนวนการตีที่ผู้เล่นทำได้ จะต้องรวมแต้มปรับโทษใดๆ ที่เกิดขึ้นด้วย
9-2 การเล่นแบบแมทช์เพลย์
ผู้เล่นที่ได้ถูกปรับโทษจะต้องแจ้งให้ฝ่ายตรงข้ามทราบโดยเร็วเท่าที่ สามารถทำได้ เว้นแต่ฝ่ายตรงข้ามได้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้เล่นได้ปฏิบัติภายใต้กฎข้อบังคับเมื่อมีการปรับโทษเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าผู้เล่นละเลยที่จะแจ้งฝ่ายตรงข้าม ถึงแม้ไม่รู้ตัวว่าต้องถูกปรับโทษ จะต้องถือว่าเป็นการแจ้งแต้มผิด ระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง หรือหลังจากเล่นจบหลุมใดหลุมหนึ่งไปแล้ว ฝ่ายตรงข้ามมีสิทธิ์สอบถามจากผู้เล่น เพื่อให้แน่ใจกับจำนวนแต้มของหลุมที่เล่นไปแล้ว ระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง ถ้าผู้เล่นแจ้งหรือถือว่าผู้เล่นแจ้งจำนวนแต้มที่ทำได้ผิดพลาด หากมีการแก้ไขความผิดพลาดนั้นให้ถูกต้องก่อนฝ่ายตรงข้ามตีครั้งต่อไป ผู้เล่นจะไม่ถูกปรับโทษ ถ้าผู้เล่นไม่แก้ไขการแจ้งข้อผิดพลาดนั้นให้ถูกต้อง ผู้เล่นจะต้องถูกปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น หลังจากเล่นจบหลุมหนึ่งหลุมใดแล้ว หรือถือว่าผู้เล่นได้แจ้งจำนวนแต้มที่ทำได้ในหลุมที่เพิ่งจบไปแล้วนั้นผิด พลาดไป และมีผลกระทบต่อความเข้าใจของฝ่ายตรงข้ามต่อผลการเล่นของหลุมนั้น ถ้าผู้เล่นแก้ไขความผิดพลาดให้ถูกต้อง ก่อนผู้เล่นคนหนึ่งคนใดเล่นจากแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป หรือในกรณีหลุมสุดท้ายของการเล่นแบบแมทช์เพลย์ ก่อนที่ผู้เล่นทั้งหมดลงจากกรีน ผู้เล่นจะไม่ถูกปรับโทษ ถ้าผู้เล่นไม่แก้ไขการแจ้งผิดพลาดนั้น ผู้เล่นจะต้องถูกปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
9-3 การเล่นแบบสโตรกเพลย์
ผู้เข้าแข่งขันที่ได้ถูกปรับโทษ ควรแจ้งมาร์คเกอร์ของตนให้ทราบโดยเร็วเท่าที่สามารถทำได้

กฎข้อ 10 ลำดับการเล่น

นิยามศัพท์
ผู้เล่นที่ได้เกียรติเล่นจากแท่นตั้งทีเป็นคนแรก เรียกว่าได้ ออนเนอร์

10-1 การเล่นแบบแมทช์เพลย์
ก. บนแท่นตั้งที
ฝ่ายที่จะต้องได้ออนเนอร์บนแท่นตั้งทีของหลุมแรกจะถูกกำหนดจากลำดับของ การแบ่งกลุ่ม ถ้าไม่มีการแบ่งกลุ่มไว้ล่วงหน้า ควรตัดสินการได้ออนเนอร์ด้วยการจับฉลาก ฝ่ายที่ชนะในหลุมใด จะต้องได้ออนเนอร์บนแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป ถ้าเสมอกันในหลุมใด ฝ่ายที่ได้ออนเนอร์บนแท่นตั้งทีของหลุมก่อนหน้านั้น ยังคงได้ออนเนอร์สืบต่อไป
ข. นอกแท่นตั้งที
เมื่อลูกทั้งหมดอยู่ในการเล่น ลูกที่อยู่ไกลหลุมกว่าจะต้องได้เล่นก่อน ถ้าลูกอย่างห่างจากหลุมระยะเท่ากัน ควรตัดสินว่าลูกใดได้เล่นก่อนด้วยการจับฉลาก
ข้อยกเว้น กฎข้อ 30-3 ค (ประเภทเบสท์บอล และโฟร์บอลแบบแมทช์เพลย์)
ค. การเล่นผิดลำดับ
ถ้าผู้เล่นตีลูกเมื่อฝ่ายตรงข้ามควรจะได้เล่นก่อน ฝ่ายตรงข้ามอาจะขอให้ยกเลิกการตีดังกล่าวได้ทันที และให้เล่นตามลำดับที่ถูกต้องตามจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไป ครั้งสุดท้าย (ดูกฎข้อ 20-5) โดยไม่มีการปรับโทษ
10-2 การเล่นแบบสโตรกเพลย์
ก. บนแท่นตั้งที
ผู้เข้าแข่งขันที่จะต้องได้ออนเนอร์บนแท่นตั้งทีของหลุมแรก จะถูกกำหนดจากลำดับของการแบ่งกลุ่ม หากไม่มีการแบ่งกลุ่มไว้ ก็ให้ตัดสินด้วยการจับฉลาก ผู้เข้าแข่งขันที่ทำแต้มน้อยที่สุดในหลุมใดหลุมหนึ่ง จะต้องได้ออนเนอร์บนแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป
ส่วนผู้เข้าแข่งขันที่ทำแต้มน้อยที่สุดอันดับสองจะต้องเล่นเป็นคนต่อไป ตามลำดับ ถ้าผู้เข้าแข่งขันสองคนหรือมากกว่านั้นทำแต้มเท่ากันในหลุมใดหลุมหนึ่ง จะต้องเล่นจากแท่นตั้งทีของหลุมต่อไปตามลำดับของการเล่นบนแท่นตั้งทีของหลุม ก่อนหน้านั้น
ข. นอกแท่นตั้งที
เมื่อลูกทั้งหมดอยู่ในการเล่น ลูกที่อยู่ไกลจากหลุมมากที่สุดจะต้องได้เล่นก่อน ถ้าลูกสองลูกหรือมากกว่านั้นอยู่ไกลจากหลุมระยะทางเท่ากัน ให้ตัดสินว่าลูกใดจะได้เล่นก่อนด้วยการจับฉลาก
ข้อยกเว้น กฎข้อ 22 (ลูกกีดขวาง หรือลูกช่วยเหลือการเล่น) และกฎข้อ 31-5 (การเล่นประเภทโฟร์บอลแบบสโตรกเพลย์)
ค. เล่นผิดลำดับ
ถ้าผู้เข้าแข่งขันเล่นผิดลำดับ จะต้องเล่นลูกนั้นต่อไปตามสภาพที่ลูกอยู่โดยไม่มีการปรับโทษ อย่างไรก็ตาม ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าผู้เข้าแข่งขันสมยอมที่จะเล่นตามลำดับอื่นใด นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อ 2 ก หรือ 2 ข และข้อ 3 ของกฎข้อนี้ แล้วส่งผลให้ผู้หนึ่งผู้ใดเกิดความได้เปรียบ ผู้เข้าแข่งขันที่เกี่ยวข้องทุกคนจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
(การเล่นลูกขณะอีกลูกหนึ่งกำลังเคลื่อนที่บนกรีน - ดูกฎข้อ 16-1 ฉ)
(การเล่นผิดลำดับในการเล่นประเภททรีซั่มส์ และโฟร์ซั่มส์แบบสโตรกเพลย์ - ดูกฎข้อ 29-3)
10-3 การเล่นลูกสำรอง หรือลูกที่สองจากแท่นตั้งที
ถ้าผู้เล่นจะเล่นลูกสำรอง หรือเล่นลูกที่สองจากแท่นตั้งที ผู้เล่นจะต้องเล่นหลังจากฝ่ายตรงข้าม หรือผู้ร่วมแข่งขันได้ตีลูกแรกไปแล้ว ถ้าผู้เล่นได้เล่นลูกสำรอง หรือเล่นลูกที่สองผิดลำดับ จะต้องนำกฎย่อยข้อ 1 ค และข้อ 2 ค ของกฎข้อนี้มาใช้บังคับ
10-4 ลูกเคลื่อนที่ระหว่างการวัดระยะ
ถ้าลูกเคลื่อนที่ระหว่างการวัดระยะเพื่อกำหนดว่าลูกใดอยู่ไกลจากหลุมมากกว่ากัน ให้นำลูกมาวางไว้ที่เดิมโดยไม่มีการปรับโทษ

กฎข้อ 11 แท่นตั้งที

นิยามศัพท์
แท่นตั้งที หมายถึง บริเวณที่เริ่มเล่นของหลุมที่จะเล่น เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความยาวสองช่วงไม้กอล์ฟจากหมุดตีด้านหน้า และความกว้างที่กำหนดโดยขอบด้านนอกของหมุดตั้งทีทั้งสอง ให้ถือว่าลูกอยู่นอกเขตแท่นตั้งทีเมื่อทุกส่วนของลูกอยู่นอกเขตแท่นตั้งที

11-1 การตั้งที
ในการเล่นจากแท่นตั้งที ผู้เล่นอาจวางลูกบนพื้นดิน หรือวางลูกบนส่วนของพื้นที่ที่ไม่ราบเรียบที่ผู้เล่นทำขึ้นมาจากพื้นดิน หรือตั้งลูกบนที หรือวางลูกบนกองทราย หรือวางลูกบนวัสดุอื่นเพื่อยกลูกให้ลอยขึ้นเหนือพื้นดิน ผู้เล่นอาจยืนนอกเขตแท่นตั้งทีเพื่อตีลูกภายในเขตแท่นตั้งทีได้
11-2 หมุดที
ก่อนผู้เล่นตีลูกครั้งแรกจากแท่นตั้งทีของหลุมที่กำลังเล่นอยู่ ให้ถือว่าหมุดทีทั้งสองข้างเป็นสิ่งติดตรึงอยู่กับที่ ถ้าผู้เล่นเคลื่อนย้าย หรือยินยอมให้เคลื่อนย้ายหมุดทีอันหนึ่งอันใดเพื่อหลีกเลี่ยงการกีดขวางต่อ ท่ายืน หรือการกีดขวางต่อพื้นที่ตั้งใจสวิง หรือการกีดขวางต่อเส้นทางเล่นของตน ในกรณีนี้ ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 13-2
11-3 ลูกตกจากทีตั้งลูก
ถ้าลูกที่ยังไม่ได้อยู่ในการเล่นตกจากทีตั้งลูก หรือไม้กอล์ฟของผู้เล่นกระทบลูกตกจากทีตั้งลูกในการจรดลูก ผู้เล่นอาจตั้งลูกบนทีใหม่ได้โดยไม่มีการปรับโทษ แต่ถ้าได้ทำการตีแล้วไม่ว่าลูกเคลื่อนที่หรือไม่ก็ตาม ในกรณีนี้ให้นับแต้ม แต่ไม่ถูกปรับโทษ
11-4 การเล่นนอกแท่นตั้งที
ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์
ถ้าผู้เล่นเริ่มต้นเล่นลูกในหลุมหนึ่งหลุมใดนอกแท่นตั้งที ฝ่ายตรงข้ามอาจให้ผู้เล่นยกเลิกการตีนั้นทันที และให้ผู้เล่นเล่นลูกภายในแท่นตั้งทีใหม่โดยไม่มีการปรับโทษ
ข. การเล่นแบบสโตรกเพลย์
ถ้าผู้เข้าแข่งขันเริ่มต้นเล่นลูกในหลุมหนึ่งหลุมใดนอกเขตแท่นตั้งที ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกปรับโทษสองแต้ม แล้วจะต้องเล่นใหม่ภายในเขตแท่นตั้งที ถ้าผู้เข้าแข่งขันเล่นลูกจากแท่นตั้งทีของหลุมต่อไปโดยไม่แก้ไขความผิดพลาด ของตน หรือในกรณีหลุมสุดท้ายของรอบที่เล่น ผู้เล่นเดินลงจากกรีนโดยไม่ประกาศเจตนาที่จะแก้ไขความผิดพลาดของตน ผู้เล่นจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน แต้มของผู้เข้าแข่งขันที่เล่นลูกจากนอกเขตแท่นตั้งที และแต้มที่เล่นต่อจากนั้น ก่อนการแก้ไขความผิดพลาด ไม่นำไปนับรวมกับแต้มของผู้เล่น
11-5 การเล่นผิดแท่นตั้งที
ให้ใช้ข้อกำหนดของกฎข้อ 11-4

กฎข้อ 12 การค้นหา และการตรวจสอบลูก

นิยามศัพท์
อุปสรรค หมายถึง บังเกอร์ หรืออุปสรรคน้ำ
บังเกอร์ หมายถึง อุปสรรคที่ประกอบด้วยพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ มีลักษณะเป็นหลุมที่ได้ขุดเอาหญ้า หรือดินออกไป แล้วนำทรายหรือสิ่งอื่นที่คล้ายกันมาใส่ไว้แทน พื้นที่ที่มีหญ้าปกคลุมพื้นที่โดยรอบอยู่ภายในบังเกอร์ ไม่ถือว่าเป็นส่วนของบังเกอร์ เขตของบังเกอร์ต่อเนื่องลงไปในแนวตั้งฉากจากพื้น แต่ไม่ต่อเนื่องขึ้นข้างบน ลูกที่ถือว่าอยู่ในบังเกอร์ คือลูกที่อยู่ในบังเกอร์ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับบังเกอร์
อุปสรรคน้ำ หมายถึง ทะเล ทะเลสาบ บ่อน้ำ แม่น้ำ ร่องน้ำ รางระบายน้ำ หรือเส้นทางน้ำไหลเปิดไปสู่ที่อื่น (ไม่ว่ามีน้ำอยู่หรือไม่) และสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน
พื้นที่ หรือน้ำทั้งหมดภายในเขตอุปสรรคน้ำ เป็นส่วนของอุปสรรคน้ำ ขอบเขตของอุปสรรคน้ำขยายต่อเนื่องในแนวตั้งฉากจากพื้นทั้งขึ้นและลง สำหรับเสาหลัก และเส้นที่ใช้กำหนดเขตอุปสรรคน้ำอยู่ในอุปสรรคน้ำ เสาหลักดังกล่าวเป็นสิ่งกีดขวาง ลูกที่อยู่ในอุปสรรคต่อเมื่อลูกทั้งลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับอุปสรรคน้ำ
หมายเหตุ 1 ควรกำหนดเขตอุปสรรคน้ำ (นอกจากอุปสรรคน้ำด้านข้าง) ด้วยหลัก หรือเส้นสีเหลือง
หมายเหตุ 2 คณะกรรมการอาจออกกฎสนาม ห้ามเล่นในบริเวณที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้กำหนดไว้เป็นอุปสรรคน้ำ

12-1 การค้นหาลูก การมองเห็นลูก
การค้นหาลูกในบริเวณในสนาม ผู้เล่นอาจสัมผัส หรือแหวกหญ้ายาว พงหญ้า พุ่มไม้ ไม่เตี้ยตามทุ่ง หรือไม้พุ่มที่คล้ายกันได้เท่าที่จำเป็นเพื่อค้นหาลูก และตรวจดูลูกของตน แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่ปรับปรุงสภาพที่ลูกหยุดอยู่ หรือไม่ปรับปรุงพื้นที่ตั้งใจจะสวิง หรือไม่ปรับปรุงเส้นทางเล่นของตน ผู้เล่นไม่จำเป็นได้สิทธิ์ในการมองเห็นลูกขณะตีของตน ในอุปสรรค หากเชื่อว่าลูกถูกปกคลุมด้วยลูสอิมเพดิเม้นท์ หรือราย ผู้เล่นอาจเคลื่อนย้ายออก แล้วควานหาดูด้วยคราด หรือด้วยวิธีอื่นเท่าที่ทำให้สามารถมองเห็นส่วนหนึ่งส่วนใดของลูก ถ้าเคลื่อนย้ายสิ่งที่ปกคลุมอยู่ออกมากเกินไป จะไม่มีการปรับโทษ แต่จะต้องนำกลับเข้าไปปกคลุมไว้ดังเดิม เพื่อให้เห็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกเท่านั้น ถ้าลูกเคลื่อนที่จากการเคลื่อนย้ายสิ่งปลกคุลมดังกล่าว ไม่มีการปรับโทษ แต่จะต้องนำลูกกลับไปวางไว้ที่เดิม และหากจำเป็นก็ให้ปกคลุมไว้ดังเดิม ให้ดูกฎข้อ 23 เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์นอกเขตอุปสรรค ถ้าลูกที่อยู่ในสภาพพื้นที่ผิดปกติ เคลื่อนที่โดยบังเอิญระหว่างการค้นหา ให้นำลูกกลับไปวางไว้ที่เดิมโดยไม่มีการปรับโทษ เว้นแต่ผู้เล่นเลือกปฏิบัติตามูกฎข้อ 25-1 ข และถ้าผู้เล่นนำลูกกลับไปวางไว้ที่เดิมแล้ว ผู้เล่นก็ยังคงปฏิบัติตามกฎข้อ 25-1 ข ถ้าสามารถนำมาใช้ได้ ถ้าเชื่อแน่ว่าลูกอยู่ในน้ำที่เป็นอุปสรรคน้ำ ผู้เล่นอาจจะใช้ไม้กอล์ฟควานหาดู หรือใช้วิธีอื่น หากการทำเช่นนี้ไปทำให้ลูกเคลื่อนที่ ให้วางลูกไว้ที่เดิมโดยไม่มีการปรับโทษ เว้นแต่ผู้เล่นเลือกปฏิบัติตามกฎข้อ 26-1
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 12-1
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม
12-2 การตรวจสอบลูก
การเล่นลูกที่ถูกต้องเป็นความรับผิดชอบของผู้เล่น ผู้เล่นแต่ละคนควรทำเครื่องหมายไว้บนลูกของตน ยกเว้นในอุปสรรค ผู้เล่นอาจหยิบลูกที่เชื่อว่าเป็นลูกของตนขึ้นมาเพื่อทำการตรวจสอบลูกได้โดย ไม่ถูกปรับโทษ ถ้าเป็นลูกของผู้เล่น จะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม และก่อนหยิบลูกขึ้นมา ผู้เล่นต้องแจ้งเจตนาของตนต่อฝ่ายตรงข้ามในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ หรือแจ้งมาร์คเกอร์ หรือผู้ร่วมแข่งขันในการเล่นแบบสโตรคเพลย์ ได้มีโอกาสเฝ้าดูการหยิบลูก และการนำลูกกลับไปวางไว้ที่เดิม ถ้าผู้เล่นหยิบลูกโดยไม่แจ้งเจตนาของตนไว้ล่วงหน้า หรือไม่ทำการมาร์คตำแหน่งลูกหรือไม่ให้ฝ่ายตรงข้าม มาร์คเกอร์ หรือผู้ร่วมแข่งขันได้มีโอกาสเฝ้าดูด้วย หรือถ้าผู้เล่นหยิบลูกของตนเพื่อการตรวจสอบในอุปสรรค หรือไปทำความสะอาดลูกเกินความจำเป็นในการตรวจสอบ ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม และจะต้องนำลูกกลับไปวางไว้ที่เดิม ถ้าผู้เล่นไม่นำลูกกลับไปวางไว้ที่เดิม ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษ สำหรับการเมิดกฎข้อ 20-3 ก แต่จะต้องไม่ใช้กฎข้อ 12-2 มาปรับโทษเพิ่มอีก

