วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

กฎ กติกา กีฬาเทเบิลเทนนิส

โต๊ะเทเบิลเทนนิส


1.1 พื้นหน้าด้านบนของโต๊ะเรียกว่า “พื้นผิวโต๊ะ” (PLAYING SURFACE) จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความยาว 2.74 เมตร (9 ฟุต) ความกว้าง 1.525 เมตร (5 ฟุต) และจะต้องสูงได้ระดับ โดยวัดจากพื้นที่ตั้งขึ้นมาถึงพื้นที่ผิวโต๊ะ สูง 76 เซนติเมตร (2 ฟุต 6 นิ้ว)

1.2 พื้นผิวโต๊ะ ไม่รวมถึงด้านข้างตามแนวตั้งที่อยู่ต่ำกว่าขอบบนสุดของโต๊ะลงมา
1.3 พื้นผิวโต๊ะอาจทำด้วยวัสดุใด ๆ ก็ได้ แต่จะต้องมีความกระดอนสม่ำเสมอเมื่อเอาลูกเทเบิลเทนนิสมาตรฐานปล่อยลงในระยะสูง 30 เซนติเมตร โดยวัดจากพื้นผิวโต๊ะลูกจะกระดอนขึ้นมาประมาณ 23 เซนติเมตร

1.4 พื้นผิวโต๊ะจะต้องเป็นสีเข้มสม่ำเสมอและเป็นสีด้าน ไม่สะท้อนแสง ขอบด้านบนของพื้นผิวโต๊ะทั้ง 4 ด้าน จะทาด้วยสีขาว มีขนาดกว้าง 2 เซนติเมตร เส้นของพื้นผิวโต๊ะด้านยาว 2.74 เมตร ทั้งสองด้านเรียกว่า “เส้นข้าง” (SIDE LINE) เส้นของพื้นผิวโต๊ะด้านกว้าง 1.525 เมตร ทั้งสองด้านเรียกว่า “เส้นสกัด” (END LINE)

1.5 พื้นผิวโต๊ะจะถูกแบ่งออกเป็นสองแดน (COURTS) เท่า ๆ กัน กั้นด้วยตาข่ายซึ่งขึงตั้งฉากกับพื้นผิวโต๊ะ และขนานกับเส้นสกัดโดยตลอด

1.6 สำหรับประเภทคู่ ในแต่ละแดนจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน ด้วยเส้นสีขาว มีขนาดกว้าง 3 มิลลิเมตร โดยขีดขนานกับเส้นข้าง เรียกว่า “เส้นกลาง” (CENTER LINE) และให้ถือว่าเส้นกลางนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอร์ดด้านขวาของโต๊ะด้วย

1.7 ในการแข่งขันระดับมาตรฐานสากล โต๊ะเทเบิลเทนนิสที่ใช้สำหรับการแข่งขันจะต้องเป็นยี่ห้อและชนิดที่ได้รับ การรับรองจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ (ITTF) เท่านั้น โดยโต๊ะเทเบิลเทนนิสจะมีสีเขียวหรือน้ำเงิน และในการแข่งขันจะต้องระบุสีของโต๊ะที่จะใช้แข่งขันลงในระเบียบการแข่งขัน ด้วยทุกครั้ง



ส่วนประกอบของตาข่าย

2.1 ส่วนประกอบของตาข่ายจะประกอบด้วย ตาข่าย ที่แขวนและเสาตั้ง รวมไปถึงที่จับยึดกับโต๊ะเทเบิลเทนนิส

2.2 ตาข่ายจะต้องขึงตึงและยึดด้วยเชือกซึ่งผูกติดปลายยอดเสาซึ่งตั้งตรงสูงจากพื้นผิวโต๊ะ 15.25 เซนติเมตร (6 นิ้ว)

2.3 ส่วนบนสุดของตาข่าย ตลอดแนวยาวจะต้องสูงจากพื้นผิวโต๊ะ 15.25 เซนติเมตร

2.4 ส่วนล่างสุดของตาข่ายตลอดแนวยาวจะต้องอยู่ชิดกับพื้นผิวโต๊ะให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และส่วนปลายสุดของตาข่ายทั้งสองด้านจะต้องอยู่ชิดกับเสาให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

2.5 ในการแข่งขันระดับมาตรฐานสากล ตาข่ายที่ใช้สำหรับแข่งขันจะต้องเป็นยี่ห้อและชนิดที่ได้รับการรับรองจาก สหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ (ITTF) เท่านั้น


ลูกเทเบิลเทนนิส

3.1 ลูกเทเบิลเทนนิส จะต้องกลมและมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร

3.2 ลูกเทเบิลเทนนิส จะต้องมีน้ำหนัก 2.7 กรัม

3.3 ลูกเทเบิลเทนนิส จะต้องทำด้วยเซลลูลอยด์หรือวัสดุพลาสติกอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน มีสีขาว หรือสีส้ม และเป็นสีด้าน

3.4 ลูกเทเบิลเทนนิสจะต้องเป็นยี่ห้อและชนิดที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์เบิลเทนนิสนานาชาติ (ITTF) เท่านั้น และจะต้องระบุสีของลูกที่ใช้แข่งขันลงในระเบียบการแข่งขันทุกครั้ง


ไม้เทเบิลเทนนิส


4.1 ไม้เทเบิลเทนนิสจะมีรูปร่าง ขนาด หรือน้ำหนักอย่างไรก็ได้ แต่หน้าไม้จะต้องแบนเรียบและแข็ง

4.2 อย่างน้อยที่สุด 85 % ของความหนาของไม้ จะต้องทำด้วยไม้ธรรมชาติ ชั้นที่อัดอยู่ติดภายในหน้าไม้ ซึ่งทำด้วยวัสดุอื่นใด เช่น คาร์บอนไฟเบอร์ กลาสไฟเบอร์ หรือกระดาษอัดจะต้องมีความหนาไม่เกิน 7.5 % ของความหนาทั้งหมดของไม้ หรือไม่เกิน 0.35 มิลลิเมตร สุดแท้แต่กรณีใดจะมีค่าน้อยกว่า

4.3 หน้าไม้เทเบิลเทนนิสด้านที่ใช้ตีลูกจะต้องมีวัสดุปิดทับวัสดุนั้นจะเป็นแผ่นยางเม็ดธรรมดา แผ่นยางชนิดนี้ เมื่อปิดทับหน้าไม้และรวมกับกาวแล้วจะต้องมีความหนาทั้งสิ้นไม่เกิน 2 มิลลิเมตร หรือแผ่นยางชนิดสอดไส้ แผ่นยางชนิดนี้เมื่อปิดทับหน้าไม้และรวมกับกาวแล้วจะต้องมีความหนาทั้งสิ้นไม่เกิน 4 มิลลิเมตร ทั้งนี้ความสูงของเม็ดยางจะเท่ากับความกว้างของเม็ดยางในอัตราส่วน 1: 1

-4.3.1 แผ่นยางเม็ดธรรมดา (ORDINARY PIMPLED RUBBER) จะต้องเป็นแผ่นยางชิ้นเดียวและไม่มีฟองนี้รองรับโดยหันเอาเม็ดยางออกมาด้าน นอก จะทำด้วยยางธรรมชาติหรือยางสังเคราะห์ มีเม็ดยางกระจายอยู่อย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่า 10 เม็ดต่อ 1 ตารางเซนติเมตร และไม่มากกว่า 30 เม็ดต่อ 1 ตารางเซนติเมตร
- 4.3.2 แผ่นยางชนิดสอดไส้ (SANDWICH RUBBER) ประกอบด้วยฟองน้ำชนิดเดียวปิดคลุมด้วยแผ่นยางธรรมดาชิ้นเดียว โดยจะหันเอาเม็ดยางอยู่ด้านในหรืออยู่ด้านนอกก็ได้ ซึ่งความหนาของแผ่นยางธรรมดานี้จะต้องมีความหนาไม่เกิน 2 มิลลิเมตร

4.4 วัสดุปิดทับหน้าไม้จะต้องปิดทับคลุมหน้าไม้ด้านนั้น ๆ และจะต้องไม่เกินขอบน้าไม้ออกไป ยกเว้นส่วนที่ใกล้กับด้ามจับที่สุดและที่วางนิ้วอาจจะหุ้มหรือไม่หุ้มด้วยวัสดุใด ๆ ก็ได้