กฎข้อ 13 การเล่นตามสภาพที่ลูกอยู่

นิยามศัพท์
อุปสรรค หมายถึง บังเกอร์ หรืออุปสรรคน้ำ
บังเกอร์ หมายถึง อุปสรรคที่ประกอบด้วยพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ มีลักษณะเป็นหลุมที่ได้ขุดเอาหญ้า หรือดินออกไป แล้วนำทราย หรือสิ่งอื่นที่คล้ายกันมาใส่ไว้แทน พื้นที่ที่มีหญ้าที่ปกคลุมพื้นที่โดยรอบอยู่ภายในบังเกอร์ ไม่ถือว่าเป็นส่วนของบังเกอร์ เขตของบังเกอร์ต่อเนื่องลงไปในแนวตั้งฉากจากพื้น หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับบังเกอร์
อุปสรรคน้ำ หมายถึง ทะเล ทะเลสาบ บ่อน้ำ แม่น้ำ ร่องน้ำ รางระบายน้ำ หรือเส้นทางน้ำไหลเปิดไปสู่ที่อื่น (ไม่ว่ามีน้ำอยู่หรือไม่) และสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน
พื้นที่ หรือน้ำทั้งหมดภายในเขตอุปสรรคน้ำ เป็นส่วนของอุปสรรคน้ำ ขอบเขตของอุปสรรคน้ำขยายต่อเนื่องในแนวตั้งฉากจากพื้นทั้งขึ้นและลง สำหรับเสาหลัก และเส้นที่ใช้กำหนดเขตอุปสรรคน้ำอยู่ในอุปสรรคน้ำ เสาหลักดังกล่าวเป็นสิ่งกีดขวาง ลูกที่อยู่ในอุปสรรคต่อเมื่อลูกทั้งลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับอุปสรรคน้ำ
หมายเหตุ 1 ควรกำหนดเขตอุปสรรคน้ำ (นอกจากอุปสรรคน้ำด้านข้าง) ด้วยหลัก หรือเส้นสีเหลือง
หมายเหตุ 2 คณะกรรมการอาจออกกฎสนาม ห้ามเล่นในบริเวณที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้กำหนดไว้เป็นอุปสรรคน้ำ
เส้นทางเล่น หมายถึง ทิศทางที่ผู้เล่นต้องการตีให้ลูกของตนไปบวกกับระยะด้านข้างพอควรทั้งสองข้าง ของทิศทางนั้น เส้นทางเล่นขยายต่อเนื่องขึ้นในแนวตั้งฉากกับพื้น แต่เส้นทางเล่นไม่ต่อเนื่องเลยหลุม
การยืน ประกอบไปด้วย ผู้เล่นได้สืบเท้าทั้งสองข้างเข้าไปยืนอยู่ในตำแหน่งที่เตรียมพร้อมจะตีลูก

13-1 ทั่วไป
จะต้องเล่นลูกตามสภาพที่ลูกอยู่ เว้นแต่กฎข้อบังคับที่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น (ลูกที่หยุดอยู่ แล้วเคลื่อนที่ - ดูกฎข้อ 18)
13-2 การปรับปรุงสภาพพื้นที่
พื้นที่ที่ตั้งใจเข้าไปยืนหรือสวิงหรือเส้นทางเล่น
เว้นแต่กำหนดไว้ในกฎข้อบังคับ ผู้เล่นจะต้องไม่ปรับปรุง หรือไม่อนุญาตให้ปรับปรุง
ตำแหน่งหรือสภาพพื้นที่ที่ลูกของตนอยู่
พื้นที่ที่ตั้งใจเข้าไปยืน หรือพื้นที่สวิงของตน
เส้นทางเล่นของตน หรือเส้นทางต่อเนื่องเลยหลุมไปพอควร
พื้นที่ที่ผู้เล่นจะทำการดรอป หรือการวางลูกด้วยการกระทำใดๆ ดังต่อไปนี้
เคลื่อนที่ งอ หรือหักสิ่งใดที่งอก หรือติดตรึงอยู่ (รวมถึงสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ และวัสดุที่กำหนดเขตนอกสนาม)
สร้าง หรือขจัดพื้นผิวที่ไม่ราบเรียบ
เคลื่อนย้าย หรือกดทราย เศษดิน ก้อนหญ้าที่ปะรอยไดวอท หรือแผ่นหญ้าที่ตัดมาปะ หรือ
ปัดน้ำค้าง น้ำค้างแข็ง หรือน้ำ
ยกเว้นสิ่งต่อไปนี้
ตามที่อาจเกิดขึ้นจากการเข้าไปทำการยืนตามปกติ
ในการตี หรือการเคลื่อนไม้กอล์ฟขึ้นไปเพื่อตีลูก
การสร้าง หรือการขจัดพื้นผิวที่ไม่ราบเรียบบนแท่นตั้งที หรือ
การปัดเศษทราย และเศษดินบนกรีน ตามที่อนุญาตไว้ในกฎข้อ 16-1 ก หรือการซ่อมแซมความเสียหายดังที่กำหนดไว้ในกฎข้อ 16-1 ค
อนุโลมให้วางไม้กอล์ฟบนพื้นเพียงเบาๆ เท่านั้น และจะต้องไม่กดไม้กอล์ฟลงบนพื้น
ข้อยกเว้น ลูกในอุปสรรค - ดูกฎข้อ 13-4
13-3 การสร้างที่ยืน
ผู้เล่นมีสิทธิ์จะวางเท้าได้อย่างมั่นคงเมื่อเข้าไปทำการยืน แต่ผู้เล่นจะต้องไม่ปรับสภาพที่ยืน
13-4 ลูกในอุปสรรค
เว้นแต่กำหนดไว้ในกฎข้อบังคับ ก่อนทำการตีลูกที่อยู่ในอุปสรรค (ไม่ว่าในบังเกอร์ หรือในอุปสรรคน้ำ) หรือในที่ที่ได้หยิบลูกขึ้นมาจากอุปสรรคเพื่อดรอป หรือวางลูกในอุปสรรค ผู้เล่นจะต้องไม่
ก. ทดสอบสภาพพื้นที่ไม่อุปสรรค หรือทดสอบที่อื่นใดที่คล้ายกับอุปสรรค
ข. สัมผัสพื้นในอุปสรรค หรือสัมผัสน้ำในอุปสรรคน้ำ ด้วยไม้กอล์ฟ หรือสิ่งอื่นๆ หรือ
ค. สัมผัส หรือเคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์ที่อยู่ใน หรือสัมผัสอยู่กับอุปสรรค
ข้อยกเว้น
1. นอกจากว่าไม่เป็นการกระทำเพื่อเป็นการทดสอบอุปสรรค หรือการปรับปรุงสภาพพื้นที่ของลูก จะไม่มีการปรับโทษ ถ้าผู้เล่น
(ก) สัมผัสพื้นในอุปสรรค หรือสัมผัสน้ำในอุปสรรคน้ำโดยบังเอิญเพื่อป้องกันการหกล้ม หรือในการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง หรือในการวัดหรือในการค้นหาลูกเพื่อนำกลับมา หรือในการหยิบลูก หรือในการวางลูก หรือในการนำลูกกลับไปวางที่เดิมภายใต้กฎข้อบังคับ หรือ
(ข) วางไม้กอล์ฟของตนในอุปสรรค
2. หลังจากผู้เล่นทำการตีลูกแล้ว ในเวลาใดก็ตาม แคดดี้ของผู้เล่นอาจเกลี่ยทราย หรือเกลี่ยดินในอุปสรรคให้ราบเรียบได้ โดยผู้เล่นไม่จำเป็นต้องอนุญาต เว้นแต่ว่าถ้าลูกยังคงอยู่ในอุปสรรค ผู้เล่นต้องไม่กระทำสิ่งใดเพื่อปรับปรุงสภาพพื้นที่ที่ลูกอยู่ หรือเพื่อช่วยเหลือการเล่นครั้งต่อไปของตนในหลุมนั้น
หมายเหตุ เมื่อใดก็ตาม รวมถึงตอนจรด หรือตอนเคลื่อนไม้กอล์ฟขึ้นเพื่อตีลูก ไม้ของผู้เล่นอาจสัมผัสกับสิ่งกีดขวาง หรือสัมผัสสิ่งปลูกสร้างที่คณะกรรมการประกาศให้เป็นส่วนประกอบของสนาม หรือสัมผัสหญ้า พุ่มไม้ ต้นไม้ หรือสิ่งที่องกอยู่ได้
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎ
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม
(การค้นหาลูก - ดูกฎข้อ 12-1)

กฎข้อ 16 กรีน

นิยามศัพท์
กรีน หมายถึง พื้นที่ทั้งหมดที่ได้จัดเตรียมไว้เพื่อการพัตต์โดยเฉพาะในหลุมที่กำลังเล่น อยู่ หรือพื้นที่ที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นเช่นนั้น ลูกอยู่บนกรีนเมื่อส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับกรีน
เส้นทางพัต หมายถึง ทิศทางบนกรีนที่ผู้เล่นต้องการการตี (พัตต์) ให้ลูกของตนไป ยกเว้น ในเรื่องที่เกี่ยวกับกฎข้อ 16-1 จ เส้นทางพัตรวมถึงระยะด้านข้างพอควรทั้งสองข้างของทิศทางนั้น และไม่ต่อเนื่องเลยหลุม
ลูก ลงหลุมแล้ว เมื่อเข้าไปหยุดนิ่งภายในเส้นรอบวงของหลุม และทุกส่วนของลูกอยู่ต่ำกว่าระดับของปากหลุมไป

16-1 ทั่วๆ ไป
ก. การสัมผัสเส้นทางพัตต์
ผู้เล่นต้องไม่สัมผัสเส้นทางพัต ยกเว้น
(1) ผู้เล่นอาจเคลื่อนย้ายทราย หรือเศษดินบนกรีน และเคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์อื่นๆ ด้วยการหยิบขึ้นหรือปัดไปทางด้านข้างด้วยมือ หรือไม้กอล์ฟโดยไม่กดสิ่งใดๆ ลงไป
(2) ในการจรดลูก ผู้เล่นอาจวางไม้กอล์ฟหน้าลูกได้โดยไม่กดสิ่งใดๆ ลงไป
(3) ในการวัดระยะ - กฎข้อ 10-4
(4) ในการหยิบลูก - กฎข้อ 16-1 ข
(5) ในการกดที่มาร์คลูกลงไป
(6) ในการซ่อมรอยหลุมเก่า หรือซ่อมรอยลูกตกบนกรีน - กฎข้อ 16-1 ค และ
(7) ในการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้ออกไป - กฎข้อ 24-1
(การชี้เส้นทางพัตบนกรีน - ดูกฎข้อ 8-2 ข)
ข. การหยิบลูก
ผู้เล่นอาจจะหยิบลูกที่อยู่บนกรีน และทำความสะอาดลูกได้ถ้าต้องการ และจะต้องนำลูกที่หยิบขึ้นมานั้นกลับไปวางไว้ตรงจุดเดิมที่ได้หยิบลูกขึ้นมา
ค. การซ่อมรอยของหลุมการซ่อมรอยลูกตก และการซ่อมความเสียหายอื่นๆ
ผู้เล่นอาจซ่อมรอยหลุมเก่า หรือซ่อมความเสียหายบนกรีนที่เกิดจากการกระทบของลูก ไม่ว่าลูกของผู้เล่นอยู่บนกรีนหรือไม่ก็ตาม ถ้าลูกหรือที่มาร์คลูกเคลื่อนที่โดยบังเอิญเนื่องจากการซ่อมดังกล่าว จะต้องนำลูกนั้น หรือนำที่มาร์คลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม โดยไม่มีการปรับโทษ สำหรับความเสียหายอื่นบนกรีนจะต้องไม่ได้รับการซ่อม ถ้าอาจจะเป็นการช่วยเหลือการเล่นต่อไปของผู้เล่นในหลุมนั้น
ง. การทดสอบผิวกรีน
ระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง ผู้เล่นจะต้องไม่ทดสอบผิวกรีนด้วยการกลิ้งลูก หรือการลูบ หรือการครูดผิวกรีน
จ. การยืนคร่อม หรือการยืนบนเส้นทางพัตต์
ผู้เล่นจะต้องไม่ทำการตี (พัตต์) ลูกบนกรีนด้วยการยืนคร่อม หรือวางเท้าข้างใดข้างหนึ่งสัมผัสกับเส้นทางพัต หรือสัมผัสกับเส้นทางด้านหลังลูกที่ต่อเนื่องจากเส้นทางพัตต์นั้น
ฉ. การตีลูกในขณะที่อีกลูกหนึ่งกำลังเคลื่อนที่
หลังจากตีลูกขึ้นไปอยู่บนกรีนแล้ว ผู้เล่นจะต้องไม่ทำการตี (พัตต์) ลูกในขณะอีกลูกหนึ่งกำลังเคลื่อนที่อยู่บนกรีน เว้นแต่ถ้าผู้เล่นทำเช่นนั้นเพราะอยู่ในลำดับการเล่นของตน ผู้เล่นจะไม่ถูกปรับโทษ (การหยิบลูกที่กีดขวางการเล่น หรือช่วยเหลือการเล่นขณะอีกลูกหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ - ดูกฎข้อ 22)
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 16-1
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม
(ตำแหน่งของแคดดี้ หรือพาร์ทเนอร์ - ดูกฎข้อ 14-2) (ผิดกรีน - ดูกฎข้อ 25-3)
16-2 ลูกค้างปากหลุม
เมื่อส่วนใดของลูกค้างอยู่ที่ปากหลุม ให้ผู้เล่นมีเวลาเพียงพอเดินเข้าไปที่หลุมโดยไม่ชักช้า และเพิ่มเวลาให้อีกสิบวินาที เพื่อดูให้แน่ใจว่าลูกหยุดนิ่งแล้วหรือไม่ ถ้าลูกไม่ได้ลงหลุม ให้ถือว่าลูกหยุดนิ่งแล้ว หากลูกลงไปในหลุมหลังจากนั้น ให้ถือว่าผู้เล่นได้ตี (พัตต์) ลูกลงหลุมแล้วด้วยการตี (พัตต์) ครั้งสุดท้าย และ ผู้เล่นจะต้องบวกแต้มปรับโทษหนึ่งแต้มรวมเข้าไปในแต้มของผู้เล่น นอกเหนือจากนั้นจะไม่มีการปรับโทษภายใต้กฎข้อนี้ (การเล่นโดยไม่ชักช้า - ดูกฎข้อ 6-7)

กฎข้อ 17 คันธง

นิยามศัพท์
คันธง หมายถึง เครื่องชี้ตำแหน่งที่เป็นลำตรงที่เคลื่อนย้ายได้ ไม่ว่ามีใบธง หรือวัสดุอื่นติอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม ปักอยู่กลางหลุมเพื่อแสดงตำแหน่งที่ตั้งของหลุม และจะต้องมีรูปหน้าตัดเป็นทรงกลม

17-1 การเฝ้าคันธง การหยิบคันธงออก หรือการยกไว้
ผู้เล่นอาจขอให้เฝ้าคันธง ให้หยิบคันธงออก หรือให้ยกคันธงไว้เพื่อชี้ตำแหน่งหลุมทั้งก่อนและระหว่างการตี ทั้งนี้อาจจะกระทำได้โดยผู้เล่นมอบหมายก่อนตีลูก ก่อนการตีลูก ถ้ามีการเฝ้าคันธง มีการหยิบคันธงออก หรือมีการยกคันธงไว้โดยผู้หนึ่งผู้ใดโดยที่ผู้เล่นรับทราบ และไม่ได้โต้แย้งแล้ว ให้ถือว่าผู้เล่นอนุญาตให้ทำ ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดที่เฝ้าคันธง หรือยกคันธงไว้หรือยืนอยู่ใกล้หลุมขณะมีการตีลูก จะต้องถือว่าผู้นั้นเฝ้าคันธงอยู่จนกระทั่งลูกหยุดนิ่ง
17-2 การเฝ้าคันธงโดยไม่มีผู้มอบหมาย
ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์
ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ ขณะผู้เล่นกำลังทำการตีลูก หรือขณะลูกกำลังเคลื่อนที่ ฝ่ายตรงข้าม หรือแคดดี้ของฝ่ายตรงข้าม จะต้องไม่เฝ้าคันธง ไม่หยิบคันธงออก หรือไม่ยกคันธงไว้ โดยที่ผู้เล่นไม่ได้มอบหมาย หรือไม่ทราบล่วงหน้า
ข. การเล่นแบบสโตรกเพลย์
ในการเล่นแบบสโตรกเพลย์ ขณะผู้เข้าแข่งขันกำลังทำการตีลูก หรือขณะลูกกำลังเคลื่อนที่ ถ้าผู้เข้าร่วมแข่งขัน หรือแคดดี้ของเขา เฝ้าคันธงหยิบคันธงออก หรือยกคันธงไว้โดยผู้เข้าแข่งขันไม่อนุญาต หรือไม่ทราบล่วงหน้า ผู้ร่วมแข่งขันจะถูกปรับโทษ ในการละเมิดกฎข้อนี้ ในสภาพการณ์ดังกล่าว ถ้าลูกของผู้เข้าแข่งขันไปกระทบคันธง หรือไปกระทบผู้ที่เฝ้าคันธง หรือไปกระทบสิ่งใดของผู้ที่เฝ้าคันธง ผู้เข้าแข่งขันจะไม่ถูกปรับโทษ และจะต้องเล่นตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่ เว้นแต่ถ้าเป็นการตี (พัตต์) บนกรีน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องยกเลิกการเล่นลูกนั้น และให้นำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิมเพื่อเล่นใหม่
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 17-1 หรือ -2
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม
17-3 ลูกกระทบคันธง หรือกระทบผู้เฝ้าคันธง
ลูกของผู้เล่นจะต้องไม่กระทบ
ก. คันธง ผู้เล่น พาร์ทเนอร์ หรือแดดดี้ของคนหนึ่งคนใด หรือผู้อื่นที่ผู้เล่นสั่ง หรือทราบมาก่อนล่วงหน้า ขณะเฝ้าคันธงอยู่ ขณะหยิบคันธงออกจากหลุม หรือขณะยกคันธงขึ้น หรือ
ข. แคดดี้ของผู้เล่น พาร์ทเนอร์ หรือแดดดี้ของพาร์ทเนอร์ของตน ขณะกำลังเฝ้าคันธงอยู่ หรือผู้อื่นที่ผู้เล่นสั่ง หรือทราบล่วงหน้า หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ผู้นั้นถืออยู่ หรือ
ค. คันธงที่อยู่ในหลุม โดยไม่มีการเฝ้าคันธง ขณะเล่นลูกบนกรีน
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 17-3
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ปรับสองแต้ม
และจะต้องเล่นตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่
17-4 ลูกพิงอยู่กันคันธง
ถ้าลูกพิงอยู่กับคันธงขณะลูกอยู่ภายในขอบหลุม ผู้เล่น หรือผู้อื่นที่ผู้เล่นมอบหมาย อาจเคลื่อนคันธง หรือนำคันธงออก ถ้าลูกลงไปในหลุม จะต้องถือว่าผู้เล่นได้เล่นลูกลงหลุมนั้นแล้วด้วยการตีครั้งสุดท้าย นอกเหนือจากนั้น ถ้าลูกเคลื่อนที่จะต้องนำลูกมาวางที่ปากหลุม โดยไม่มีการปรับโทษ ลูกถูกทำให้เคลื่อนที่ เฉไป หรือหยุด

กฎข้อ 18 ลูกที่หยุดอยู่ ถูกทำให้เคลื่อนที่

ให้ถือว่าลูกได้ เคลื่อนที่ ถ้าลูกเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม และมาหยุดอยู่ในตำแหน่งใหม่ สิ่งภายนอก หมายถึง สิ่งใดๆ ที่ไม่ใช่เป็นส่วนของแมทช์แข่งขัน หรือในกรณีของสโตรคเพลย์ ไม่ได้เป็นส่วนของฝ่ายผู้เข้าแข่งขัน สิ่งภายนอก ให้รวมถึงผู้ตัดสิน มาร์คเกอร์ ผู้สังเกตการณ์ และโฟร์แคดดี้ ทั้งลม และน้ำ ไม่ใช่เป็นสิ่งภายนอก
อุปกรณ์ หมายถึง สิ่งใดๆ ที่ผู้เล่นใช้สวมใส่ หรือถือไว้ หรือมีไว้สำหรับผู้เล่น ยกเว้น ลูกที่ผู้เล่นได้ใช้เล่นในหลุมที่กำลังเล่นอยู่ และสิ่งเล็กๆ เช่น เหรียญ หรือทีที่ตั้งลูก เมื่อนำไปใช้มาร์คตำแหน่งลูก หรือนำไปใช้มาร์คระยะพื้นที่ทำการดรอปลูก ให้อุปกรณ์รวมถึงรถกอล์ฟ ไม่ว่าใช้เครื่องยนต์หรือไม่ก็ตาม ถ้าผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนใช้รถดังกล่าวร่วมกัน ให้ถือว่าทั้งรถและของทุกอย่างที่อยู่ในนั้นเป็นอุปกรณ์ของผู้เล่นที่เป็น เจ้าของลูกที่กำลังเล่นลูกอยู่ ยกเว้น เมื่อรถที่ใช้ร่วมกันขับเคลื่อนโดยผู้เล่นคนหนึ่งคนใด ให้ถือว่าทั้งรถและของทุกอย่างที่อยู่บนรถเป็นอุปกรณ์ของผู้เล่นคนนั้น
หมายเหตุ ลูกที่ใช้เล่นในหลุมที่กำลังเล่นอยู่ กลายเป็นอุปกรณ์ต่อเมื่อได้ถูกหยิบขึ้น และยังไม่ถูกนำกลับเข้าไปเล่นต่อ ผู้เล่นได้ จรดลูกแล้ว เมื่อผู้เล่นได้เข้าไปยืน และได้จรดไม้กอล์ฟ ยกเว้นในอุปสรรค ผู้เล่นได้จรดลูกแล้ว เมื่อผู้เล่นเข้าไปทำการยืน การเข้าไปทำ การยืน ประกอบไปด้วย ผู้เล่นได้สืบเท้าทั้งสองเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่เตรียมพร้อมจะตีลูก