4.5 หน้าไม้เทเบิลเทนนิส ชั้นภายในหน้าไม้ และชั้นของวัสดุปิดทับต่าง ๆ หรือกาว จะต้องสม่ำเสมอและมีความหนาเท่ากันตลอด

4.6 หน้าไม้เทเบิลเทนนิส ด้านหนึ่งจะต้องเป็นสีแดงสว่าง (BRIGHT RED) และอีกด้านหนึ่งจะต้องเป็นสีดำ (BLACK) และจะต้องมีสีกลมกลืนอย่างสม่ำเสมอไม่สะท้อนแสง

4.7 วัสดุที่ปิดทับหน้าไม้สำหรับตีลูกเทเบิลเทนนิสจะต้องมีเครื่องหมายการค้าของ บริษัท ผู้ผลิต ยี่ห้อ รุ่น และเครื่องหมาย ITTF แสดงไว้อย่างชัดเจนใกล้กับขอบของหน้าไม้ โดยจะต้องเป็นชื่อ ยี่ห้อและชนิด (BRAND AND TYPE) ที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ (ITTF) ครั้งหลังสุดเท่านั้น

4.8 สำหรับกาวที่มีส่วนประกอบของสารที่เป็นพิษ จะไม่อนุญาตให้ใช้ทาลงบนหน้าไม้เทเบิลเทนนิส ผู้เล่นจะต้องใช้กาวแผ่นสำเร็จรูปหรือกาวที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ (ITTF) เท่านั้น และห้ามใช้กาวในการติดยางกับไม้เทเบิลเทนนิสในบริเวณสนามแข่งขัน

4.9 การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของความสม่ำเสมอของผิวหน้าไม้หรือวัสดุปิดทับ หรือความไม่สม่ำเสมอของสีหรือขนาดเนื่องจากการเสียหายจากอุบัติเหตุ การใช้งานหรือสีจางอาจจะอนุญาตให้ใช้ได้ โดยเงื่อนไขว่าเหตุเหล่านั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญต่อคุณลักษณะของผิวหน้าไม้ หรือวัสดุปิดทับ

4.10 เมื่อเริ่มการแข่งขัน และเมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่นเปลี่ยนไม้เทเบิลเทนนิสระหว่างการแข่งขัน ผู้เล่นจะต้องแสดงไม้เทเบิลเทนนิสที่เขาเปลี่ยนให้กับคู่แข่งขัน และกรรมการผู้ตัดสินตรวจสอบก่อนทุกครั้ง

4.11 เป็นความรับผิดชอบของผู้เล่นที่จะต้องมั่นใจว่าไม้เทเบิลเทนนิสนั้นถูกต้องตามกติกา

4.12 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์การเล่น ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ชี้ขาด




ไม้เทเบิลเทนนิส

คำจำกัดความ (DEFINITIONS)

5.1 การตีโต้ (RALLY) หมายถึงระยะเวลาที่ลูกอยู่ในการเล่น

5.2 ลูกอยู่ในการเล่น (INPLAY) หมายถึง เมื่อลูกเทเบิลเทนนิสได้หยุดนิ่งบนฝ่ามืออิสระก่อนการส่งลูกในจังหวะสุดท้าย จนกระทั่งลูกนั้นถูกสั่งให้เป็นเลท หรือได้คะแนน

5.3 การส่งใหม่ (LET) หมายถึง การตีโต้ที่ไม่มีผลได้คะแนน

5.4 การได้คะแนน (POINT) หมายถึง การตีโต้ที่มีผลได้คะแนน

5.5 มือที่ถือไม้ (RACKET HAND) หมายถึง มือในขณะที่ถือไม้เทเบิลเทนนิส

5.6 มืออิสระ (FREE HAND) หมายถึง มือในขณะที่ไม่ได้ถือไม้เทเบิลเทนนิส

5.7 การตีลูก (STRIKES) หมายถึง การที่ผู้เล่นสัมผัสลูกด้วยไม้เทเบิลเทนนิสขณะที่ถืออยู่ หรือสัมผัสลูกด้วยมือที่ถือไม้เทเบิลเทนนิสตั้งแต่ข้อมือลงไป