18-1 โดยสิ่งภายนอก
ถ้าลูกที่หยุดอยู่ แล้วถูกทำให้เคลื่อนที่โดยสิ่งภายนอก ผู้เล่นไม่ถูกปรับโทษ และจะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิมก่อนที่ผู้เล่นทำการตีครั้งต่อไป (ลูกของผู้เล่นหยุดอยู่ แล้วอีกลูกหนึ่งทำให้เคลื่อนที่ - ดูกฎข้อ 18-5) 18-2 โดยผู้เล่น พาร์ทเนอร์ แคดดี้ หรืออุปกรณ์
ก. ทั่วๆ ไป
เมื่อลูกของผู้เล่นเป็นลูกที่อยู่ในการเล่น
(1) ผู้เล่น พาร์ทเนอร์ หรือแคดดี้ของคนใดคนหนึ่ง ไปหยิบ หรือไปทำให้ลูกเคลื่อนที่ หรือเจตนาสัมผัสลูก (ยกเว้นสัมผัสด้วยไม้เพื่อทำการจรดลูก) หรือเจตนาทำให้ลูกเคลื่อนที่ ยกเว้นกรณีที่กฎข้อบังคับอนุญาต
(2) อุปกรณ์ของผู้เล่น หรือของพาร์ทเนอร์ของตนไปทำให้ลูกเคลื่อนที่
ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม และจะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม นอกเสียจากว่าการเคลื่อนที่ของลูกเกิดขึ้นหลังจากผู้เล่นได้เริ่มสวิง และไม่ได้หยุดการสวิงนั้น ภายใต้กฎข้อบังคับจะไม่ปรับโทษ ถ้าผู้เล่นทำลูกเคลื่อนที่โดยบังเอิญในสภาพการณ์ต่อไปนี้ ในการวัดเพื่อให้แน่ใจว่าลูกใดอยู่ไกลหลุมมากกว่ากัน - กฎข้อ 10-4 ในการค้นหาลูกที่ถูกปกคลุมอยู่ในอุปสรรค หรือในสภาพพื้นที่ผิด ปกติ - กฎข้อ 12-1 ในการซ่อมรอยหลุมเก่า หรือในการซ่อมรอย ลูกตก - กฎข้อ 16-1 ค ในการเคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์บนกรีน - กฎข้อ 18-2 ค ในการหยิบลูกขึ้นตามกฎข้อบังคับ - กฎข้อ 20-1 ในการวางลูก หรือในการนำลูกกลับไปวางที่เดิมตามกฎข้อบังคับ - กฎข้อ 20-3 ก ในการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้ - กฎข้อ 24-1 ข. ลูกเคลื่อนที่หลังจากการจรดไม้
ถ้าลูกที่อยู่ในการเล่นของผู้เล่น เคลื่อนที่หลังจากผู้เล่นได้จรดลูกแล้ว (นอกจากผลที่เกิดจากการตี) ให้ถือว่าผู้เล่นได้ทำให้ลูกเคลื่อนที่ ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม และผู้เล่นจะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม นอกจากว่าการเคลื่อนที่ของลูกเกิดขึ้นหลังจากผู้เล่นได้เริ่มสวิง และไม่ได้หยุดการสวิงนั้น
ค. ลูกเคลื่อนที่หลังจากสัมผัสลูสอิมเพดิเม้นท์
ถ้าลูกเคลื่อนที่หลังจากผู้เล่น พาร์ทเนอร์ หรือแคดดี้ของคนหนึ่งคนใด สัมผัสลูสอิมเพดิเม้นท์ที่อยู่ใกล้กับลูกภายในหนึ่งช่วงไม้กอล์ฟในบริเวณ ทั่วพื้นสนาม และก่อนผู้เล่นได้จรดลูก ให้ถือว่าผู้เล่นได้ทำลูกเคลื่อนที่ ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม และจะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม นอกจากว่าการเคลื่อนที่ของลูกเกิดขึ้นหลังจากผู้เล่นได้เริ่มสวิง และไม่ได้หยุดการสวิงนั้น ถ้าลูก หรือที่มาร์คลูกเคลื่อนที่จากการเคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์ใดๆ บนกรีน จะต้องนำลูก หรือที่มาร์คลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม โดยไม่มีการปรับโทษ แต่มีเงื่อนไขว่าการเคลื่อนที่ของลูก และที่มาร์คลูกเกิดจากการเคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์โดยตรง นอกเหนือจากนั้น ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม ภายใต้กฎข้อ 18-2 ก หรือ กฎ20-1
18-3 โดยฝ่ายตรงข้าม แคดดี้ หรืออุปกรณ์ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์
ก. ระหว่างการค้นหา
ในระหว่างการค้นหาลูกของผู้เล่น ถ้าลูกเคลื่อนที่โดยฝ่ายตรงข้าม หรือแคดดี้ หรืออุปกรณ์ของฝ่ายตรงข้าม จะไม่มีการปรับโทษ และผู้เล่นจะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม
ข. นอกเหนือจากในระหว่างการค้นหา
นอกเหนือจากในระหว่างการค้นหาลูก ถ้าฝ่ายตรงข้าม หรือแคดดี้หรืออุปกรณ์ของฝ่ายตรงข้าม สัมผัสลูก หรือทำให้ลูกเคลื่อนที่ ฝ่ายตรงข้ามจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม ยกเว้นกฎข้อบังคับจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น และผู้เล่นจะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม (ลูกถูกทำให้เคลื่อนที่ในการวัดเพื่อดูว่าลูกใดอยู่ไกลหลุมมากกว่ากัน - ดูตามกฎ 10-4) (การเล่นลูกผิด - ดูกฎข้อ 15-2)
18-4 โดยผู้เข้าแข่งขัน แคดดี้ หรืออุปกรณ์ ในการเล่นแบบสโตรกเพลย์
ถ้าลูกของผู้เข้าแข่งขันถูกทำให้เคลื่อนที่โดยผู้เข้าแข่งขัน แคดดี้ หรืออุปกรณ์ของผู้ร่วมแข่งขัน จะไม่มีการปรับโทษ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม (การเล่นลูกผิด - ดูกฎข้อ 15-3)
18-5 โดยอีกลูกหนึ่ง
ถ้าลูกที่อยู่ในการเล่นหยุดนิ่งแล้ว ถูกทำให้เคลื่อนที่โดยอีกลูกหนึ่งที่มาจากการตี จะต้องนำลูกที่ถูกทำให้เคลื่อนที่ไปนั้นกลับมาวางไว้ที่เดิม
*การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎ
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม
*ถ้าผู้เล่นที่จำเป็นต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม ไม่กระทำดังที่กล่าวไว้ ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษทั่วไปสำหรับการละเมิดกฎข้อ 18 แต่ไม่มีการปรับโทษเพิ่มอีกภายใต้กฎข้อ 18
หมายเหตุ 1 ถ้าไม่สามารถหาลูกที่จะต้องนำกลับมาวางไว้ที่เดิมมาได้ อาจจะใช้อีกลูกหนึ่งมาแทนได้
หมายเหตุ 2 ถ้าเป็นไปไม่ได้ที่จะหาจุดเดิมเพื่อนำลูกกลับมาวางไว้ให้ดูกฎข้อ 20-3 ค

กฎข้อ 19 ลูกที่กำลังเคลื่อนที่ ถูกทำให้เฉไป หรือหยุดลง

นิยามศัพท์
สิ่งภายนอก หมายถึง สิ่งใดๆ ที่ไม่ใช่เป็นส่วนของแมทช์แข่งขัน หรือในกรณีของสโตรคเพลย์ ไม่ได้เป็นส่วนของฝ่ายผู้เข้าแข่งขัน สิ่งภายนอก ให้รวมถึงผู้ตัดสิน มาร์คเกอร์ ผู้สังเกตการณ์ และโฟร์แคดดี้ ทั้งลม และน้ำ ไม่ใช่เป็นสิ่งภายนอก
อุปกรณ์ หมายถึง สิ่งใดๆ ที่ผู้เล่นใช้สวมใส่ หรือถือไว้ หรือมีไว้สำหรับผู้เล่น ยกเว้น ลูกที่ผู้เล่นได้ใช้เล่นในหลุมที่กำลังเล่นอยู่ และสิ่งเล็กๆ เช่น เหรียญ หรือทีที่ตั้งลูก เมื่อนำไปใช้มาร์คตำแหน่งลูก หรือนำไปใช้มาร์คระยะพื้นที่ทำการดรอปลูก ให้อุปกรณ์รวมถึงรถกอล์ฟ ไม่ว่าใช้เครื่องยนต์หรือไม่ก็ตาม ถ้าผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนใช้รถดังกล่าวร่วมกัน ให้ถือว่าทั้งรถและของทุกอย่างที่อยู่ในนั้นเป็นอุปกรณ์ของผู้เล่นที่เป็น เจ้าของลูกที่กำลังเล่นลูกอยู่ ยกเว้น เมื่อรถที่ใช้ร่วมกันขับเคลื่อนโดยผู้เล่นคนหนึ่งคนใด ให้ถือว่าทั้งรถและของทุกอย่างที่อยู่บนรถเป็นอุปกรณ์ของผู้เล่นคนนั้น
หมายเหตุ ลูกที่ใช้เล่นในหลุมที่กำลังเล่นอยู่ กลายเป็นอุปกรณ์ต่อเมื่อได้ถูกหยิบขึ้น และยังไม่ถูกนำกลับเข้าไปเล่นต่อ
19-1 โดยสิ่งภายนอก
ถ้าสิ่งภายนอกทำให้ลูกที่กำลังเคลื่อนที่ เฉไป หรือหยุดโดยบังเอิญ เรียกว่า รับออฟเดอะกรีน ไม่มีการปรับโทษ และจะต้องเล่นลูกตามสภาพที่ลูกอยู่ ยกเว้น
ก. ถ้าลูกที่กำลังเคลื่อนที่หลังจากการตีลูกที่อยู่นอกกรีน เข้ามาหยุดอยู่ใน หรือเข้ามาหยุดอยู่บนสิ่งภายนอกที่กำลังเคลื่อนที่ หรือสิ่งมีชีวิตใดๆ ในบริเวณทั่วพื้นสนาม หรือในอุปสรรค ผู้เล่นจะต้องดรอปลูก ส่วนลูกที่เล่นอยู่บนกรีน ผู้เล่นจะต้องวางลูกใกล้เท่าที่เป็นไปได้กับจุดที่สิ่งภายนอกอยู่ ขณะลูกเข้ามาหยุดอยู่ใน หรือเข้ามาหยุดอยู่บนสิ่งนั้น
ข. ถ้าลูกที่กำลังเคลื่อนที่หลังจากการตี (พัตต์) บนกรีน ถูกทำให้เฉไปหรือเข้ามาหยุดอยู่ใน หรือเข้ามาหยุดอยู่บนสิ่งภายนอกที่กำลังเคลื่อนที่ หรือสิ่งมีชีวิตใดๆ ยกเว้น หนอน หรือแมลง จะต้องยกเลิกการตีนั้น และให้นำลูกกลับมาวางที่เดิม แล้วเล่นใหม่ ถ้าไม่สามารถนำลูกนั้นกลับมาได้ อาจจะใช้อีกลูกหนึ่งแทนได้ (ลูกของผู้เล่นถูกทำให้ เฉไป หรือหยุดลง โดยอีกลูกหนึ่ง - ดูกฎข้อ 19-5)
หมายเหตุ ถ้าผู้ตัดสิน หรือคณะกรรมการทราบโดยแน่ชัดว่า สิ่งภายนอกมีเจตนาทำให้ลูกของผู้เล่น เฉไป หรือหยุดลง ให้ใช้กฎข้อ 1-4 ต่อผู้เล่น ถ้าสิ่งภายนอกนั้นเป็นผู้ร่วมแข่งขัน หรือแคดดี้ของผู้ร่วมแข่งขัน ให้ใช้กฎข้อ 1-2 ต่อผู้ร่วมแข่งขันนั้น
19-2 โดยผู้เล่น พาร์ทเนอร์ แคดดี้ หรืออุปกรณ์
ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์
ถ้าลูกของผู้เล่นถูกทำให้เฉไป หรือหยุดลงโดยผู้เล่นเอง หรือพาร์ทเนอร์ หรือแคดดี้ หรืออุปกรณ์ของคนหนึ่งคนใดโดยบังเอิญ ผู้เล่นจะต้องถูกปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
ข. การเล่นแบบสโตรกเพลย์
ถ้าลูกของผู้เข้าแข่งขันถูกทำเฉไป หรือหยุดโดยตนเอง หรือพาร์ทเนอร์ หรือแคดดี้ หรืออุปกรณ์ของคนหนึ่งคนใดโดยบังเอิญ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกปรับสองแต้ม และจะต้องเล่นลูกตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่ ยกเว้น เมื่อลูกมาหยุดอยู่ใน หรือหยุดอยู่บนเสื้อผ้า หรืออุปกรณ์ของผู้เล่น หรือของพาร์ทเนอร์ หรือของแคดดี้ของคนใดคนหนึ่ง ในบริเวณทั่วพื้นสนาม หรือในอุปสรรค ผู้เข้าแข่งขันจะต้องดรอปลูก หรือถ้าอยู่บนกรีน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องวางลูก ใกล้เท่าที่เป็นไปได้ตรงจุดที่ลูกเข้ามาหยุดอยู่ในหรือหยุดอยู่บนสิ่งของ นั้น
ข้อยกเว้น ลูกที่ดรอป - ดูกฎข้อ 20-2 ก (ลูกที่ถูกทำเฉไป หรือหยุดลงโดยเจตนาของผู้เล่น พาร์ทเนอร์หรือแคดดี้ของตน - ดูกฎข้อ 1-2)
19-3 โดยฝ่ายตรงข้าม แคดดี้ หรืออุปกรณ์ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์
ถ้าลูกของผู้เล่นบังเอิญถูกทำให้เฉไป หรือหยุดลงโดยฝ่ายตรงข้าม หรือแคดดี้ของฝ่ายตรงข้าม หรืออุปกรณ์ของฝ่ายตรงข้าม ผู้เล่นอาจเล่นลูกตามสภาพที่หยุดอยู่ หรือก่อนการตีของทั้งสองฝ่าย ให้ยกเลิกการตีนั้น และเริ่มเล่นใหม่จากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้าย (ดูกฎข้อ 20-5) โดยไม่มีการปรับโทษ ถ้าลูกได้เข้ามาหยุดอยู่ใน หรือหยุดอยู่บนเสื้อผ้า หรืออุปกรณ์ ของฝ่ายตรงข้าม หรือของแคดดี้ของฝ่ายตรงข้าม ในบริเวณทั่วพื้นสนามหรือในอุปสรรค ผู้เล่นอาจดรอปลูก หรือบนกรีนให้วางลูกใกล้ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้กับที่สิ่งที่ลูกเข้ามาหยุด ใน หรือหยุดอยู่บนสิ่งนั้น
ข้อยกเว้น ลูกไปกระทบบุคคลที่กำลังเฝ้าคันธง - ดูกฎข้อ 17-3 ข (ลูกถูกทำให้เฉไป หรือหยุดลง โดยเจตนาของฝ่ายตรงข้ามหรือแคดดี้ - ดูกฎข้อ 1-2)
19-4 โดยผู้ร่วมแข่งขัน แคดดี้ หรืออุปกรณ์ ในการเล่นแบบสโตรกเพลย์
ดูกฎข้อ 19-1 กรณีที่ลูกถูกทำให้เฉไปโดยสิ่งภายนอก
19-5 โดยอีกลูกหนึ่ง
ก. ที่หยุดนิ่งอยู่
ถ้าลูกของผู้เล่นที่ตีไป ถูกทำให้เฉไป หรือหยุดลง โดยอีกลูกหนึ่งที่อยู่ในการเล่นและหยุดนิ่ง ผู้เล่นจะต้องเล่นลูกของตนตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่ ไม่มีการปรับโทษในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ ส่วนในการเล่นแบบสโตรคเพลย์ก็ไม่มีการปรับโทษ นอกจากทั้งสองลูกอยู่บนกรีนก่อนตี (พัตต์) ในกรณีนี้ ผู้เล่นถูกปรับโทษสองแต้ม
ข. ขณะกำลังเคลื่อนที่
ถ้าลูกของผู้เล่นกำลังเคลื่อนที่หลังจากตีไปแล้ว ถูกทำให้เฉไป หรือหยุด โดยอีกลูกหนึ่งที่กำลังเคลื่อนที่ ผู้เล่นจะต้องเล่นลูกตนตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่โดยไม่มีการปรับโทษ นอกจากผู้เล่นไปละเมิดกฎข้อ 16-1 ฉ ในกรณีเช่นนี้ ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อดังกล่าว
ข้อยกเว้น ถ้าลูกของผู้เล่นกำลังเคลื่อนที่หลังจากตี (พัตต์) ไปแล้วบนกรีน และลูกอื่นที่กำลังเคลื่อนที่เป็นสิ่งภายนอก - ดูกฎข้อ 19-1 ข
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎ
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม

กฎข้อ 20 การหยิบลูก การดรอปลูก การวางลูก และการเล่นลูกผิดที่

20-1 การหยิบลูก และการมาร์คลูก
การหยิบลูกภายใต้กฎข้อบังคับ อาจจะหยิบได้โดยผู้เล่น พาร์ทเนอร์ หรืออีกบุคคลอื่นที่ผู้เล่นอนุญาตให้หยิบ ในกรณีเช่นนี้ ผู้เล่นจะต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดกฎข้อบังคับใดๆ จะต้องทำการมาร์คตำแหน่งลูก ก่อนหยิบภายใต้กฎข้อบังคับที่กำหนดให้นำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม ถ้าไม่ มาร์คลูก ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม และจะต้องวางลูกไว้ที่เดิม ถ้าไม่วางลูกไว้ที่เดิม ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษทั่วไป สำหรับการละเมิดกฎข้อนี้ แต่จะต้องไม่นำกฎข้อ 20-1 มาใช้เพื่อเพิ่มโทษเข้าไปอีก ถ้าลูก หรือที่มาร์คลูก เคลื่อนที่โดยบังเอิญจากการหยิบลูก หรือจากการมาร์คตำแหน่งลูกภายใต้กฎข้อบังคับ จะต้องนำลูก หรือนำที่ มาร์คลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม โดยไม่มีการปรับโทษ แต่มีเงื่อนไขว่าการเคลื่อนที่ของลูก หรือการเคลื่อนที่ของที่มาร์คลูกเกิดจากการกระทำเฉพาะในการมาร์คตำแหน่งลูก หรือในการหยิบลูกโดยตรงเท่านั้น มิฉะนั้น ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม ภายใต้กฎข้อนี้ หรือถูกปรับโทษภายใต้กฎข้อ 18-2 ก
ข้อยกเว้น ถ้าผู้เล่นถูกปรับโทษที่ไม่กระทำตามกฎข้อ 5-3 หรือข้อ 12-2 จะต้องไม่นำกฎข้อ 20-1 มาใช้เพื่อเพิ่มโทษเข้าไปอีก
หมายเหตุ ควรจะมาร์คตำแหน่งลูกที่จะหยิบขึ้นด้วยที่ มาร์คลูก ด้วยเหรียญเล็กๆ หรือด้วยสิ่งอื่นที่คล้ายกันให้ชิดกับด้านหลังลูก ถ้าที่มาร์คลูกกีดขวางการเล่น การยืน หรือการตี ของผู้เล่นอีกคนหนึ่งควรจะมาร์คให้พ้นในระยะหนึ่งช่วงหัวไม้กอล์ฟ หรือในระยะมากกว่าหนึ่งช่วงหัวไม้กอล์ฟไปทางด้านใดด้านหนึ่ง
20-2 การดรอปลูก และการดรอปลูกใหม่
ก. โดยใคร และอย่างไร
ลูกที่ดรอปภายใต้กฎข้อบังคับ จะต้องดรอปโดยผู้เล่นเอง ผู้เล่นจะต้องยืนตรง ถือลูกไว้ เหยียดแขนออกไประดับไหล่ และดอรปลูก ถ้าบุคคลอื่นเป็นผู้ดรอปลูกให้ หรือดรอปลูกในลักษณะอื่น และไม่ได้มีการแก้ไขความผิดพลาดตามที่กำหนดไว้ในกฎข้อ 20-6 ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม ในการดรอป ถ้าลูกสัมผัสผู้เล่น พาร์ทเนอร์ หรือแคดดี้ หรืออุปกรณ์ของคนหนึ่งคนใดก่อน หรือหลังจากลูกกระทบพื้นสนาม จะต้องทำการดรอปลูกใหม่โดยไม่เสียแต้ม และไม่จำกัดจำนวนครั้งที่จะต้องดรอปใหม่ในสภาพการณ์ เช่นนี้ (การกระทำอันมีผลต่อตำแหน่ง หรือการเคลื่อนที่ของลูก - ดูกฎข้อ 1-2)
ข. ดรอปที่ใด
เมื่อจะต้องดรอปลูกให้ใกล้จุดที่เฉพาะเจาะจงเท่าที่ทำได้ จะต้องดรอปลูกไม่ใกล้ หลุมเข้าไปกว่าจุดที่กำหนดนั้นๆ ถ้าผู้เล่นไม่ทราบตำแหน่งที่แน่ชัด จะต้องใช้การคาดคะเน เมื่อดรอปลูก ลูกต้องกระทบพื้นสนามก่อนตรงจุดที่กฎข้อบังคับกำหนดให้ ดรอป ถ้าไม่ดอรปลูกเช่นนี้ ให้นำกฎข้อ 20-6 และข้อ 20-7 มาบังคับใช้
ค. ดรอปใหม่เมื่อใด
ลูกที่ดรอปไปแล้ว จะต้องให้ดรอปใหม่ โดยไม่มีการปรับโทษ ถ้าลูก
(1) กลิ้ง และเข้าไปหยุดอยู่ในอุปสรรค
(2) กลิ้ง และออกไปหยุดอยู่นอกอุปสรรค
(3) กลิ้ง และขึ้นไปอยู่บนกรีน
(4) กลิ้งและออกไปหยุดอยู่นอกสนาม
(5) กลิ้ง และเข้าไปหยุดอยู่ในตำแหน่งที่มีการติดขัดจากสภาพที่ ได้รับการผ่อนปรนภายใต้กฎข้อ 24-2 (สิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้) กฎข้อ 25-1 (สภาพพื้นที่ผิดปกติ) กฎข้อ 25-3 (ผิดกรีน) หรือตามกฎสนาม (กฎข้อ 33-8 ก) หรือกลิ้งกลับเข้าไปในรอยลูกตกที่หยิบลูกขึ้นได้ภายใต้กฎข้อ 25-2 (ลูกจม)
(6) กลิ้งจากจุดที่ลูกกระทบพื้นสนามครั้งแรก ออกไปหยุดไกลกว่าสองช่วงไม้กอล์ฟ (ดูกฎข้อ 20-2 ข) หรือ
(7) กลิ้งหรือเข้าไปหยุดใกล้หลุมกว่า ดังนี้
ก. ตำแหน่งที่ลูกเดิมอยู่ หรือตำแหน่งที่ประมาณไว้ (ดูกฎข้อ 20-2 ข) นอกจากกฎข้อบังคับอนุญาตเป็นอย่างอื่น หรือ
ข. จุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุด หรือการผ่อนปรนมากที่สุดเท่าที่มีการให้ (กฎข้อ 24-2 หรือ กฎ 25-1 หรือ กฎ 25-3) หรือ
ค. จุดสุดท้ายที่ลูกเดิมข้ามขอบของอุปสรรคน้ำ หรืออุปสรรคน้ำด้านข้าง (กฎข้อ 26-1)
ถ้าดรอปใหม่ แล้วลูกกลิ้งเข้าไปในตำแหน่งตามที่ระบุข้างต้น จะต้องวางลูกใกล้ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้กับจุดที่ลูกกระทบพื้นสนามเมื่อทำกา รดรอปใหม่ ถ้าไม่สามารถนำลูกเดิมกลับมาดรอปใหม่ หรือนำกลับมาวางภายใต้กฎข้อนี้ ก็อาจจะใช้อีกลูกหนึ่งแทนได้
หมายเหตุ เมื่อทำการดรอปลูก หรือทำการดรอปใหม่ และลูกหยุดนิ่งแล้ว ถ้าลูกเคลื่อนที่ภายหลังจากนั้น จะต้องเล่นตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่ เว้นแต่มีข้อกำหนดในกฎข้อบังคับอื่นใดระบุไว้เป็นอย่างอื่น
20-3 การวางลูก และการนำลูกกลับมาวางที่เดิม
ก. โดยใคร และเมื่อใด
การวางลูกภายใต้กฎข้อบังคับ จะต้องวางโดยผู้เล่น หรือวางโดยพาร์ทเนอร์ของตน ถ้าเป็นลูกที่จะต้องนำกลับมาวางไว้ที่เดิม ผู้เล่นหรือพาร์ทเนอร์ของตน หรือผู้ที่หยิบลูก หรือผู้ที่เคลื่อนย้ายลูก จะต้องนำลูกมาวางตรงจุดที่หยิบลูกขึ้นมา หรือนำมาวางตรงจุดที่ เคลื่อนย้ายลูกไป ในกรณีเช่นนี้ ผู้เล่นจะต้องรับผิดชอบหากมีการละเมิดกฎข้อบังคับ ถ้าลูกหรือที่มาร์คลูกเคลื่อนที่โดยบังเอิญจากการวางลูก หรือจากการนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม จะต้องนำลูกหรือที่มาร์คลูกนั้นกลับมาไว้ที่เดิมโดยไม่มีการปรับโทษ แต่มีเงื่อนไขว่าการเคลื่อนที่ของลูก หรือการเคลื่อนที่ของที่มาร์คลูกเกิดจากการกระทำเฉพาะในการมาร์คตำแหน่งลูก หรือการหยิบลูกโดยตรงเท่านั้น มิฉะนั้น ผู้ล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม ภายใต้กฎข้อ 18-2 ก หรือ 20-1
ข. สภาพพื้นที่ต้องนำลูกมาวาง หรือนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิมได้เปลี่ยนไป
ถ้าสภาพพื้นที่เดิมที่ต้องนำลูกมาวาง หรือนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิมได้เปลี่ยนไป
(1) ยกเว้นในอุปสรรค จะต้องวางลูกบนสภาพพื้นที่คล้ายกับสภาพพื้นที่เดิมมากที่สุด ในระยะที่ไม่มากไปกว่าหนึ่งช่วงไม้กอล์ฟจากสภาพพื้นที่เดิม โดยไม่ใกล้หลุดเข้าไปมากว่าที่เดิม และไม่เข้าไปในอุปสรรค
(2) ในอุปสรรคน้ำ จะต้องวางลูกตาม ข้อ (1) ดังกล่าว เว้นแต่ว่าต้องวางลูกในอุปสรรคน้ำ
(3) ในบังเกอร์ จะต้องปรับแต่งพื้นที่ใหม่ ให้ใกล้เคียงกับสภาพพื้นที่เดิมเท่าที่เป็นไปได้ และจะต้องวางลูกบนพื้นที่นั้น
ค. ไม่สามารถหาจุดวางได้
หากไม่สามารถหาจุดที่จะต้องวางลูก หรือที่จะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิมนั้นได้
(1) ทั่วพื้นสนาม จะต้องดรอปลูกที่ใกล้ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในจุดเดิม
(2) ในอุปสรรค จะต้องดรอปลูกในอุปสรรคตรงจะที่ใกล้ที่เดิมที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
(3) บนกรีน จะต้องวางลูกใกล้ที่เดิมที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่ไม่เข้าไปในอุปสรรค
ง. ลูกไม่หยุดอยู่กับที่
เมื่อวางลูกแล้ว ถ้าลูกไม่หยุดอยู่กับที่วาง จะต้องนำกลับมาวางใหม่ได้ โดยไม่มีการปรับโทษ และถ้าลูกยังคงไม่หยุดอยู่ที่จุดนั้น
(1) ยกเว้นในอุปสรรค จะต้องวางลูกตรงจุดที่ใกล้ที่สุดที่สามารถวางลูกให้หยุดนิ่ง โดยไม่ใกล้หลุมเข้าไป และไม่เข้าไปในอุปสรรค
(2) ในอุปสรรค จะต้องวางลูกในอุปสรรคตรงจุดที่ใกล้ที่สุดที่สามารถวางลูกให้หยุดนิ่งได้ โดยไม่ใกล้หลุมเข้าไป เมื่อวางลูกหยุดนิ่งที่จุดนั้นแล้ว ถ้าลูกเคลื่อนที่ภายหลังจากนั้น จะไม่มีการปรับโทษ และต้องเล่นลูกตามสภาพที่ลูกอยู่ ยกเว้นถ้ามีข้อกำหนดในกฎข้อบังคับอื่นใดระบุไว้เป็นอย่างอื่น
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 20-1 หรือ 20-2 หรือ 20-3
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม
20-4 เมื่อลูกที่ดรอป หรือลูกที่วางเป็นลูกที่อยู่ในการเล่น
ถ้าหยิบลูกที่อยู่ในการเล่นของผู้เล่นขึ้นมา ลูกจะกลับไปอยู่ในการเล่นอีกครั้ง เมื่อดรอปลูก หรือวางลูกแล้ว
ลูกที่นำมาใช้แทนที่ กลายมาเป็นลูกที่อยู่ในการเล่นต่อเมื่อได้ดรอปลูก หรือวางลูกแล้ว (ลูกที่นำมาใช้แทนที่อย่างไม่ถูกต้อง - ดูกฎข้อ 15-1) (การหยิบลูกขึ้นที่นำไปเปลี่ยน หรือนำไปดรอป หรือนำไปวางอย่างไม่ถูกต้อง - ดูกฎข้อ 20-6)
20-5 การตีครั้งต่อไปจากที่ที่ตีครั้งที่แล้ว
เมื่อผู้เล่นเลือก หรือจำเป็นต้องทำการตีครั้งต่อไปจากที่ ที่ตีไปครั้งที่แล้วภายใต้กฎข้อบังคับ ผู้เล่นจะต้องเล่นจากที่ใดก็ได้ภายในแท่นตั้งที และอาจจะตั้งลูกบนทีตั้งลูกก็ได้ หรือถ้าเป็นการเล่นครั้งที่แล้วจากทั่วพื้นสนาม หรือเล่นจากอุปสรรค ผู้เล่นจะต้องดรอปลูกหรือถ้าเป็นการเล่นครั้งที่แล้วบนกรีนผู้เล่นจะต้องวาง ลูก
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 20-5
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม
20-6 การหยิบลูกขึ้นนำไปเปลี่ยน หรือนำไปดรอป หรือนำไปวางอย่างไม่ถูกต้อง
ลูกที่นำไปเปลี่ยนอย่างไม่ถูกต้อง หรือนำไปดรอป หรือนำไปวางผิดที่ หรือไม่เป็นไปตามกำข้อบังคับ แต่ยังไม่ได้เล่น ผู้เล่นอาจจะหยิบขึ้นมาแล้วผู้เล่นจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง โดยถูกไม่ปรับโทษ
20-7 การเล่นผิดที่
สำหรับลูกที่เล่นจากนอกแท่นตั้งที หรือเล่นผิดแท่นตั้งที - ดูกฎข้อ 11-4 หรือ 11-5
ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์
ถ้าผู้เล่นตีลูกที่ได้ดรอป หรือเล่นลูกที่ได้วางผิดที่ ผู้เล่นจะต้องถูกปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
ข. การเล่นแบบสโตรกเพลย์
ถ้าผู้เข้าแข่งขันเล่นลูกที่อยู่ในการเล่นของตนที่ (1) ได้ดรอป หรือได้วางผิดที่ หรือ (2) ได้ถูกทำให้เคลื่อนที่ และไม่นำกลับมาวางไว้ที่เดิม ตามที่กฎข้อบังคับระบุให้นำกลับมาวางไว้ที่เดิม ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกปรับโทษตามที่ระบุในกฎข้อบังคับที่สามารถนำมาบังคับ ใช้ และให้เล่นจบหลุมด้วยลูกนั้น แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีการละเมิดกฎข้อบังคับอย่างร้ายแรง ภายหลังจากการเล่นผิดที่ แล้วผู้เข้าแข่งขันได้รับทราบความจริง และเชื่อว่าตนอาจจะกระทำการละเมิดกฎข้อบังคับอย่างร้ายแรง ผู้เข้าแข่งขันอาจประกาศขอเล่นลูกที่สองให้จบหลุมนั้นโดยดรอป หรือวางลูกให้ถูกที่ตามกฎข้อบังคับ ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้เล่นจากแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป หรือลงจากกรีนในกรณีที่เป็นหลุมสุดท้ายของรอบที่เล่น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องรายงานความเป็นจริงต่อคณะกรรมการก่อนส่งสกอร์การ์ด หากผู้เข้าแข่งขันไม่ทำเช่นนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน คณะกรรมการจะต้องสอบสวนว่ามีการละเมิดกฎข้อบังคับอย่างร้ายแรงเกิดขึ้นหรือ ไม่ ถ้าเป็นดังนั้น จะต้องนับแต้มของลูกที่สอง และผู้เข้าแข่งขันจะต้องบวกแต้มปรับโทษสองแต้มรวมเข้าไปกับแต้มของลูกนั้น หากมีการละเมิดกฎอย่างร้ายแรง และผู้เข้าแข่งขันไม่ได้แก้ไขให้ถูกต้องดังที่ระบุไว้ข้างต้น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน หมายเหตุ ถ้าผู้เข้าแข่งขันเล่นลูกที่สอง แต้มปรับโทษเฉพาะที่เกิดขึ้นจากการเล่นลูกที่ได้ใช้กฎข้อบังคับตัดสินไปแล้ว ว่าไม่นับตลอดจนแต้มที่ทำได้หลังจากนั้นด้วยลูกดังกล่าว ให้ถือว่ายกเลิกไป

กฎข้อ 21 การทำความสะอาดลูก

ลูกที่อยู่บนกรีน แล้วอาจหยิบลูกขึ้นทำความสะอาดได้ตามกฎข้อ 16-1 ข ผู้เล่นอาจจะทำความสะอาดลูกได้เมื่อหยิบขึ้นจากที่อื่นๆ ยกเว้นเมื่อหยิบลูกขึ้นในกรณีต่อไปนี้
ก. เพื่อตรวจดูให้แน่ชัดว่าเป็นลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่น (กฎข้อ 5-3)
ข. เพื่อตรวจสอบว่าเป็นลูกของผู้เล่น (กฎข้อ 12-2) ในกรณีเช่นนี้อาจจะทำความสะอาดลูกได้เท่าที่จำเป็น เพียงพอเพื่อการตรวจสอบเท่านั้น
ค. เป็นลูกที่กีดขวาง หรือช่วยเหลือการเล่น (กฎข้อ 22)
ถ้าผู้เล่นทำความสะอาดลูกของตนระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง โดยที่กฎข้อนี้ไม่อนุญาตไว้ ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม ถ้าได้หยิบลูกขึ้น จะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม ถ้ากฎข้อบังคับกำหนดให้ผู้เล่นต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม แล้วไม่ปฏิบัติตาม ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษ สำหรับการละเมิดกฎข้อ 20-3 ก แต่จะไม่ถูกปรับโทษเพิ่มภายใต้กฎข้อ 21 อีก
ข้อยกเว้น ถ้าผู้เล่นถูกปรับโทษเนื่องจากไม่ทำตามกฎข้อ 5-3 หรือ ข้อ 12-2 หรือข้อ 22 แล้ว จะต้องไม่ถูกปรับโทษเพิ่มภายใต้
กฎข้อ 21 เพิ่มอีก

กฎข้อ 22 ลูกกีดขวาง หรือลูกช่วยเหลือการเล่น

ผู้เล่นคนหนึ่งคนใดอาจจะ
ก. หยิบลูกของตนขึ้น ถ้าผู้เล่นเห็นว่าลูกนั้นอาจจะช่วยเหลือผู้เล่นอื่นหรือ
ข. ขอให้หยิบลูกอื่นขึ้น ถ้าผู้เล่นเห็นว่าลูกนั้นอาจกีดขวางการเล่นของตน หรืออาจช่วยเหลือการเล่นของผู้เล่นอื่น
แต่ไม่อาจจะกระทำได้ในขณะที่ลูกอีกลูกหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ สำหรับการเล่นแบบสโตรกเพลย์ ผู้เล่นที่จำเป็นต้องหยิบลูก อาจขอเล่นก่อนแทนการหยิบลูกขึ้น ลูกที่หยิบขึ้นมาภายใต้กฎข้อนี้ จะต้องนำกลับมาวางไว้ที่เดิม
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎ
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ปรับสองแต้ม
หมายเหตุ ไม่อาจจะทำความสะอาดลูกเมื่อหยิบขึ้นภายใต้กฎข้อนี้ - ดูกฎข้อ 21 ยกเว้นบนกรีน





กฎข้อ 23 ลูสอิมเพดิเม้นท์


นิยามศัพท์
ลูสอิมเพดิเม้นท์ หมายถึง สิ่งที่เป็นวัตถุธรรมชาติร่วงหล่นบนพื้น เช่น ก้อนหิน ใบไม้ กิ่งไม้ แขนงไม้ สิ่งที่คล้ายกัน มูลสัตว์ หนอน แมลง คราบสัตว์ หรือกองมูลสัตว์ โดยมีเงื่อนไขว่าสิ่งเหล่านี้ต้องไม่ติดตรึง หรือไม่งอกเงยอยู่ หรือไม่ติดอยู่อย่างแน่นหนา และไม่เกาะติดอยู่ที่ลูก ทราย และเศษดิน เป็นลูสอิมเพดิเม้นท์ เฉพาะบนกรีน แต่ไม่ใช่ ที่อื่นๆ หิมะ และน้ำแข็งตามธรรมชาติ เป็นได้ทั้งน้ำชั่วคราว หรือลูสอิมเพดิเม้นท์ แล้วแต่ผู้เล่นจะเลือก ยกเว้นน้ำค้างแข็ง น้ำแข็งที่ผลิตขายทั่วไปเป็นสิ่งกีดขวาง น้ำค้าง และน้ำค้างแข็งไม่ใช่ ลูสอิมเพดิเม้นท์

23-1 การผ่อนปรน
ผู้เล่นอาจจะเคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์ ได้โดยไม่มีการปรับโทษ ยกเว้นเมื่อทั้งลูสอิมเพดิเม้นท์ และลูกอยู่ในอุปสรรค หรือสัมผัสกับอุปสรรคในที่เดียวกัน ถ้าลูกเคลื่อนที่ ดูกฎข้อ 18-2 ค ขณะลูกกำลังเคลื่อนที่ จะต้องไม่เคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์ อันอาจจะมีผลต่อการเคลื่อนที่ของลูก
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎ
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ปรับสองแต้ม
(การค้นหาลูกในอุปสรรค - ดูกฎข้อ 12-1)
(การสัมผัสเส้นทางพัตต์ - ดูกฎข้อ 16-1 ก)