5.8 การขวางลูก (OBSTRUCTS) หมายถึง ขณะที่ลูกอยู่อยู่ในการเล่น หลังจากที่ฝ่ายตรงข้ามตีลูกมา โดยลูกนั้นยังไม่ได้กระทบแดนของอีกฝ่ายหนึ่ง หละยังไม่พ้นเส้นสกัด ปรากฏว่าผู้เล่นหรือสิ่งใด ๆ ที่เขาสวมใส่หรือถืออยู่สัมผัสถูกลูก ขณะลูกนั้นอยู่เหนือระดับพื้นผิวโต๊ะ หรือลูกนั้นมีทิศทางวิ่งเหข้าหาพื้นผิวโต๊ะ

5.9 ผู้ส่ง (SERVER) หมายถึง ผู้ที่ตีลูกเทเบิลเทนนิสเป็นครั้งแรกในการตีโต้

5.10 ผู้รับ (RECEIV) หมายถึง ผู้ที่ตีลูกเทเบิลเทนนิสเป็นครั้งที่สองในการตีโต้

5.11 ผู้ตัดสิน (UMPIRE) หมายถึง ผู้ที่ถูกแต่งตั้งขึ้นเพื่อควบคุมการแข่งขัน

5.12 ผู้ช่วยตัดสิน (ASSISTANT UMPIRE) หมายถึง ผู้ที่ถูกแต่งตั้งขึ้นเพื่อช่วยผู้ตัดสินในการแข่งขัน

5.13 สิ่งใด ๆ ที่ผู้เล่นสวมใส่หรือถืออยู่ หมายรวมถึง สิ่งใด ๆ ก็ตามที่ผู้เล่นสวมใส่หรือถืออยู่ตั้งแต่เริ่มการตีโต้

5.14 ลูกเทเบิลเทนนิสจะถูกพิจารณาว่าผ่านตาข่าย ถ้าข้ามผ่านหรืออ้อม หรือลอดส่วนประกอบของตาข่าย ยกเว้นลูกที่ลอดระหว่างตาข่ายกับพื้นผิวโต๊ะ หรือลูกที่ลอดระหว่างตาข่ายกับอุปกรณ์ที่ยึดตาข่าย

5.15 เส้นสกัด (END LINE) หมายรวมถึง เส้นสมมติที่ลากต่อออกไปจากเส้นสกัดทั้งสองด้านด้วย





การส่งลูกที่ถูกต้อง (A GOOD SERVICE)

6.1 เมื่อเริ่มส่ง ลูกเทเบิลเทนนิสต้องวางเป็นอิสระอยู่บนฝ่ามืออิสระ โดยแบฝ่ามือออกและลูกจะต้องอยู่นิ่ง

6.2 ในการส่ง ผู้ส่งจะต้องโยนลูกขึ้นข้างบนด้วยมือให้ลูกลอยขึ้นข้างบนใกล้เคียงกับเส้นตั้งฉาก และให้สูงจากจุดที่ลูกออกจากฝ่ามือไม่น้อยกว่า 16 เซนติเมตร โดยลูกที่โยนขึ้นไปนั้นจะต้องไม่เป็นลูกที่ถูกทำให้หมุนด้วยความตั้งใจ

6.3 ผู้ส่ง จะตีลูกได้ในขณะที่ลูกเทเบิลเทนนิสได้ลดระดับจากจุดสูงสุดแล้วเพื่อให้ลูกกระทบแดนของผู้ส่งก่อน แล้วข้ามหรืออ้อมตาข่ายไปกระทบแดนของฝ่ายรับ สำหรับประเภทคู่ ลูกเทเบิลเทนนิสจะต้องกระทบครึ่งแดนขวาของผู้ส่งก่อน แล้วข้ามหรืออ้อมตาข่ายไปกระทบครึ่งแดนขวาของฝ่ายรับ