กฎข้อ 24 สิ่งกีดขวาง

นิยามศัพท์
จุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุด หมายถึง จุดที่ใช้อ้างอิงสำหรับการผ่อนปรนโดยไม่มีการปรับโทษ เมื่อเกิดการติดขัดจากสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ (กฎข้อ 24-2) หรือจากสภาพพื้นที่ผิดปกติ (กฎข้อ 25-1) หรือจากผิดกรีน (กฎข้อ 25-3) จุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุดคือ จุดบันพื้นสนามที่ใกล้กับจุดที่ลูกหยุดอยู่มากที่สุด โดยไม่ใกล้หลุมเข้าไปมากกว่าจุดที่ลูกอยู่ และเมื่อลูกหยุดอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว จะไม่มีการตัดขัดเกิดขึ้น (ดังที่ได้กำหนดไว้)
หมายเหตุ ผู้เล่นควรหาจุดผ่อนปรนที่ใกล้กับจุดที่ตกอยู่มากที่สุด โดยใช้ไม้กอล์ฟที่ผู้เล่นสามารถจะใช้เล่นต่อไป ทำการจำลองตำแหน่งจรดไม้ และการสวิงเพื่อการตีนั้น
สิ่งกีดขวาง หมายถึง สิ่งใดก็ตามที่ทำขึ้นมา รวมถึงพื้นผิวถนน ขอบถนน ทางเดิน และน้ำแข็งที่ผลิตเพื่อขาย ยกเว้น
ก วัตถุที่กำหนดเขตนอกสนาม เช่น กำแพง รั้ว หลัก หรือราวรั้ว
ข ส่วนใดๆ ของสิ่งของที่ทำขึ้นมา และเคลื่อนย้ายไม่ได้ที่อยู่ภายนอกสนาม และ
ค สิ่งปลูกสร้างใดๆ ที่คณะกรรมการประกาศให้รวมเป็นส่วนเดียวกับสนาม
สิ่งกีดขวางที่ถือว่าเป็นสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้ ถ้าเคลื่อนย้ายได้โดยไม่ใช้แรงมาก หรือไม่ทำให้การเล่นล่าช้า และไม่ก่อนให้เกิดความเสียหาย มิฉะนั้น สิ่งดังกล่าวเป็นสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้
หมายเหตุ คณะกรรมการอาจจัดทำกฎสนาม ประกาศให้สิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้ เป็นสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้
24-1 สิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้
ผู้เล่นอาจจะขอรับการผ่อนปรนจากสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้ดังต่อไปนี้
ก ถ้าลูกไม่อยู่ใน หรือลูกไม่อยู่บนสิ่งกีดขวาง อาจจะนำสิ่งกีดขวางนั้นออกไป ถ้าลูกเคลื่อนที่ จะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิมโดยไม่มีการปรับโทษ แต่มีเงื่อนไขว่าการเคลื่อนที่ของลูกเกิดจากการนำสิ่งกีดขวางนั้นออกไปโดย ตรง นอกเหนือจากนั้นให้ใช้กฎข้อ 18-2 ก
ข ถ้าลูกอยู่ใน หรืออยู่บนสิ่งกีดขวาง อาจจะหยิบลูกขึ้นได้โดยไม่มีการปรับโทษ และนำสิ่งกีดขวางนั้นออกไป ในบริเวณทั่วพื้นสนามหรือในอุปสรรค จะต้องดรอปลูก หรือบนกรีน จะต้องวางลูก ใกล้กับจุดที่ใกล้ที่สุดใต้พื้นที่ที่ลูกอยู่ใน หรือลูกอยู่บนสิ่งกีดขวาง โดยไม่ใกล้หลุมเข้าไป อาจจะทำความสะอาดลูกได้เมื่อหยิบขึ้นภายใต้กฎข้อ 24-1 ขณะลูกกำลังเคลื่อนที่ จะต้องไม่นำสิ่งกีดขวางอันอาจมีผลต่อการเคลื่อนที่ของลูกออกไป นอกจากคันธงที่มีผู้เฝ้า หรืออุปกรณ์ของผู้เล่น (การทำให้เกิดผลกระทบต่อลูก - ดูกฎข้อ 1-2)
หมายเหตุ ถ้าไม่สามารถนำลูกเดิมมาดรอป หรือมาวางภายใต้กฎข้อนี้ อาจจะใช้ลูกอื่นแทนได้
24-2 สิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้
ก การติดขัด
การติดขัดเกิดจากสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนที่ย้ายไม่ได้ เกิดขึ้นเมื่อลูกอยู่ในหรือลูกอยู่บนสิ่งกีดขวาง หรือลูกอยู่ใกล้กับสิ้งกีดขวางมาก ทำให้การยืน หรือพื้นที่ที่ตั้งใจสวิงของผู้เล่นติดขัดกับสิ่งกีดขวางนั้น ถ้าลูกของผู้เล่นอยู่บนกรีน การติดขัดเกิดขึ้นเมื่อสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้บนกรีนอยู่ระหว่าง เส้นทางพัตต์ นอกเหนือจากนั้น สิ่งที่ขวางอยู่ระหว่างเส้นทางเล่นไม่ใช่เป็นการติดขัดภายใต้กฎข้อนี้
ข การผ่อนปรน
ยกเว้นเมื่อลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ หรืออุปสรรคน้ำด้านข้าง ผู้เล่นอาจขอรับการผ่อนปรน จากการติดขัดโดยสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ โดยไม่มีการปรับโทษ ดังต่อไปนี้
(1) ทั่วพื้นสนาม ถ้าลูกอยู่ในบริเวณทั่วพื้นสนาม จะต้องหาจุดผ่อนปรนที่ใกล้ลูกที่สุด ที่ไม่อยู่ในอุปสรรค หรือไม่อยู่บนกรีน ผู้เล่นจะต้องหยิบลูก และดรอปลูกภายในหนึ่งช่วงไม้กอล์ฟจากจุดนั้น และไม่ใกล้หลุมเข้าไปมากกว่าจุดผ่อนปรนที่ใกล้ลูกที่สุดในสนามเพื่อหลีก เลี่ยงการติดขัด (ตามที่นิยามไว้) จากสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ และลูกที่ดรอปไม่เข้าไปอยู่ในอุปสรรค หรือไม่ขึ้นไปบนกรีน
(2) ในบังเกอร์ ถ้าลูกอยู่ในบังเกอร์ ผู้เล่นจะต้องหยิบขึ้น และดรอปลูกตามข้อ (1) ดังกล่าว เว้นแต่ว่าจุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุด ต้องอยู่ในบังเกอร์ และต้องดรอปลูกในบังเกอร์
(3) บนกรีน ถ้าลูกอยู่บนกรีน ผู้เล่นจะต้องหยิบ และวางลูกตรงตำแหน่งใกล้จุดผ่อนปรนที่ใกล้ลูกที่สุด และไม่อยู่ในอุปสรรค จุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุดอาจจะอยู่นอกรีนก็ได้อาจจะทำความสะอาดลูกได้เมื่อ หยิบขึ้นภายใต้กฎข้อ 24-2 ข (ลูกกลิ้งเข้าไปในตำแหน่งที่มีการติดขัดจากที่ได้รับการผ่อนปรน - ดูกฎข้อ 20-2 ค (5)
ข้อยกเว้น ผู้เล่นไม่อาจจะขอรับการผ่อนปรนภายใต้กฎข้อ 24-2 ข ถ้า (ก) ไม่สมกับเหตุผลอย่างชัดเจน เมื่อไม่สามารถเล่นได้เพราะติดขัดกับสิ่งอื่นนอกเหนือจากสิ่งกีดขวางที่ เคลื่อนย้ายไม่ได้ (ข) การติดขัดโดยสิ่งกีดขวางอาจจะเกิดจาก การเข้าไปยืนในท่ายืนที่ผิดปกติ เกิดจากการสวิงที่ผิดปกติ หรือเกิดจากการเล่นในเส้นทางที่ผิดปกติอย่างไม่จำเป็น
หมายเหตุ 1 ถ้า ลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ (รวมถึงอุปสรรคน้ำด้านข้าง) ผู้เล่นไม่มีสิทธิ์ขอรับการผ่อนปรนจากการติดขัดโดยสิ่งกีดขวางที่เคลื่อน ย้ายไม่ได้โดยไม่มีการปรับโทษ ผู้เล่นจะต้องเล่นตามสภาพที่ลูกอยู่ หรือปฏิบัติตามกฎข้อ 26-1
หมายเหตุ 2 ถ้าไม่สามารถนำลูกที่ดรอป หรือนำลูกที่จะวางภายใต้กฎข้อนี้มาได้ทันที ผู้เล่นอาจจะใช้อีกลูกหนึ่งแทนได้
หมายเหตุ 3 คณะกรรมการอาจจัดทำกฎสนาม โดยระบุว่าผู้เล่นต้องหาจุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุดโดยไม่ข้าม ไม่ผ่าน หรือไม่ลอดใต้สิ่งกีดขวางนั้น
ค. ลูกหาย
หากมีข้อสงสัยว่า หลังจากผู้เล่นได้ตีลูกเข้าไปสู่สิ่งกีดขวางที่เคลื่อนที่ย้ายไม่ได้ ลูกเข้าไปหายในสิ่งกีดขวางนั้นหรือไม่ ดังนั้น เพื่อแสดงว่าลูกเข้าไป และหายในสิ่งกีดขวางนั้น จะต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อถือได้ว่าลูกเข้าไปในสิ่งกีดขวางนั้น หากขาดพยานหลักฐานต้องถือว่าลูกนั้นเป็นลูกหาย และต้องใช้กฎข้อ 27 ถ้าลูกเข้าไปหายในสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ จะต้องหาจุดสุดท้ายที่ลูกเข้าไปในสิ่งกีดขวาง และเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้กฎข้อนี้จะต้องถือว่าลูกตกอยู่ที่จุดดังกล่าวน
(1) ทั่วพื้นสนาม ถ้าลูกเข้าไปหายในสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้เป็นจุดสุดท้ายบริเวณทั่ว พื้นสนาม ผู้เล่นอาจใช้อีกลูกหนึ่งมาแทนได้โดยไม่มีการปรับโทษ และได้รับการผ่อนปรนตามที่ระบุไว้ในกฎข้อ 24-2 ข (1)
(2) ในบังเกอร์ ถ้าลูกเข้าไปหายในสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้เป็นจุดสุดท้ายในบังเกอร์ ผู้เล่นอาจใช้อีกลูกหนึ่งมาแทนได้โดยไม่มีการปรับโทษ และได้รับการผ่อนปรนตามที่ระบุไว้ในกฎข้อ 24-2 ข (2)
(3) ในอุปสรรคน้ำ (รวมถึงอุปสรรคน้ำด้านข้าง) ถ้าลูกเข้าไปหายในสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้อยู่ในอุปสรรคน้ำเป็นจุด สุดท้าย ผู้เล่นไม่มีสิทธิ์ได้รับการผ่อนปรนโดยไม่ถูกปรับโทษผู้เล่นจะต้องปฏิบัติ ตามกฎข้อ 26-1
(4) บนกรีน ถ้าลูกเข้าไปหายในสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ที่อยู่บนกรีนเป็นจุดสุด ท้าย ผู้เล่นอาจใช้อีกลูกหนึ่งมาแทนโดยไม่ถูกปรับโทษ และได้รับการผ่อนปรนตามที่ระบุไว้ในกฎข้อ 24-2 ข (3)
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 17-3
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม

กฎข้อ 25 สภาพพื้นที่ผิดปกติ ลูกจมในรอยตก และผิดกรีน

นิยามศัพท์
สภาพพื้นที่ผิดปกติ หมายถึง น้ำชั่วคราว พื้นที่ซ่อม หรือหลุมคราบสัตว์ ทางวิ่งของสัตว์ในสนามที่เกิดจากสัตว์ที่อาศัยอยู่ในโพรงสัตว์เลื้อยคลาน หรือนก
สัตว์ที่อาศัยอยู่ในโพรง หมายถึง สัตว์ที่ขุดรู หรือสัตว์ที่ทำรังเป็นที่อาศัย เช่น กระต่าย ตัวตุ่น หมูตอน หรือกิ้งก่า
หมายเหตุ หลุมที่ขุดโดยสัตว์ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในโพรง เช่น สุนัข ไม่ถือว่าเป็นสภาพพื้นที่ผิดปกติ เว้นแต่จะมีการทำเครื่องหมายระบุไว้หรือประกาศไว้ให้เป็นสภาพพื้นที่ผิดปกติ
น้ำชั่วคราว หมายถึง พื้นที่สนามที่มีน้ำขังสะสมชั่วคราว เห็นได้ทั้งก่อน หรือหลังจากผู้เล่นเข้าไปทำการยืน และไม่อยู่ในอุปสรรคน้ำ สำหรับหิมะและน้ำแข็งธรรมชาติเป็นได้ทั้งน้ำชั่วคราว หรือเป็นลูสอิมเพดิเมนท์ แล้วแต่ผู้เล่นเลือกเอง สำหรับน้ำแข็งที่ผลิตเพื่อขายทั่วไปเป็นสิ่งกีดขวาง ลูกอยู่ในน้ำชั่วคราวหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับน้ำชั่วคราว ส่วนน้ำค้างและน้ำค้างแข็งไม่ถือเป็นน้ำชั่วคราว
พื้นที่ซ่อม หมายถึง ส่วนใดๆ ของสนามที่ทำเครื่องหมายไว้โดยคำสั่งคณะกรรมการ หรือประกาศโดยผู้แทนที่ได้รับอนุญาต ให้พื้นที่ซ่อมรวมถึงกองวัสดุที่จะทำการขนย้ายออกไป และรวมถึงหลุมที่ทำขึ้นโดยผู้ดูแลสนาม แม้ว่าไม่ได้ทำเครื่องหมายไว้
พื้นที่ทั้งหมด และสิ่งอื่นๆ ที่งอกเงยอยู่ในพื้นที่ซ่อม เช่น หญ้า พุ่มไม้ หรือต้นไม้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ซ่อม
ขอบเขตของพื้นที่ซ่อมวัดดิ่งลงไปในแนวตั้งฉากกับพื้น แต่ไม่ต่อเนื่องขึ้นด้านบน ส่วนเสาหลักและเส้นที่กำหนดพื้นที่ซ่อมให้อยู่ในพื้นที่ซ่อม เสาหลักและเส้นที่ระบุพื้นที่ซ่อมดังกล่าวเป็นสิ่งกีดขวาง ลูกอยู่ในพื้นที่ซ่อมเมื่อลูกอยู่ในเขต หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับพื้นที่ซ่อม
หมายเหตุ 1 เศษหญ้าที่ตัดทิ้งไว้ และวัสดุอื่นๆ ที่ถูกกองทิ้งไว้ในสนาม และไม่มีเจตนาจะเคลื่อนย้ายออกไปจากสนาม ไม่ถือว่าเป็นพื้นที่ซ่อม เว้นแต่จะทำเครื่องหมายไว้
หมายเหตุ 2 คณะกรรมการอาจออกกฎสนามเพื่อห้ามเล่นในพื้นที่ซ่อม หรือในบริเวณที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้กำหนดไว้ให้เป็นพื้นที่ซ่อม
จุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุด หมายถึง จุดที่ใช้อ้างอิงสำหรับการผ่อนปรนโดยไม่มีการปรับโทษ เมื่อเกิดการติดขัดจากสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ (กฎข้อ 24-2) หรือจากสภาพพื้นที่ผิดปกติ (กฎข้อ 25-1) หรือจากผิดกรีน (กฎข้อ 25-3) จุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุดคือ จุดบนพื้นสนามที่ใกล้กับจุดที่ลูกหยุดอยู่มากที่สุด โดยไม่ใกล้หลุมเข้าไปมากกว่าจุดที่ลูกอยู่ และเมื่อลูกหยุดอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว จะไม่มีการตัดขัดเกิดขึ้น (ดังที่ได้กำหนดไว้)
หมายเหตุ ผู้เล่นควรหาจุดผ่อนปรนที่ใกล้กับลูกที่ตกอยู่มากที่สุด โดยใช้ไม้กอล์ฟที่ผู้เล่นเจตนาจะใช้เล่นต่อไป ทำการจำลองตำแหน่งจรดไม้ และการสวิงเพื่อการตีนั้น
ผิดกรีน หมายถึง กรีนใดก็ตามนอกเหนือจากกรีนของหลุมที่กำลังเล่นอยู่ เว้นแต่คณะกรรมการระบุให้เป็นอย่างอื่น นิยามนี้ให้มีความหมายรวมถึงกรีนซ้อมพัตต์ หรือกรีนซ้อมพิทช์ในสนาม
25-1 สภาพพื้นที่ผิดปกติ
ก. การติดขัด
การติดขัดจากสภาพพื้นที่ผิดปกติ เกิดขึ้นเมื่อลูกอยู่ใน หรือลูกสัมผัสกับสภาพดังกล่าว หรือเมื่อสภาพเช่นนั้นทำให้การยืนหรือพื้นที่ตั้งใจสวิงของผู้เล่นติดขัด ถ้าลูกของผู้เล่นอยู่บนกรีน การติดขัดเกิดขึ้นเมื่อสภาพเช่นนั้นอยู่ระหว่างเส้นทางพัตต์ นอกเหนือจากนั้น สภาพพื้นที่ผิดปกติที่ขวางอยู่ระหว่างเส้นทางเล่น ไม่ใช่เป็นการติดขัดภายใต้กฎข้อนี้
หมายเหตุ คณะกรรมการอาจจัดทำกฎสนาม เพื่อปฏิเสธการผ่อนปรนในกรณีผู้เล่นต้องยืนในสภาพพื้นที่ผิดปกติเพื่อเล่น
ข .การผ่อนปรน
ยกเว้นเมื่อลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ หรืออุปสรรคน้ำด้านข้าง ผู้เล่นอาจขอรับการผ่อนปรนจากการติดขัดโดยพื้นที่ผิดปกติ ดังต่อไปนี้
(1) ทั่วพื้นสนาม ถ้าลูกอยู่ในบริเวณทั่วพื้นสนาม จะต้องหาจุดผ่อนปรนที่ใกล้ลูกที่สุด ที่ไม่อยู่ในอุปสรรค หรือไม่อยู่บนกรีน ผู้เล่นจะต้องหยิบลูก และดรอปลูกภายในหนึ่งช่วงไม้กอล์ฟจากจุดนั้น และไม่ใกล้หลุมเข้าไปมากกว่าจุดผ่อนปรนที่ใกล้ลูกที่สุดในสนามเพื่อหลีก เลี่ยงการติดขัด (ตามที่นิยามไว้) จากสภาพนั้นที่ไม่อยู่ในอุปสรรค หรือไม่อยู่ไปบนกรีน โดยไม่มีการปรับโทษ
(2) ในบังเกอร์ ถ้าลูกอยู่ในบังเกอร์ ผู้เล่นจะต้องหยิบขึ้น และดรอปลูก
(ก) โดยไม่มีการปรับโทษตามข้อ (1) ดังกล่าว เว้นแต่ว่าจุดผ่อนปรนที่ใกล้ลูกที่สุดต้องอยู่ในบังเกอร์ และผู้เล่นต้องดรอปลูกในบังเกอร์ หรือถ้าการผ่อนปรนทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ ต้องดรอปลูกในบังเกอร์ใกล้เท่าที่เป็นไปได้ และไม่ใกล้หลุมเข้าไปเพื่อให้ได้รับการผ่อนปรนจากสภาพนั้นๆ มากที่สุดเท่าที่ให้ได้หรือ
(ข) ดรอปลูกนอกบังเกอร์ โดยใช้แนวจากลูกไปสู่หลุม ถอยไปทางด้านหลังบังเกอร์ไกลเท่าใดก็ได้ และอาจจะดรอปลูกในแนวนั้น โดยถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม
(3) บนกรีน ถ้าลูกอยู่บนกรีน ผู้เล่นจะต้องหยิบ
และวางลูกตรงตำแหน่งใกล้จุดผ่อนปรนที่ใกล้ลูกที่สุดที่ไม่อยู่ ในอุปสรรคหรือถ้าการผ่อนปรนทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ให้หาจุดใกล้ลูกที่สุดที่จะ ได้รัยการผ่อนปรนมากที่สุดเท่าที่มี จุดผ่อนปรนที่ใกล้ลูกที่สุด หรือการผ่อนปรนมากที่สุดอาจจะอยู่นอกกรีนก็ได้ อาจจะทำความสะอาดลูกได้เมื่อหยิบขึ้นภายใต้กฎข้อ 24-2 ข (ลูกกลิ้งเข้าไปในตำแหน่งที่มีการติดขัดจากสภาพที่ได้รับการผ่อนปรน - ดูกฎข้อ 20-2 ค (5))
ข้อยกเว้น ผู้เล่นไม่อาจจะได้รับการผ่อนปรนภายใต้กฎข้อ 25-1 ข ถ้า (ก) ไม่สมกับเหตุผลอย่างชัดเจน เมื่อไม่สามารถเล่นได้เพราะติดขัดกับสิ่งอื่นนอกเหนือจากสภาพพื้นที่ผิดปกติ หรือ (ข) การติดขัดในสภาพเช่นนั้น อาจจะเกิดจากการเข้าไปยืนในท่ายืนที่ผิดปกติ เกิดจากการสวิงที่ผิดปกติ หรือเกิดจากการเล่นในเส้นทางเล่นที่ผิดปกติอย่างไม่จำเป็น
หมายเหตุ 1 ถ้าลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ (รวมถึงอุปสรรคน้ำด้านข้าง) ผู้เล่นไม่มีสิทธิ์ขอรับการผ่อนปรน จากสภาพพื้นที่ผิดปกติโดยไม่มีการปรับโทษ ผู้เล่นจะต้องเล่นตามสภาพที่ลูกอยู่ (นอกจากกฏนามห้ามเล่น)หรือปฏิบัติตามกฎข้อ 26-1
หมายเหตุ 2 ถ้าไม่สามารถนำลูกที่ดรอป หรือนำลูกที่จะวางภายใต้กฎข้อนี้มาได้ทันที ผู้เล่นอาจจะใช้อีกลูกหนึ่งแทนได้
ค .ลูกหาย
หากมีข้อสงสัยว่า หลังจากตีลูกเข้าไปสู่สภาพพื้นที่ผิดปกติ ลูกเข้าไปหายในสภาพเช่นนั้นหรือไม่ ดังนั้น เพื่อแสดงว่าลูกเข้าไป และหายในสภาพพื้นที่ผิดปกติ จะต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอที่เชื่อถือได้ว่าลูกเข้าไปในนั้น หากขาดพยานหลักฐาน จึงต้องถือว่าลูกนั้นเป็นลูกหาย และต้องใช้กฎข้อ 27 ถ้าลูกเข้าไปหายในสภาพพื้นที่ผิดปกติ จะต้องหาจุดสุดท้ายที่ลูกเข้าไปในสภาพนั้น และเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้กฎข้อนี้จะต้องถือว่าลูกตกอยู่ตรงที่จุดดัง กล่าวนี้
(1) ทั่วพื้นสนาม ถ้าลูกเข้าไปหายในสภาพพื้นที่ผิดปกติในบริเวณทั่วพื้นสนามเป็นจุดสุดท้าย ผู้เล่นอาจใช้อีกลูกหนึ่งมาแทนได้โดยไม่มีการปรับโทษ และได้รับการผ่อนปรนตามที่ระบุไว้ในกฎข้อ 24-2 ข (1)
(2) ในบังเกอร์ ถ้าลูกเข้าไปหายในสภาพพื้นที่ผิดปกติในบังเกอร์เป็นจุดสุดท้าย ผู้เล่นอาจใช้อีกลูกหนึ่งมาแทนโดยไม่มีการปรับโทษ และได้รับการผ่อนปรตามที่ระบุไว้ในกฎข้อ 25-1 ข (2)
(3) ในอุปสรรคน้ำ (รวมถึงอุปสรรคน้ำด้านข้าง) ถ้าลูกเข้าไปหายในสภาพพื้นที่ผิดปกติที่อยู่ในอุปสรรคน้ำเป็นจุดสุดท้าย ผู้เล่นไม่มีสิทธิ์ได้รับการผ่อนปรนโดยไม่ถูกปรับโทษ ผู้เล่นจะต้องปฏิบัติตามกฎข้อ 26-1
(4) บนกรีน ถ้าลูกเข้าไปหายในสภาพพื้นที่ผิดปกติบนกรีนเป็นจุดสุดท้าย ผู้เล่นอาจใช้อีกลูกหนึ่งมาแทนโดยไม่มีการปรับโทษ และได้รับการผ่อนปรนตามที่ระบุไว้ในกฎข้อ 25-1 ข (3)
25-2 ลูกจม
ลูกจมในรอยตกของมันเองบนพื้นในบริเวณหญ้าตัดเรียบทั่วพื้นสนาม ผู้เล่นอาจจะหยิบลูก ทำความสะอาด และดรอปลูกใกล้เท่าที่เป็นไปได้กับจุดที่ลูกตก และไม่ใกล้หลุมกว่าเดิมโดยไม่มีการปรับโทษ ลูกที่ดรอปลงไปต้องกระทบส่วนของพื้นสนามในบริเวณทั่วพื้นสนาม สำหรับคำว่า "ในบริเวณหญ้าตัดเรียบ" หมายถึงพื้นที่ใดๆ ในสนาม รวมถึงแนวรัฟที่ได้ตัดหญ้ามีความสูงเท่ากับ หรือสั้นกว่าหญ้าบนแฟร์เวย์
25-3 ผิดกรีน
ก. การติดขัด
การติดขัดในการเล่นบนผิดกรีน เกิดขึ้นเมื่อลูกอยู่บนผิดกรีน การติดขัดโดยการยืนของผู้เล่น หรือพื้นที่ตั้งใจสวิง ไม่ใช่เป็นการติดขัดภายใต้กฎข้อนี้
ข. การผ่อนปรน
ถ้าผู้เล่นเกิดการติดขัดจากการขึ้นผิดกรีน ผู้เล่นต้องทำการผ่อนปรนโดยไม่มีการปรับโทษ ดังต่อไปนี้ จะต้องหาจุดผ่อนปรนที่ใกล้ลูกมากที่สุดที่ไม่อยู่ในอุปสรรค หรือไม่อยู่บนกรีน ผู้เล่นจะต้องหยิบลูก และดรอปภายในหนึ่งช่วงไม้กอล์ฟจากจุดนั้น และไม่ใกล้หลุมเข้าไปมากกว่าจุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุดในสนามเพื่อหลีกเลี่ยง การติดขัด (ตามที่กำหนดไว้) จากสภาพนั้นและลูกไม่อยู่ในอุปสรรค หรือไม่อยู่บนกรีน โดยไม่มีการปรับโทษ ผู้เล่นอาจจะทำความสะอาดลูกได้เมื่อหยิบขึ้น
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎ
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ – ปรับสองแต้ม