6.4 ตั้งแต่เริ่มส่งลูกจนหระทั่งลูกถูกตี ลูกเทบิลเทนนิสจะต้องอยู่เหนือระดับพื้นผิวโต๊ะ และอยู่หลังเส้นสกัด และจะต้องไม่ให้ถูกส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือเสื้อผ้าของผู้ส่ง หรือคู่เล่นในประเภทคู่ บังการมองเห็นของผู้รับ ขณะที่ลูกเทเบิลเทนนิสถูกโยนขึ้น มืออิสระของผู้ส่งจะต้องเคลื่อนออกจากบริเวณพื้นที่ระหว่างลำตัวผู้ส่งและตาข่าย (NET) (วัตถุประสงค์ของกติกาข้อนี้ ต้องการให้ผู้รับเห็นลูกเทเบิลเทนนิสตลอดเวลา ทั้งนี้ผู้ส่งหรือคู่ของผู้ส่งจะต้องไม่แสดงท่าทางที่จะต้องการบังการมองเห็นของผู้รับตลอดเวลาตั้งแต่ลูกออกจากมือของผู้ส่ง และเห็นถึงหน้าไม้ด้านที่ใช้ตีลูก)

6.5 เป็นความรับผิดชอบของผู้เล่นที่จะต้องส่งให้ผู้ตัดสินหรือผู้ช่วยผู้ตัดสินเห็น และตรวจสอบถึงการส่งนั้นว่าถูกต้องตามกติกาหรือไม่
- 6.5.1 ถ้าผู้ตัดสินสงสัยในลักษณะการส่ง ว่าผู้ส่งได้ส่งลูกถูกตามกติกาในโอกาสแตกของแมทช์เดียวกันนั้น จะแจ้งให้ส่งลูกใหม่ และเตือนผู้ส่งโดยยังไม่ตัดคะแนน
- 6.5.2 สำหรับในครั้งต่อไปในแมทช์เดียวกันนั้น หากผู้เล่นหรือคู่เล่นยังคงส่งให้เป็นข้อสงสัยในทำนองเดียวกัน หรือในลักษณะน่าสงสัยอื่น ๆ ผู้รับจะได้คะแนนทันที
-6.5.3 หากผู้ส่งได้ส่งลูกผิดกติกาอย่างชัดเจน ผู้ส่งจะเสียคะแนนทันที


6.6 ผู้ส่งอาจได้รับการอนุโลมได้บ้าง หากผู้ส่งคนนั้นแจ้งให้ผู้ตัดสินทราบถึงการหย่อนสมรรถภาพทางร่างกาย จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถส่งได้ถูกต้องตามกติกา ทั้งนี้ต้องแจ้งให้ผู้ตัดสินทราบก่อนการแข่งขันทุกครั้ง





การรับลูกที่ถูกต้อง (A GOOD RETURN)

7.1 เมื่อลูกเทเบิลเทนนิสได้ถูกส่งหรือตีโต้ไปตกลงในแดนตรงข้ามอย่างถูกต้องแล้ว ฝ่ายรับตีลูกข้ามหรืออ้อมตาข่ายกลับไป เพื่อให้ลูกกระทบแดนของอีกฝ่ายหนึ่งโดยตรง หรือสัมผัสส่วนใดส่วนหนึ่งของตาข่ายแล้วตกลงในแดนของฝ่ายตรงข้าม





ลำดับการเล่น (THE ORDER OF PLAY)

8.1 ประเภทเดี่ยว ฝ่ายส่งได้ส่งอย่างถูกต้อง ฝ่ายรับจะตีโต้กลับไปอย่างถูกต้องหลังจากนั้นฝ่ายส่งและฝ่ายรับจะผลัดกันตีโต้

8.2 ประเภทคู่ ผู้ส่งลูกของฝ่ายส่งจะส่งลูกไปยังฝ่ายรับ ผู้รับของฝ่ายรับจะต้อตีลูกกลับ แล้วคู่ของฝ่ายส่งจะตีลูกกลับไป จากนั้นคู่ของฝ่ายรับก็จะตีลูกกลับไปเช่นนี้สลับกันไปในการตีโต้





ลูกที่ให้ส่งใหม่ (A LET)


9.1 การส่งซึ่งถือให้เป็นการส่งใหม่ ต้องมีลักษณะดังนี้
-9.1.1 ถ้าลูกที่ฝ่ายส่งได้ส่งไปกระทบส่วนต่าง ๆ ของตาข่ายแล้วข้ามไปในแดนของฝ่ายรับโดยถูกต้องหรือส่งไปกระทบส่วนต่าง ๆ ของตาข่าย แล้วผู้รับหรือคู่ฝ่ายรับขวางลูก หรือตีลูกก่อนที่ลูกจะตกกระทบแดนของเขาในเส้นสกัด
-9.1.2 ในความเห็นของผู้ตัดสิน ถ้าลูกที่ส่งออกไปแล้ว ฝายรับหรือคู่ของฝ่ายรับยังไม่พร้อมที่จะรับ โดยมีข้อแม้ว่า ฝ่ายรับหรือคู่ของฝ่ายรับไม่พยายามจะตีลูก
-9.1.3 ในความเห็นของผู้ตัดสิน หากมีเหตุรบกวนนอกเหนือการควบคุมของผู้เล่นจนทำให้การส่ง การรับ หรือการเล่นนั้นเสียไป
-9.1.4 ถ้าการเล่นถูกยุติโดยผู้ตัดสินหรือผู้ช่วยผู้ตัดสิน

9.2 การเล่นอาจถูกยุติลงในกรณีต่อไปนี้
-9.2.1 เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด ในลำดับการส่ง การรับลูกหรือการเปลี่ยนแดน
- 9.2.2 เมื่อการแข่งขันได้ถูกกำหนดให้ใช้ระบบการแข่งขันแบบเร่งเวลา
-9.2.3 เพื่อเตือนหรือลงโทษผู้เล่น
-9.2.4 ในความเห็นของผู้ตัดสิน หากเห็นว่าสภาพการเล่นถูกรบกวนอันจะเป็นผลต่อการเล่น






ได้คะแนน (A POINT)

นอกเหนือจากการตีโต้จะถูกสั่งให้เป็นเล็ท ผู้เล่นจะได้คะแนนจากกรณีดังต่อไปนี้

10.1 ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ไม่สามารถส่งลูกได้อย่างถูกต้อง

10.2 ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ไม่สามารถรับลูกได้อย่างถูกต้อง

10.3 ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ตีลูกสัมผัสถูกสิ่งใด ๆ นอกเหนือจากส่วนประกอบของตาข่าย

10.4 ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามตีลูกผ่านเลยเส้นสกัดของเขาโดยไม่ได้สัมผัสกับพื้นผิวโต๊ะ

10.5 ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ขวางลูก

10.6 ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ตีลูกติดต่อกันสองครั้ง

10.7 ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามตีลูกด้วยหน้าไม้ที่ไม่ถูกต้องตามกติกา

10.8 ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม หรือสิ่งใด ๆ ที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามสวมใส่หรือถืออยู่ ทำให้พื้นผิวโต๊ะเคลื่อนที่
10.9 ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม หรือสิ่งใด ๆ ที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามสวมใส่หรือถืออยู่ สัมผัสถูกส่วนต่าง ๆ ของตาข่าย

10.10 ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ใช้มืออิสระสัมผัสถูกพื้นผิวโต๊ะ

10.11 ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ตีลูกผิดลำดับในการเล่นประเภทคู่ ยกเว้นผิดลำดับ โดยคนเสิร์ฟ หรือคนรับลูกเสิร์ฟ

10.12 ในระบบการแข่งขันแบบเร่งเวลา ถ้าเขาหรือคู่ของเขาสามารถตีโต้กลับไปได้อย่างถูกต้องครบ 13 ครั้ง





เกมการแข่งขัน (A GAME)


11.1 ผู้เล่นหรือคู่เล่นที่ทำคะแนนได้ 11 คะแนนก่อน จะเป็นฝ่ายชนะ ยกเว้นถ้าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายทำคะแนนได้ 10 คะแนนเท่ากันจะต้องแข่งขันต่อไป โดยฝ่ายใดทำคะแนนได้มากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง 2 คะแนน จะเป็นฝ่ายชนะ





แมทช์การแข่งขัน (A MATCH)


12.1 ในหนึ่งแมทช์ประกอบด้วยเกมการแข่งขันที่เป็นจำนวนเลขคี่ เช่น 2 ใน 3 เกม, 3 ใน 5 เกม, 4 ใน 7 เกม เป็นต้น





ลำดับการส่ง การรับ และแดน (THE ORDER OF SERVING, RECEIVING, AND ENDS)


13.1 สิทธิ์ในการเลือกส่ง เลือกรับ หรือเลือกแดน จะใช้วิธีเสี่ยงทาย โดยผู้ชนะในการเสี่ยงจะต้องเป็นผู้เลือก