กฎข้อ 26 อุปสรรคน้ำ (รวมถึงอุปสรรคน้ำด้านข้าง)

นิยามศัพท์
อุปสรรคน้ำ หมายถึง ทะเล ทะเลสาบ บ่อน้ำ แม่น้ำ ร่องน้ำ รางระบายน้ำ หรือเส้นทางน้ำไหลเปิดไปสู่ที่อื่น (ไม่ว่ามีน้ำอยู่หรือไม่) และสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน พื้นที่ หรือน้ำทั้งหมดที่อยู่ภายในเขตอุปสรรคน้ำ เป็นส่วนของอุปสรรคน้ำ ขอบเขตของอุปสรรคน้ำขยายต่อเนื่องในแนวตั้งฉากกับพื้นทั้งขึ้นและลง สำหรับเสาหลัก และเส้นที่ใช้กำหนดเขตอุปสรรคน้ำ ถือว่าอยู่ในอุปสรรคน้ำ เสาหลักดังกล่าวเป็นสิ่งกีดขวาง ลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำเมื่อลูกทั้งลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับอุปสรรคน้ำ
หมายเหตุ 1 ควรกำหนดเขตอุปสรรคน้ำ (นอกจากอุปสรรคน้ำด้านข้าง) ด้วยหลัก หรือเส้นสีเหลือง
หมายเหตุ 2 คณะกรรมการอาจออกกฎสนาม ห้ามเล่นในบริเวณที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้กำหนดไว้เป็นอุปสรรคน้ำ
อุปสรรคน้ำด้านข้าง หมายถึง อุปสรรคน้ำ หรือส่วนของอุปสรรคน้ำที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่คณะกรรมการถือว่าการดรอปลูก หลังน้ำตามกฎข้อ 26-1 ข เป็นไปไม่ได้ หรือไม่สามารถปฏิบัติได้ ควรทำเครื่องหมายของอุปสรรคน้ำที่จะเล่นเป็นอุปสรรคน้ำด้านข้างให้แตกต่าง กัน ถือว่าลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำด้านข้างเมื่อลูกอยู่ใน หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับอุปสรรคน้ำด้านข้าง
หมายเหตุ 1 ควรจะกำหนดอุปสรรรคน้ำด้านข้างด้วยเสาหลักหรือเส้นสีแดง
หมายเหตุ 2 คณะกรรมการอาจออกกฎสนาม ห้ามเล่นในบริเวณที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้กำหนดไว้เป็นอุปสรรคน้ำด้านข้าง
หมายเหตุ 3 คณะกรรมการอาจกำหนดอุปสรรคน้ำด้านข้างให้เป็นอุปสรรคน้ำ
26-1 ลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ
หากมีข้อสงสัยว่าหลังจากผู้เล่นตีลูกเข้าไปในอุปสรรคน้ำ ลูกเข้าไปหายในอุปสรรคน้ำ หรือหายนอกอุปสรรคน้ำหรือไม่ ดังนั้น เพื่อแสดงว่าลูกหายเในอุปสรรคน้ำ จึงต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อถือได้ว่าลูกเข้าไปในอุปสรรคน้ำ หากขาดพยานหลักฐานจึงต้องถือว่าลูกนั้นเป็นลูกหาย และต้องใช้กฎข้อ 27 ถ้าลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ หรือลูกหายในอุปสรรคน้ำ (ไม่ว่าลูกอยู่ในน้ำหรือไม่) ภายใต้การปรับโทษหนึ่งแต้ม และผู้เล่นอาจจะ
ก เล่นลูกใกล้เท่าที่เป็นไปได้จากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้าย (ดูกฎข้อ 20-5) หรือ
ข ดรอปลูกหลังน้ำ โดยเล็งตรงขอบสุดท้ายของอุปสรรคที่ลูกเดิมข้ามไปตกน้ำไปยังหลุม ถอยหลังไปไกลเท่าใดก็ได้หลังอุปสรรคน้ำแล้วอาจดรอปลูกในแนวนี้ หรือ
ค มีทางเลือกเพิ่มเติมในกรณีลูกข้ามขอบอุปสรรคน้ำด้านข้างเท่านั้น โดยดรอปลูกนอกอุปสรรคน้ำภายในสองช่วงไม้กอล์ฟไม่ใกล้หลุมเข้าไปมากกว่า (1) จุดที่ลูกเดิมข้ามขอบของอุปสรรคน้ำครั้งสุดท้าย หรือ (2) จุดที่ขอบของฝั่งตรงข้ามของอุปสรรคน้ำที่มีระยะทางจากหลุมเท่ากัน ผู้เล่นอาจจะทำความสะอาดลูกได้เมื่อหยิบขึ้น (ลูกเคลื่อนที่ในน้ำที่เป็นอุปสรรคน้ำ - ดูกฎข้อ 14-6)
26-2 ลูกที่เล่นในอุปสรรคน้ำ
ก ลูกมาหยุดอยู่ในอุปสรรค
ถ้าลูกที่เล่นภายในอุปสรรคน้ำ แล้วลูกหยุดอยู่ในอุปสรรคน้ำเดียวกัน ผู้เล่นอาจจะ
(1) ปฏิบัติตามกฎข้อ 26-1 หรือ (2) เล่นจากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้ายนอกเขตอุปสรรค (ดูกฎข้อ 20-5) โดยถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม
ถ้าผู้เล่นปฏิบัติตามกฎข้อ 26-1 ก ผู้เล่นอาจจะเลือกไม่เล่นลูกที่ดรอปก็ได้ ถ้าผู้เล่นเลือกที่จะทำเช่นนี้ ผู้เล่นอาจจะ
(ก) ปฏิบัติตามกฎข้อ 26-1 ข โดยปรับโทษเพิ่มอีกหนึ่งแต้ม ตามที่ระบุไว้ในกฎข้อนั้น หรือ
(ข) ปฏิบัติตามกฎข้อ 26-1 ค ถ้านำกฎข้อนี้มาใช้ได้ ให้ ปรับโทษเพิ่มอีกหนึ่งแต้ม ตามที่ระบุไว้ในกฎข้อนั้น หรือ
(ค) เล่นจากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้ายนอกอุปสรรค (ดูกฎข้อ 20-5) โดยปรับโทษเพิ่มอีกหนึ่งแต้ม
ข .ลูกหาย หรือลูกที่ไม่สามารถเล่นได้นอกอุปสรรค หรือลูกออกนอกเขตสนาม
ถ้า ลูกที่เล่นจากอุปสรรคน้ำออกไป แล้วลูกหายนอกอุปสรรค หรือประกาศว่าเป็นลูกที่ไม่สามารถเล่นได้นอกอุปสรรคน้ำ หรือลูกออกนอกสนาม ผู้เล่น ถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม ตามกฎข้อ 27-1 หรือ 28 ก และผู้เล่นอาจจะ
(1) เล่นจากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้ายภายในอุปสรรคน้ำ (ดูกฎข้อ 20-5) หรือ
(2) ปฏิบัติตามกฎข้อ 26-1 ข หรือถ้าสามารถใช้กฎข้อ 26-1 ค ก็ให้ปฏิบัติ โดย ปรับโทษเพิ่มอีกหนึ่งแต้ม ตามที่ระบุในกฎข้อนั้น และใช้จุดอ้างอิงของลูกเดิมที่ข้ามขอบอุปสรรคน้ำครั้งสุดท้าย ก่อนลูกเข้ามาหยุดอยู่ในอุปสรรคน้ำ หรือ
(3) เล่นจากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้ายนอกอุปสรรคน้ำ (ดูกฎข้อ 20-5) โดยปรับเพิ่มอีกหนึ่งแต้ม
หมายเหตุ 1 เมื่อปฏิบัติตามกฎข้อ 26-2 ข ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องดรอปลูกตามกฎข้อ 27-1 หรือกฎข้อ 28 ก ถ้าผู้เล่นดรอปลูก ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องเล่นก็ได้ ผู้เล่นอาจจะเลือกปฏิบัติตามข้อ (2) หรือข้อ (3)
หมายเหตุ 2 ถ้าลูกที่เล่นจากอุปสรรคออกไปแล้ว ผู้เล่นประกาศว่าเป็นลูกที่ไม่สามารถเล่นได้นอกอุปสรรคน้ำ กฎข้อ 26-2 ข ไม่ได้ตัดสิทธิ์ผู้เล่นในการปฏิบัติตามกฎข้อ 28 ข หรือ ค
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎ
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม

กฎข้อ 27 ลูกหาย หรือลูกออกนอกเขตสนาม และลูกสำรอง


นิยามศัพท์
ถือว่า ลูกหาย ถ้า
ก ค้นหาลูกไม่พบ หรือไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นลูกของตนโดยผู้เล่นเองภายในเวลาห้านาที หลังจากแคดดี้ของผู้เล่น ฝ่ายของผู้เล่น หรือแคดดี้ของฝ่ายผู้เล่น ได้เริ่มต้นค้นหาลูก หรือ
ข ผู้เล่นได้ใช้อีกลูกหนึ่งมาเล่นแทนตามกฎข้อบังคับ และผู้เล่นอาจจะไม่ได้ไปค้นหาลูกเดิม หรือ
ค ผู้เล่นตีลูกสำรองจากแหล่งที่คาดว่าลูกเดิมหยุดอยู่ในที่นั้น หรือจากจุดที่ใกล้หลุมเข้าไปมากกว่าแหล่งดังกล่าว ลูกสำรองนั้นจะกลายเป็นลูกที่อยู่ในการเล่น เวลาที่ใช้ในการเล่นลูกผิดจะไม่นับรวมเข้าไปกับเวลาห้านาทีที่อนุญาตให้ค้น หาลูก
เขตนอกสนาม (Out of Bounds) หมายถึง พื้นที่ที่อยู่เลยเขตของสนาม หรือเลยส่วนอื่นใดของสนามที่คณะกรรมการทำเครื่องหมายไว้ เมื่อเขตนอกสนามถูกกำหนดโดยอ้างอิงเสาหลัก หรือรั้ว หรือเมื่อเลยเสาหลัก หรือรั้วออกไป เส้นเขตแนวนอกสนามจะกำหนดโดยการวัดที่จุดด้านในที่สุดบนพื้นระหว่างเสาหลัก หรือแนวรั้วของสนาม โดยไม่รวมส่วนที่พยุงเสารั้วนั้นๆ ให้ถือว่าวัสดุที่ใช้กำหนดแนวนอกสนาม เช่น กำแพง รั้ว เสาหลัก หรือราวรั้ว เป็นสิ่งติดตรึงอยู่กับที่ และไม่ใช่เป็นสิ่งกีดขวาง เมื่อเขตนอกสนามกำหนดโดยเส้นบนพื้น ให้ถือว่าเส้นนั้นอยู่นอกสนามด้วย เส้นระบุเขตนอกสนามขยายต่อเนื่องในแนวตั้งฉากกับพื้นทั้งขึ้นและลง ให้ถือว่าลูกออกนอกเขตสนาม เมื่อทุกส่วนของลูกอยู่นอกเขตสนาม ผู้เล่นอาจจะยืนอยู่นอกสนามเพื่อเล่นลูกที่อยู่ในสนามได้
ลูกสำรอง หมายถึง ลูกที่ใช้เล่นภายใต้กฎข้อ 27-2 สำหรับลูกที่อาจจะหายนอกอุปสรรคน้ำ หรืออาจจะออกนอกสนาม

27-1 ลูกหาย หรือลูกออกนอกสนาม
ถ้าลูกหาย หรือลูกออกนอกสนาม ผู้เล่นจะต้องเล่นจากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้าย (ดูกฎข้อ 20-5) โดยถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม
ข้อยกเว้น
1 ถ้ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่เชื่อได้ว่าลูกเดิมหายในอุปสรรคน้ำ ผู้เล่นจะต้องปฏิบัติตามกฎข้อ 26-1
2 มีพยานหลักฐานเพียงพอที่เชื่อได้ว่าลูกเดิมหายในสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้าย ไม่ได้ (กฎข้อ 24-2 ค) หรือหายในสภาพพื้นที่ผิดปกติ (กฎข้อ 25-1 ค) ผู้เล่นอาจจะปฏิบัติตามข้อบังคับที่สามารถนำมาใช้ได้
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 27-1
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม
27-2 ลูกสำรอง
ก วิธีปฏิบัติ
ถ้าลูกที่อาจจะหายนอกอุปสรรคน้ำ หรืออาจจะออกนอกสนาม เพื่อเป็นการประหยัดเวลา ผู้เล่นอาจจะเล่นลูกอีกลูกหนึ่งสำรองไปก่อน โดยเล่นจากจุดที่ใกล้เท่าที่เป็นไปได้จากจุดเดิมตามที่กำหนดไว้ในกฎข้อ 27-1 โดยผู้เล่นจะต้องแจ้งฝ่ายตรงข้ามในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ หรือมาร์คเกอร์ หรือผู้ร่วมแข่งขันของตนในการเล่นแบบสโตรกเพลย์ว่าตั้งใจที่จะเล่นลูกสำรอง และจะต้องเล่นก่อนที่ผู้เล่นหรือพาร์ทเนอร์ของตนไปค้นหาจุดเดิม ถ้าผู้เล่นไม่ทำดังกล่าว ลูกนั้นไม่ถือว่าเป็นลูกสำรอง แต่กลายมาเป็นลูกที่อยู่ในการเล่น ให้ถือว่าลูกเดิมเป็นลูกหาย โดยปรับโทษหนึ่งแต้มและปรับโทษเรื่องระยะทางด้วย (กฎข้อ 27-1) (ลำดับการเล่นแบบแท่นตั้งที ดูกฎข้อ 10-3) ข เมื่อลูกสำรองกลายมาเป็นลูกที่อยู่ในการเล่น
ผู้เล่นอาจจะเล่นลูกสำรองต่อไปจนกระทั่งถึงแหล่งที่คาดว่าลูกเดิมอยู่ ถ้าผู้เล่นตีลูกสำรองจากจุดที่เข้าไปใกล้หลุมมากกว่าแหล่งที่คาดว่าลูกเดิม อยู่ ให้ถือว่าลูกเดิมเป็นลูกหาย และให้ถือว่าลูกสำรองเป็นลูกที่อยู่ในการเล่น โดยปรับโทษหนึ่งแต้ม และปรับโทษเรื่องระยะทางด้วย (กฎข้อ 27-1) ถ้าลูกเดิมหายในอุปสรรคน้ำ หรือออกนอกสนาม ให้ถือว่าลูกสำรองเป็นลูกที่อยู่ในการเล่น โดยปรับโทษหนึ่งแต้ม และปรับโทษเรื่องระยะทางด้วย (กฎข้อ 27-1) ถ้ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่เชื่อได้ว่าลูกเดิมหายในอุปสรรคน้ำ ผู้เล่นจะต้องปฏิบัติตาม กฎข้อ 26-1
ข้อยกเว้น ถ้ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่เชื่อได้ว่าลูกเดิมหายในสิ่งกีดขวางที่เคลื่อน ย้ายไม่ได้ (กฎข้อ 24-2 ค) หรือหายในสภาพพื้นที่ผิดปกติ (กฎข้อ 25-1 ค) ผู้เล่นอาจจะปฏิบัติตามข้อบังคับที่สามารถนำมาใช้ได้
ค เมื่อต้องยกเลิกลูกสำรอง
ถ้าลูกเดิมไม่หาย หรือไม่ออกนอกสนาม ผู้เล่นจะต้องยกเลิกลูกสำรอง และเล่นลูกเดิมต่อไป ถ้าผู้เล่นไม่ทำดังกล่าว การตีลูกต่อไปด้วยลูกสำรองจะต้องเป็นการเล่นลูกผิด และจะต้องใช้ข้อกำหนดในกฎข้อ 15
หมายเหตุ จะต้องไม่คิดแต้ม และแต้มปรับโทษที่เกิดขึ้นในการเล่นลูกสำรองหลังจากถูกยกเลิกไปแล้วตามกฎข้อ 27-2 ค

กฎข้อ 28 ลูกที่ไม่สามารถเล่นได้


ผู้เล่นอาจประกาศว่าลูกของตนเป็นลูกเล่นที่ไม่สามารถเล่นได้ในที่ใดๆ ในสนาม ยกเว้นเมื่อลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ ผู้เล่นแต่ผู้เดียวเท่านั้น คือผู้ที่ตัดสินว่าลูกของตนนั้นเป็นลูกที่ไม่สามารถเล่นได้หรือไม่ ถ้าผู้เล่นถือว่าลูกของตนเป็นลูกที่ไม่สามารถเล่นได้ ภายใต้การปรับโทษหนึ่งแต้ม และผู้เล่นจะต้อง
ก เล่นจากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้าย (ดูกฎข้อ 20-5) หรือ
ข ดรอปลูกภายในสองช่วงไม้กอล์ฟจากจุดที่ลูกเดิมหยุดอยู่ และไม่ใกล้หลุมเข้าไป หรือ
ค ดรอปลูกด้านหลังลูกที่หยุดอยู่โดยเล็งด้านหลังลูกเป็นแนวตรงไปสู่หลุม จะถอยหลังไปไกลเท่าใดก็ได้
ถ้าลูกที่ไม่สามารถเล่นได้อยู่ภายในบังเกอร์ ผู้เล่นอาจปฏิบัติตาม ข้อ ก หรือข้อ ข หรือข้อ ค ถ้าผู้เล่นเลือกที่จะปฏิบัติตามข้อ ข หรือข้อ ค ผู้เล่นต้องดรอปลูกในบังเกอร์ ผู้เล่นอาจจะทำความสะอาดลูกได้เมื่อหยิบขึ้นภายใต้กฎข้อนี้
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎ
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรกเพลย์ - ปรับสองแต้ม

กฎข้อ 29 การเล่นประเภททรีซั่มส์ และโฟร์ซั่มส์


นิยามศัพท์
การเล่นแบบทรีซั่มส์ หมายถึง การเล่นแบบแมทช์เพลย์ระหว่างผู้เล่นหนึ่งคนกับฝ่ายผู้เล่นสองคน แต่ละฝ่ายใช้ลูกฝ่ายละหนึ่งลูก
การเล่นประเภทโฟร์ซั่ม หมายถึง การเล่นแบบแมทช์เพลย์ระหว่างผู้เล่นฝ่ายๆ ละสองคน แต่ละฝ่ายใช้ลูกฝ่ายละหนึ่งลูก

29-1 ทั่วๆไป
ระหว่างรอบที่กำหนด ในการเล่นประเภททรีซั่มส์ และโฟร์ซั่มส์ พาร์ทเน่อร์จะต้องสลับกันตีคนละครั้ง จากแท่นตั้งที และสลับกันตีระหว่างการเล่นในแต่ละหลุม แต้มปรับโทษต่างๆ ไม่มีผลต่อลำดับการเล่น
29-2 การเล่นแบบแมตช์เพลย์
ถ้าผู้เล่นได้เล่น เมื่อพาร์ทเน่อร์อยู่ในลำดับที่ควรได้เล่น ฝ่ายของผู้เล่นจะต้องถูกปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
29-3 การเล่นแบบสโตรกเพลย์
ถ้าพาร์ทเน่อร์ตีลูกครั้งเดียวหรือหลายครั้งในการเล่นผิดลำดับ จะต้องยกเลิกการตีครั้งเดียวหรือหลายครั้ง ฝ่ายนั้นจะต้องถูกปรับสองแต้ม ฝ่ายนั้นจะต้องแก้ไขความผิดพลาด โดยเล่นจากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นผิดลำดับในครั้งแรก (ดูกฎข้อ 20-5) ให้ถูกลำดับการเล่น ถ้าฝ่ายนั้นตีลูกจากแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป โดยไม่แก้ไขความผิดพลาดให้ถูกต้องก่อน หรือในกรณีของหลุมสุดท้าย ไม่ประกาศเจตนาแก้ไขความผิดพลาดก่อนลงจากกรีน ฝ่ายนั้นจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

กฎข้อ 30 การเล่นแบบแมทช์เพลย์

ประเภททรีบอลเบสท์บอล หรือโฟร์บอล
นิยามศัพท์
ทรีบอล หมายถึง การเล่นแบบแมทช์เพลย์ ระหว่างสามคน แต่ละคนเล่นลูกของตน และเล่นคนละสองแมทช์
เบสท์บอล หมายถึง การเล่นระหว่างผู้เล่นหนึ่งคน กับผู้เล่นสองคน โดยนับลูกที่ดีกว่า หรือกับผู้เล่นสามคนโดยนับลูกที่ดีที่สุด
โฟร์บอล หมายถึง การเล่นระหว่างผู้เล่นฝ่ายละสองคน และนับลูกที่ดีกว่าของฝ่ายหนึ่งกับอีกฝ่ายหนึ่ง

30-1 การใช้กฎข้อบังคับกีฬากอล์ฟ
จะต้องนำกฎข้อบังคับกีฬากอล์ฟมาใช้ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ประเภททรีบอล เบสท์บอล และโฟร์บอล เท่าที่ไม่มีความแตกต่างไปจากกฎข้อบังคับพิเศษต่อไปนี้
30-2 การเล่นแบบแมทช์เพลย์ประเภททรีบอล
ก. ลูกที่หยุดอยู่เคลื่อนที่โดยฝ่ายตรงข้าม
ยกเว้น กรณีกฎข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ถ้าฝ่ายตรงข้าม หรือแคดดี้ หรืออุปกรณ์ของฝ่ายตรงข้าม ไปสัมผัส หรือทำให้ลูกของผู้เล่นเคลื่อนที่นอกเหนือจากระหว่างการค้นหาลูก จะต้องปรับโทษฝ่ายตรงข้ามคนนั้นหนึ่งแต้มในแมทช์ให้แก่ผู้เล่น แต่ไม่มีผลกลับฝ่ายตรงข้ามคนอื่น
ข. ฝ่ายตรงข้ามทำให้ลูกเฉไป หรือหยุดโดยบังเอิญ
ถ้าฝ่ายตรงข้าม หรือแคดดี้ หรืออุปกรณ์ของฝ่ายตรงข้ามทำให้ลูกของผู้เล่นเฉไป หรือหยุดโดยบังเอิญ จะไม่ถูกปรับโทษในการเล่นแมทช์กับฝ่ายตรงข้ามคนนั้น ผู้เล่นอาจจะเล่นลูกตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่ หรือก่อนที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะตีลูก ผู้เล่นอาจยกเลิกแต้มนั้นและเล่นใหม่จากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่น ลูกไปครั้งสุดท้าย (ดูกฎข้อ 20-5) สำหรับการเล่นแมทช์กับฝ่ายตรงข้ามคนอื่น จะต้องเล่นตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่ ข้อยกเว้น ลูกกระทบบุคคลที่เฝ้าคันธง - ดูกฎข้อ 17-3 ข (ฝ่ายตรงข้ามเจตนาทำให้ลูกเฉไป หรือหยุด - ดูกฎข้อ 1-2)
30-3 การเล่นแบบแมทช์เพลย์ประเภทเบสท์บอล และโฟร์บอล
ก .การเป็นตัวแทนของฝ่าย
พาร์ทเน่อร์ คนใดคนหนึ่งอาจจะเป็นตัวแทนของฝ่าย หรือเป็นส่วนหนึ่งของแมทช์ พาร์ทเน่อร์ทุกคนไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่นั้น สำหรับพาร์ทเน่อร์ที่ขาดไป อาจจะเข้ามาร่วมเล่นในระหว่างการเริ่มต้นเล่นในหลุมต่อไป แต่ไม่ใช่เข้ามาร่วมเล่นขณะกำลังเล่นอยู่ในหลุมใดหลุมหนึ่ง
ข. ไม้กอล์ฟไม่เกินสิบสี่อัน
หากพาร์ทเน่อร์คนหนึ่งคนใดละเมิด ฝ่ายนั้นจะต้องถูกปรับโทษ ตามกฎข้อ 4-4
ค. ลำดับการเล่น
ลำดับการเล่นลูกของฝ่ายเดียวกัน อาจจะเล่นตามลำดับที่ฝ่ายนั้นๆ พิจารณาว่าดีที่สุดได้
ง. ลูกผิด
ถ้าผู้เล่นตีลูกผิด ยกเว้นในอุปสรรค ผู้เล่นจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการเล่นในหลุมนั้น แต่จะไม่ปรับโทษต่อพาร์ทเน่อร์ แม้ว่าลูกที่เล่นผิดเป็นลูกของพาร์ทเน่อร์ก็ตาม ถ้าลูกที่เล่นผิดเป็นของผู้เล่นอีกคนหนึ่ง เจ้าของลูกจะต้องวางลูกตรงจุดที่ได้มีการเล่นลูกผิดในครั้งแรก
จ .ฝ่ายที่ถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
(1) ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน เมื่อพาร์ทเน่อร์ผู้หนึ่งผู้ใดละเมิดกฎข้อใดๆ ดังต่อไปนี้
กฎข้อ 1-3 การสมยอมกันเพื่อละเว้นการใช้กฎข้องบังคับ
กฎข้อ 4-1 ข้อ 4-2 หรือข้อ 4-3 ไม้กอล์ฟ
กฎข้อ 5-1 หรือข้อ 5-2 ลูกกอล์ฟ
กฎข้อ 6-2 ก แฮนดี้แคป (การเล่นด้วยแฮนดี้แคปที่สูงกว่าความเป็นจริง)
กฎข้อ 6-4 แคดดี้
กฎข้อ 6-7 ช้าเกินควร - การเล่นช้า (ละเมิดซ้ำ)
กฎข้อ 14-3 สิ่งประดิษฐ์ และอุปกรณ์พิเศษ
(2) ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน เมื่อพาร์ทเน่อร์ทุกคนละเมิดกฎข้อใดๆ ดังต่อไปนี้
กฎข้อ 6-3 เวลาเริ่มการแข่งขัน และกลุ่ม
กฎข้อ 6-8 การหยุดการเล่น
ฉ. ผลในการปรับโทษอื่นๆ
ถ้าผู้เล่นละเมิดกฎข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดที่ไปช่วยเหลือการเล่นของพา ร์ทเน่อร์ หรือในทางตรงกันข้าม ไปทำให้เกิดผลกระทบต่อการเล่นของฝ่ายตรงข้าม พาร์ทเน่อร์จะถูกปรับโทษเพิ่มตามกฎข้อบังคับที่สามารถนำมาใช้ได้ รวมกับโทษปรับใดๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้เล่น ในกรณีอื่นที่ผู้เล่นถูกปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อบังคับ การปรับโทษนั้นจะต้องไม่มีผลต่อพาร์ทเน่อร์ของตน ในกรณีที่การปรับโทษระบุให้เป็นแพ้ในหลุมนั้น ผลก็คือจะต้องตัดสิทธิ์เฉพาะผู้เล่นสำหรับหลุมนั้นเท่านั้น
ข. การเล่นแบบแมทช์เพลย์รูปแบบอื่นในเวลาเดียวกัน
ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ ประเภทเบสท์บอล และโฟร์บอล เมื่อมีการเล่นแมทช์รูปแบบอื่นในเวลาเดียวกัน จะต้องใช้กฎข้อบังคับพิเศษดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

กฎข้อ 31 การเล่นประเภทโฟร์บอลแบบสโตรกเพลย์


ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ ประเภทโฟร์บอลที่มีผู้เล่นสองคนเป็นพาร์ทเน่อร์ แต่ละคนเล่นลูกของตนโดยใช้แต้มที่ต่ำกว่าเป็นแต้มของหลุมนั้น ถ้าผู้เล่นหนึ่งคนไม่เล่นจนจบในหลุมใดหลุมหนึ่ง จะไม่มีการปรับโทษ

31-1 การใช้กฎข้อบังคับ
จะต้องนำข้อบังคับกีฬากอล์ฟมาใช้ในการเล่นแบบสโตรกเพลย์ประเภทโฟร์บอล เท่าที่ไม่มีความแตกต่างไปจากกฎข้อบังคับพิเศษต่อไปนี้
31-2 การเป็นตัวแทนของฝ่าย
พาร์ทเน่อร์คนใดคนหนึ่งอาจจะเป็นตัวแทนของฝ่าย เป็นส่วนทั้งหมดหรือบางส่วนในการเล่นรอบที่กำหนด พาร์ทเน่อร์ของทั้งสองฝ่ายไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่นั้น ผู้เข้าแข่งขันที่ไม่อยู่ในที่นั้นอาจเข้ามาร่วมเล่นกับพาร์ทเน่อร์ระหว่าง การเริ่มเล่นในหลุมต่อไป แต่ไม่ใช่ระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง
31-3 จำนวนไม้สูงสุดสิบสี่อัน
หากพาร์ทเน่อร์คนใดคนหนึ่งละเมิด ฝ่ายจะต้องถูกปรับโทษ ตามกฎข้อ 4-4
31-4 การนับแต้ม
มาร์คเกอร์ต้องจดแต้มจริงของแต่ละหลุมเท่านั้น ไม่ว่าจะนับแต้มใดของพาร์ทเน่อร์ การนับแต้มจริงต้องระบุเฉพาะแต่ละแต้มให้เห็นชัดเจน มิฉะนั้น ฝ่ายนั้นจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน พาร์ทเน่อร์เพียงคนเดียวเท่านั้นจำเป็นต้องรับผิดชอบในการปฏิบัติตาม
กฎข้อ 6-6 ข (แต้มผิด ดูกฎข้อ 31-7 ก)
31-5 ลำดับการเล่น
ลำดับการเล่นในฝ่ายเดียวกันอาจจะเล่นตามลำดับที่ฝ่ายนั้นพิจารณาว่าดีที่สุดได้
31-6 ลูกผิด
ยกเว้นในอุปสรรค ถ้าผู้เข้าแข่งขันเล่นลูกผิดด้วยการตีหนึ่งครั้งหรือหลายครั้ง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกปรับโทษสองแต้มโดยรวมเข้าไปในแต้มของหลุมนั้น แล้วจะต้องเล่นลูกที่ถูกต้อง แต่ไม่มีการปรับโทษต่อพาร์ทเน่อร์ แม้ว่าลูกที่เล่นผิดเป็นลูกของพาร์ทเน่อร์ ถ้าลูกที่เล่นผิดเป็นของผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง เจ้าของลูกจะต้องวางลูกตรงจุดที่ได้มีการเล่นลูกผิดในครั้งแรก
31-7 โทษการตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
ก. การละเมิดโดยพาร์ทเน่อร์คนเดียว
ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน เมื่อพาร์ทเน่อร์คนใดคนหนึ่งละเมิดกฎข้อใดๆ ดังต่อไปนี้
กฎข้อ 1-3 การสมยอมเพื่อละเว้นการบังคับใช้กฎข้อบังคับ
กฎข้อ 3-4 การปฏิเสธที่จะทำตามกฎข้อบังคับ
กฎข้อ 4-1 หรือข้อ 4-2 ไม้กอล์ฟ
กฎข้อ 5-1 หรือข้อ 5-2 ลูกกอล์ฟ
กฎข้อ 6-2 ก แฮนดี้แคป (การเล่นด้วยแฮนดี้แคปที่สูงกว่าความเป็นจริง และการละเลยที่จะจดแฮนดี้แคป)
กฎข้อ 6-4 แคดดี้
กฎข้อ 6-6 ข การลงชื่อ และการส่งสกอร์การ์ด
กฎข้อ 6-6 ง หลุมที่จดแต้มผิดยกตัวอย่าง เช่น เมื่อจดแต้มของพาร์ทเน่อร์ที่นำมานับแต้มที่ต่ำกว่าที่เป็นจริง ถ้าจดแต้มจริงของพาร์ทเน่อร์ที่นำมานับเป็นแต้มที่สูงกว่าที่เป็นจริง ให้ใช้แต้มตามที่สดส่งคืนมานั้น
กฎข้อ 6-7 ช้าเกินควร และการเล่นช้า (ละเมิดซ้ำ)
กฏข้อ 7-1 การฝึกซ้อมก่อนหรือฝึกซ้อมระหว่างรอบ
กฎข้อ 14-3 สิ่งประดิษฐ์ และอุปกรณ์พิเศษ
กฎข้อ 31-4 ไม่สามารถระบุแต้มที่จะนับให้เห็นชัดเจนว่าเป็นของผู้ใด
ข. การละเมิดโดยพาร์ทเน่อร์ทั้งสองคน
ทั้งฝ่ายจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
(1) สำหรับการละเมิดกฎข้อ 6-3 (เวลาเริ่มแข่งขัน และกลุ่ม) หรือกฎข้อ 6-8 (การหยุดการเล่น) โดยพาร์ทเน่อร์ทั้งสองคน หรือ
(2) ถ้าพาร์ทเนอร์แต่ละคนละเมิดกฎข้อบังคับ มีผลให้ถูกปรับโทษตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน หรือตัดสิทธิ์หลุมหนึ่งหลุมใด ในหลุมเดียวพร้อมกัน
ค. สำหรับหลุมนั้นเท่านั้น
ในกรณีอื่นทุกๆ กรณีที่มีการละเมิดกฎข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใด อันอาจจะส่งผลให้ถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์เฉพาะหลุมที่มีการละเมิดกฎเท่านั้น
31-8 ผลในการปรับโทษอื่นๆ
ถ้าการละเมิดกฎข้อบังคับหนึ่งข้อใดของผู้เข้าแข่งขัน เป็นการช่วยเหลือการเล่นของพาร์ทเนอร์ พาร์ทเนอร์คนนั้นจะถูกปรับโทษเพิ่มตามกฎข้อบังคับที่สามารถนำมาใช้ได้รวมกับ โทษปรับใดๆ ที่เกิดขึ้นของผู้เข้าแข่งขัน ในกรณีอื่นๆ ที่ผู้เข้าแข่งขันถูกปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อบังคับ การปรับโทษนั้นจะไม่มีผลต่อพาร์ทเนอร์ของผู้เข้าแข่งขัน