13.2 เมื่อผู้เล่นหรือคู่ของผู้เล่นได้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ผู้เล่นหรือคู่เล่นอีกฝ่ายหนึ่งจะเป็นฝ่ายเลือกในหัวข้อที่เหลืออยู่

13.3 ผู้เล่นหรือคู่เล่นทั้งสองฝ่ายจะผลัดกันส่งลูกฝ่ายละ 2 คะแนน จนกระทั่งจบเกมการแข่งขัน ยกเว้นผู้เล่นหรือคู่เล่นทั้งสองฝ่ายทำคะแนนได้ 10 คะแนนเท่ากัน หรือเมื่อนำระบบการแข่งขันแบบเร่งเวลามาใช้ แต่ละฝ่ายจะผลัดกันส่งลูกฝ่ายละ 1 คะแนน

13.4 ในเกมแรกของประเภทคู่ ฝ่ายซึ่งมีสิทธิ์ในการส่งก่อนจะต้องเลือกว่าใครจะเป็นผู้ส่งก่อน จากนั้นฝ่ายรับจะเลือกผู้ที่จะเป็นผู้รับ สำหรับในเกมถัดไปของแมทช์นั้น ฝ่ายส่งในเกมนั้นจะเป็นผู้เลือกส่งก่อนบ้าง โดยส่งให้กับผู้ที่ส่งให้เขาในเกมก่อนหน้านั้น

13.5 ในประเภทคู่ ทุก ๆ ครั้ง ที่เปลี่ยนการส่งลูก ผู้ที่เคยเป็นผู้รับลูกจะกลายเป็นผู้ส่งลูกบ้าง โดยส่งให้กับคู่ของผู้ที่ส่งลูกให้กับเขาก่อนหน้านั้น

13.6 ผู้เล่นหรือคู่เล่นที่เป็นฝ่ายส่งลูกก่อนในเกมแรกจะเป็นฝ่ายรับลูกก่อนในเกมต่อไป สลับกันจนจบแมทช์ และในเกมสุดท้ายของประเภทคู่ฝ่ายรับจะต้องเปลี่ยนผู้รับทันทีเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำคะแนนได้ 5 คะแนนก่อน





การผิดลำดับในการส่ง การรับ และแดน (OUT OF ORDER OF SERVING, RECEIVING OR ENDS)

14.1 ถ้าผู้เล่นส่งหรือรับลูกผิดลำดับ กรรมการผู้ตัดสินจะยุติการเล่นทันที ที่ได้ค้นพบข้อผิดพลาด และทำการเริ่มเล่นใหม่ โดยผู้เล่นและผู้รับที่ควรจะเป็นผู้ส่งและผู้รับตามลำดับที่ได้จัดวางไว้ ตั้งแต่เริ่มการแข่งขันของแมทช์นั้นต่อจากคะแนนที่ทำได้ สำหรับในประเภทคู่ หากไม่สามารถทราบถึงผู้ส่งและผู้รับที่ถูกต้อง ลำดับในการส่งจะถูกจัดให้ถูกต้อง โดยคู่ที่มีสิทธิ์ในครั้งแรกของเกมที่ค้นพบข้อผิดพลาดนั้น

14.2 ถ้าผู้เล่นไม่ได้เปลี่ยนแดนกันเมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนแดนกรรมการ ผู้ตัดสินจะยุติการเล่นทันทีที่ทราบและจะเริ่มเล่นใหม่โดยเปลี่ยนแดนกันให้ ถูกต้องตามลำดับที่จัดไว้ตั้งแต่เริ่มการแข่งขันของแมทช์นั้นต่อจากคะแนนที่ ได้

14.3 กรณีใด ๆ ก็ตาม คะแนนทั้งหมดซึ่งทำไว้ก่อนที่จะค้นพบข้อผิดพลาดให้ถือว่าใช้ได้





ระบบการแข่งขันเร่งเวลา (THE EXPEDITE SYSTEM)