กฎข้อ 32 การแข่งขันประเภทโบกี้ พาร์ สเตเบิ้ลฟอร์ด

32-1 เงื่อนไขต่างๆ
การแข่งขันประเภทโบกี้ พาร์ สเตเบิ้ลฟอร์ด เป็นรูปแบบการแข่งขันแบบสโตรกเพลย์ และเป็นการเล่นกับแต้มที่กำหนดไว้สำหรับแต่ละหลุม ให้นำกฎข้อบังคับในการเล่นแบบสโตรกเพลย์มาใช้ เท่าที่ไม่แตกต่างไปกับกฎข้อบังคับพิเศษต่อไปนี้
ก. การแข่งขันแบบโบกี้ และพาร์
การคิดผลสำหรับการแข่งขันแบบโบกี้ และพาร์ เหมือนกับการเล่นแบบแมทช์เพลย์ หลุมใดที่ผู้เข้าแข่งขันไม่ส่งผลกลับมา จะต้องถือว่าแพ้ในหลุมนั้น ผู้ชนะคือผู้เข้าแข่งขันที่มีผลสรุปจำนวนหลุมที่ชนะรวมกันมากที่สุด มาร์คเกอร์เป็นผู้รับผิดชอบในการจดจำนวนตีที่เป็นจริงสำหรับแต่ละหลุมที่มี ผู้เข้าแข่งขันทำแต้มสุทธิได้เท่ากับ หรือน้อยกว่าแต้มที่กำหนดไว้
หมายเหตุ 1 จำนวนไม้สูงสุด 14 อัน - การปรับโทษตามแบบแมทช์เพลย์ - ดูกฎข้อ 4-4
หมายเหตุ 2 ช้าเกินควร และการเล่นช้า (กฎข้อ 6-7) - จะต้องปรับเปลี่ยนแต้มของผู้เข้าแข่งขันด้วยการตัดออกไปหนึ่งหลุมจากผลรวมทั้งหมด
ข. การแข่งขันแบบสเตเบิ้ลฟอร์ด
วิธีคิดผลในการแข่งขันแบบสเตเบิ้ลฟอร์ด ทำโดยการให้คะแนนสัมพันธ์กับแต้มของแต่ละหลุมที่กำหนดไว้ดังนี้
ทำแต้มในหลุมนั้นได้......................................คะแนน
มากกว่าหนึ่งแต้มขึ้นไปจากแต้มที่กำหนดหรือไม่ส่งแต้ม..................0
หนึ่งแต้มมากกว่าแต้มที่กำหนด..................................1
เท่ากับแต้มที่กำหนด.........................................2
หนึ่งแต้มน้อยกว่าแต้มที่กำหนด..................................3
สองแต้มน้อยกว่าแต้มที่กำหนด..................................4
สามแต้มน้อยกว่าแต้มที่กำหนด..................................5
สี่แต้มน้อยกว่าแต้มที่กำหนด....................................6
ผ้ชนะคือ ผู้เข้าแข่งขันที่ทำคะแนนสูงสุด
มาร์คเกอร์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจดจำนวนการตีที่เป็นแต้มจริง ของแต่ละหลุม ที่แต้มสุทธิของผู้เข้าแข่งขันนั้นสมควรที่จะได้หนึ่งคะแนน หรือมากกว่าเท่านั้น
หมายเหตุ 1 จำนวนไม้สูงสุด 14 อัน (กฎข้อ 4-4) - ให้นำการปรับโทษมาใช้ดังนี้ จากคะแนนรวมทั้งหมดของรอบที่เล่น ให้ตัดออกไปสองคะแนนของแต่ละหลุมที่เกิดการละเมิดกฎ การหักคะแนนสูงสุด 4 คะแนนต่อรอบ
หมายเหตุ 2 ช้าเกินควร และการเล่นช้า (กฎข้อ 6-7) - จะต้องปรับเปลี่ยนคะแนนของผู้เข้าแข่งขันด้วยการตัดออกไปสองคะแนนจากคะแนน รวมทั้งหมดที่ทำได้ของรอบนั้น
32-2 โทษการตัดสิทธิ์
ก. จากการแข่งขัน
ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน สำหรับการละเมิดกฎข้อหนึ่งข้อใดต่อไปนี้
กฎข้อ 1-3 การสมยอมเพื่อละเว้นการบังคับใช้กฎข้อบังคับ
กฎข้อ 3-4 การปฏิเสธที่จะทำตามกฎ
กฎข้อ 4-1 หรือข้อ 4-2 ไม้กอล์ฟ
กฎข้อ 5-1 หรือข้อ 5-2 ลูกกอล์ฟ
กฎข้อ 6-2 ข แฮนดี้แคป (การเล่นด้วยแฮนดี้แคปที่สูงกว่าความเป็นจริง และการละเลยที่จะจดแฮนดี้แคป)
กฎข้อ 6-3 เวลาเริ่มการแข่งขัน และกลุ่ม
กฎข้อ 6-4 แคดดี้
กฎข้อ 6-6 ข การลงชื่อ และการส่งสกอร์การ์ด
กฎข้อ 6-6 ง หลุมที่จดแต้มผิด ยกเว้น ไม่มีการปรับโทษเกิดขึ้น เมื่อการละเมิดกฎข้อนี้ไม่มีผลต่อคะแนนของหลุมนั้น
กฎข้อ 6-7 ช้าเกินควร และการเล่นช้า (ละเมิดซ้ำ)
กฎข้อ 6-8 การหยุดเล่น
กฎข้อ 7-1 การฝึกซ้อมก่อนหรือระหว่างรอบ
กฎข้อ 14-3 สิ่งประดิษฐ์ และอุปกรณ์พิเศษ
ข. สำหรับหลุมใดหลุมหนึ่ง
ในกรณีอื่นๆ ทุกกรณีที่มีการละเมิดกฎข้อหนึ่งข้อใด อันอาจจะส่งผลให้ถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์เฉพาะหลุมที่เกิดการละเมิดกฎเท่านั้น

กฎข้อ 33 คณะกรรมการ

33-1 เงื่อนไขต่างๆ และการงดใช้กฎข้อบังคับ
คณะกรรมการจะต้องกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ที่จะนำไปใช้ในการแข่งขัน คณะกรรมการไม่มีอำนาจงดใช้กฎข้อบังคับที่ใช้ครอบคลุมเฉพาะในการเล่นแบบสโตรก เพลย์ มีเนื้อหาแตกต่างจากกฎข้อบังคับที่ใช้ครอบคุลมในการเล่นแบบแมทช์เพลย์เป็น อย่างมาก การผนวกการเล่นทั้งสองแบบจึงไม่สามารถกระทำได้ และไม่อนุญาตให้ทำ คณะกรรมการจะต้องไม่รับผลจากแมทช์ที่เล่น และแต้มต่างๆ ที่ส่งกลับมาในสภาพการณ์เช่นนี้ในการเล่นแบบสโตรกเพลย์ คณะกรรมการอาจจะกำหนดขอบเขตหน้าที่ของผู้ตัดสิน
33-2 สนาม
ก. เขตสนาม และขอบเขตต่างๆ
คณะกรรมการจะต้องกำหนดขอบเขตต่อไปนี้ให้ละเอียด
(1) สนาม และเขตนอกสนาม
(2) เขตอุปสรรคน้ำ และอุปสรรคน้ำด้านข้าง
(3) พื้นที่ซ่อม และ
(4) สิ่งกีดขวาง และส่วนต่างๆ ที่นำมารวมเป็นส่วนเดียวกับสนาม
ข. หลุมใหม่
ควรเจาะหลุมใหม่ในวันที่เริ่มทำการแข่งขันแบบสโตรกเพลย์ และในเวลาอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการพิจารณาว่าจำเป็น แต่มีเงื่อนไขว่าผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดที่เล่นในรอบเดียวกันนั้น ต้องเล่นตำแหน่งหลุมเดียวกัน
ข้อยกเว้น หาก ไม่สามารถที่จะซ่อมแซมหลุมให้เหมือนสภาพเดิมและสอดคล้องกับนิยามศัพท์ คณะกรรมการอาจจะเจาะหลุมใหม่ใกล้กับหลุมเดิมที่คล้ายคลึงในบริเวณเดียวกัน
หมายเหตุ เมื่อ มีการเล่นรอบเดี่ยวที่จะต้องเล่นมากกว่าหนึ่งวัน คณะกรรมการอาจจะจัดทำเงื่อนไขการแข่งขัน ให้หลุม และแท่นตั้งทีอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างกันไปในแต่ละวันทำการแข่งขัน แต่มีเงื่อนไขว่า ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดที่เล่นในวันนั้น ได้เล่นแต่ละหลุม และแต่ละแท่นตั้งทีตำแหน่งเดียวกัน
ค. สถานที่ฝึกซ้อม
ในสนามที่ไม่มีสถานที่ฝึกซ้อมนอกพื้นที่ของสนามที่ใช้ทำการแข่งขัน ถ้าสามารถทำได้ คณะกรรมการควรกำหนดพื้นที่ที่ผู้เล่นอาจใช้ฝึกซ้อมในวันที่ทำการแข่งขัน ส่วนในวันที่ทำการแข่งขันแบบสโตรกเพลย์ โดยปกติแล้วคณะกรรมการไม่ควรอนุญาตให้ทำการฝึกซ้อมบนกรีน หรือในอุปสรรคของสนามที่ใช้ทำการแข่งขัน
ง. สภาพสนามที่ไม่สามารถใช้เล่นได้
ถ้าคณะกรรมการ หรือผู้แทนที่ได้รับการแต่งตั้ง พิจารณาด้วยเหตุผลใดก็ตาม แล้วเห็นว่าสนามไม่อยู่ในสภาพที่สามารถใช้เล่นได้ หรือมีสภาพที่ไม่เหมาะต่อการแข่งขันเป็นอย่างยิ่ง คณะกรรมการอาจสั่งพักการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ หรือการเล่นแบบสโตรกเพลย์ชั่วคราว หรือประกาศยกเลิกแต้มทั้งหมดในการเล่นแบบสโตรกเพลย์ และให้การเล่นในรอบนั้นเป็นโมฆะ และลบล้างการเล่นรอบนั้นๆ และการปรับโทษใดๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในรอบนั้น เป็นอันยกเลิกไป (ขั้นตอนปฏิบัติในการหยุดการเล่น - ดูกฎข้อ 6-8)
33-3 เวลาเริ่มทำการแข่งขัน และการแบ่งกลุ่ม
ในการแข่งขันแบบสโตรกเพลย์ คณะกรรมการจะต้องกำหนดเวลาเริ่มทำการแข่งขัน และจัดกลุ่มให้ผู้เข้าแข่งขันที่จะต้องเล่นด้วยกันเมื่อการแข่งขันแบบแมทช์ เพลย์ได้ขยายเวลาการเล่นออกไป คณะกรรมการจะต้องกำหนดเวลาสำหรับแต่ละรอบที่ต้องเล่นให้จบสิ้นเมื่อผู้เล่น ทุกคนได้รับอนุญาตให้จัดวันสำหรับการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์กันเองภายในขอบเขต นี้ คณะกรรมการควรแจ้งว่า ต้องเล่นแมทช์เพลย์ตามเวลาที่ระบุในวันสุดท้ายของช่วงเวลาการเล่น เว้นแต่ว่าผู้เล่นตกลงกันไว้ก่อนวันดังกล่าว
33-4 ตารางแฮนดี้แคป
คณะกรรมการจะต้องจัดพิมพ์ตารางแสดงลำดับหลุมที่ได้รับ หรือได้ให้แต้มตามแฮนดี้แคป
33-5 สกอร์การ์ด
ในการแข่งขันแบบสโตรกเพลย์ คณะกรรมการจะต้องแจกสกอร์การ์ดที่ระบุวันที่ และชื่อของผู้เข้าแข่งขันให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนหรือในการเล่นประเภท โฟร์ซั่ม หรือโฟร์บอลแบบสโตรกเพลย์ คณะกรรมการจะต้องระบุชื่อผู้เข้าแข่งให้ครบทุกคน
ในการแข่งขันแบบสโตรกเพลย์ประเภทโฟร์บอล คณะกรรมการมีหน้าที่รับผิดชอบในการจดแต้มของลูกที่ดีกว่าของแต่ละหลุม และในการใช้แฮนดี้แคปตามที่จดไว้ในสกอร์การ์ด และการรวมแต้มของลูกที่ดีกว่า
ในการแข่งขันประเภทโบกี้ พาร์ และสเตเบิ้ลฟอร์ด คณะกรรมการมีหน้าที่รับผิดชอบในการใช้แฮนดี้แคปตามที่จดไว้ในสกอร์การ์ด และรวบรวมผลของแต่ละหลุม หรือรวมคะแนนทั้งหมด
33-6 การตัดสินกรณีเสมอกัน
คณะกรรมการจะต้องประกาศวิธีการ วัน และเวลาสำหรับการตัดสินเมื่อเกิดกรณีแมทช์เพลย์มีการแบ่งกันฝ่ายละครึ่ง แมทช์ หรือเมื่อเกิดกรณีเสมอกัน ไม่ว่าเล่นกันแบบแต้มเท่า หรือใช้แฮนดี้แคป สำหรับแมทช์เพลย์ที่มีการแบ่งกันฝ่ายละครึ่งแมทช์ จะต้องไม่ทำการเล่นแบบสโตรกเพลย์ จะต้องไม่ตัดสินด้วยการเล่นแบบแมทช์เพลย์
33-7 โทษการตัดสิทธิ์ และดุลพินิจของคณะกรรมการ
โทษการตัดสิทธิ์จากการแข่งขันอาจะได้รับการยกเว้นในแต่ละกรณีที่จะงด ใช้ แก้ไข หรือกำหนดโทษ ถ้าคณะกรรมการพิจารณาว่าการกระทำเช่นนั้นมีเหตุอันควร การปรับโทษใดๆ ที่น้อยกว่าโทษการตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ต้องไม่ได้รับการละเว้น หรือต้องไม่ระงับการบังคับใช้
33-8 กฎสนามต่างๆ
ก. นโยบาย
คณะกรรมการอาจจัดทำ หรือจัดพิมพ์กฎสนามต่างๆ สำหรับสภาพพื้นที่ผิดปกติ ถ้าสอดคล้องกับนโยบายตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก 1 ในกฎข้อบังคับนี้
ข. การละเว้น และการแก้ไขกฎข้อบังคับ
จะต้องไม่ใช้กฎสนามละเว้นการปรับโทษที่กำหนดไว้ในกฎข้อบังคับกีฬากอล์ฟ อย่างไรก็ตาม หากคณะกรรมการพิจารณาว่า สภาพพื้นที่ผิดปกติขัดต่อเกมการเล่นที่เหมาะสม จนถึงขึ้นจำเป็นต้องจัดทำกฎสนามไปเปลี่ยนแปลงกฎข้อบังคับ กฎสนามดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจาก เดอะ รอยัล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟ คลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์

กฎข้อ 34 การขัดแย้ง และการตัดสิน


34-1 การอ้างสิทธิ์ และการปรับโทษ
ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์
ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ เพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนสถานะของแมทช์ ถ้ามีการอ้างสิทธิ์กับคณะกรรมการภายใต้กฎข้อ 2-5 และถ้าจำเป็นก็ให้ดำเนินการตัดสินโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ถ้าการอ้างสิทธิ์ไม่ได้กระทำภายในเวลาที่กำหนดไว้ในกฎข้อ 2-5 การอ้างสิทธิ์จะต้องไม่ได้รับการพิจารณา ยกเว้น ถ้ามีข้อเท็จจริงว่าผู้เล่นที่อ้างสิทธิ์ไม่ได้ทราบมาก่อน และได้รับข้อมูลผิดพลาดจากฝ่ายตรงข้าม (กฎข้อ 6-2 และกฎข้อ 9) ในกรณีใดก็ตาม หลังจากผลของการเล่นแบบแมทช์เพลย์ได้ประกาศออกไปเป็นทางการแล้ว การอ้างสิทธิ์ภายหลังจะต้องไม่ได้รับการพิจารณา นอกจากคณะกรรมการได้รับการชี้แจงจนเป็นที่พอใจว่าฝ่ายตรงข้ามได้ทราบมาก่อน ว่าได้บอกข้อมูลผิดพลาด ไม่จำกัดเวลาในการพิจารณาเพื่อใช้การปรับโทษการตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน สำหรับการละเมิดกฎข้อ 1-3
ข. การเล่นแบบสโตรกเพลย์
ในการเล่นแบบสโตรกเพลย์ ยกเว้นข้อกำหนดไว้ข้างล่าง การปรับโทษจะต้องไม่ถูกลบล้าง เปลี่ยนแปลง หรือกำหนดขึ้นอีกภายหลังจากการแข่งขันได้สิ้นสุดลงแล้ว ให้ถือว่าการแข่งขันได้สิ้นสุดลงเมื่อได้ประกาศผลการแข่งขันออกมาอย่างเป็น ทางการ หรือในการแข่งขันแบบสโตรกเพลย์เพื่อคัดเลือกเข้าไปแข่งขันต่อในการแข่งขัน แบบแมทช์เพลย์ ให้สิ้นสุดลงเมื่อผู้เล่นนั้นๆ ได้ตีจากแท่นตั้งทีของแมทช์แรกไปแล้ว
ข้อยกเว้น หลังจากการแข่งขันได้สิ้นสุดลงแล้ว การปรับโทษในการตัดสิทธิ์จากการแข่งขันจะต้องถูกบังคับใช้อีก ถ้าผู้เข้าแข่งขัน
(1) ละเมิดกฎข้อ 1-3 (การสมยอมเพื่อละเว้นการใช้กฎข้อบังคับ) หรือ
(2) ส่งสกอร์การ์ดที่ได้จดแฮนดี้แคปที่ผู้เข้าแข่งขันทราบก่อนการแข่งขันสิ้นสุด ลงว่าสูงกว่าที่ควรได้รับตามสิทธิ์ และส่งผลกระทบต่อจำนวนแต้มที่ได้รับการต่อ (กฎข้อ 6-2 ข) หรือ
(3) ส่งสกอร์การ์ดที่มีแต้มของหลุมหนึ่งหลุมใดต่ำกว่าที่ทำได้จริง (กฎข้อ 6-6 ง) จะด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม นอกเหนือไปจากการไม่รวมแต้มปรับโทษที่ผู้เข้าแข่งขันไม่ได้ล่วงรู้ว่าได้ถูก ปรับโทษก่อนการแข่งขันสิ้นสุดลง หรือ
(4) ทราบก่อนการแข่งขันสิ้นสุดว่า ได้ละเมิดกฎข้อบังคับอื่นใดที่ได้ระบุการปรับโทษด้วยการตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
34-2 การตัดสินของผู้ตัดสิน
ถ้าคณะกรรมการได้แต่งตั้งผู้ตัดสิน จะต้องถือว่าการตัดสินของผู้ตัดสินเป็นที่สิ้นสุด
34-3 การตัดสินของคณะกรรมการ
ในกรณีที่ไม่มีผู้ตัดสิน จะต้องส่งข้อขัดแย้ง หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎข้อบังคับไปยังคณะกรรมการที่จะต้องถือว่าการตัดสิน ของคณะกรรมการเป็นที่สิ้นสุด ถ้าคณะกรรมการไม่สามารถตัดสินได้ จะต้องส่งข้อขัดแย้ง หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎข้อบังคับไปยังคณะกรรมการกฎข้อบังคับของเดอะ รอยัล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ ซึ่งจะต้องถือว่าการตัดสินเป็นที่สิ้นสุด ถ้าข้อขัดแย้ง หรือข้อสงสัยไม่ได้ส่งไปยังคณะกรรมการกฎข้อบังคับผู้เล่นหรือผู้เล่นมากกว่า หนึ่งคนมีสิทธิ์ที่จะส่งถ้อยแถลงที่ได้ตกลงกันผ่านทางเลขาธิการของสโมสร แล้วส่งต่อไปยังคณะกรรมการกฎข้อบังคับเพื่อขอคำวินิจฉัย คำตอบก็จะถูกส่งกลับมาที่เลขาธิการสโมสรที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการกฎข้อบังคับจะไม่ให้คำวินิจฉัยใดๆ ต่อคำถามที่ส่งไป ถ้าการแข่งขันไม่ได้จัดขึ้นตามกฎข้อบังคับกีฬากอล์ฟ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น