15.1 ระบบการแข่งขันเร่งเวลาจะถูกนำมาใช้ ถ้าเกมการแข่งขันในเกมนั้นไม่เสร็จสิ้นภายในเวลา 10 นาที หรือก่อนครบกำหนดเวลาก็ได้ ถ้าผู้เล่นหรือคู่เล่นทั้งสองฝ่ายต้องการ ยกเว้น ในกรณีที่ผู้เล่นหรือคู่เล่นทั้งสองฝ่ายมีคะแนนไม่น้อยกว่า 9 คะแนน จะแข่งขันตามระบบเดิม
-15.1.1 ถ้าลูกอยู่ในการเล่น และครบกำหนดเวลาการแข่งขันพอดี การเล่นนั้นจะถูกยุติลงโดยกรรมการผู้ตัดสิน และจะเริ่มเล่นใหม่ด้วยการส่งโดยผู้เล่นซึ่งเป็นผู้ส่งอยู่ก่อนที่การตีโต้นั้นจะถูกยุติลง
-15.1.2 ถ้าลูกไม่ได้อยู่ในการเล่น และครบกำหนดเวลาพอดี การเล่นนั้นจะเริ่มเล่นใหม่ด้วยการส่งโดยผู้เล่นที่เป็นฝ่ายรับลูกอยู่ก่อนที่เวลานั้นจะสิ้นสุดลง

15.2 หลังจากนั้นผู้เล่นแต่ละคนจะเปลี่ยนกันส่งคนละ 1 คะแนน จนกระทั่งจบเกมการแข่งขัน และในการตีโต้หากผู้รับหรือคู่เล่นฝ่ายรับ สามารถตีโต้กลับมาถูกต้องครบ 13 ครั้ง ฝ่ายส่งจะเสีย 1 คะแนน

15.3 เมื่อระบบการแข่งขันเร่งเวลานำมาใช้ในเกมใด ในเกมที่เหลือของแมทช์นั้น ๆ จะต้องแข่งขันภายใต้ระบบเร่งเวลา





เครื่องแต่งกาย (CLOTHING)


16.1 เสื้อผ้าที่ใช้แข่งขัน ปกติจะประกอบไปด้วยเสื้อแขนสั้น หรือแขนกุด กางเกงขาสั้นหรือกระโปรง หรือส่วนหนึ่งของชุดกีฬาถุงเท้าและรองเท้า ส่วนเสื้อผ้าชนิดอื่น ๆ เช่น บางส่วนหรือทั้งหมดของชุดวอร์มจะไม่อนุญาตให้ใส่ในระหว่างการแข่งขัน ยกเว้นได้รับอนุญาตจากผู้ชี้ขาด สำหรับในการแข่งขันระดับภายในประเทศไทย ให้ผู้เข้าแข่งขันสอดชายเสื้อไว้ในกางเกงหรือกระโปรงทุกครั้ง และเสื้อแข่งขันจะต้องมีปกเท่านั้น

16.2 นอกจากแขนเสื้อและปกของเสื้อแข่งขันแล้ว มีส่วนใหญ่ของเสื้อแข่งขัน กางเกง หรือกระโปรง จะต้องเป็นสีที่แตกต่างกันกับลูกเทเบิลเทนนิสที่ใช้ในการแข่งขันอย่างชัดเจน

16.3 บนเสื้อแข่งขันอาจมีเครื่องหมายใด ๆ ได้ดังนี้
-16.3.1 ด้านหลังของเสื้อแข่งขัน อาจมีหลายเลขหรือตัวอักษรแสดงสังกัดหรือแสดงถึงรายการแข่งขัน หรือกรณีที่เป็นรายชื่อผู้เล่น จะต้องอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าปกเสื้อลงมา
-16.3.2 เสื้อผ้าอาจสามารถโฆษณาในขนาดที่กำหนดไว้ ตามข้อ 18.5


16.4 หมายเลขประจำตัวของผู้เล่นที่ติดอยู่บนหลังเสื้อจะต้องอยู่ตรงกลางของหลังเสื้อ โดยมีขนาด
ใหญ่ได้ไม่เกิน 600 ตารางเซนติเมตร และมีความเด่นชัดเหนือโฆษณา

16.5 การทำเครื่องหมายหรือการเดินเส้นใด ๆ บนด้านหน้าหรือด้านข้างของเสื้อหรือวัสดุใด ๆ เช่น เครื่องประดับที่สวมใส่ จะต้องไม่รบกวนสายตาหรือสะท้อนแสงไปยังสายตาของฝ่ายตรงข้าม

16.6 รูปแบบของเสื้อผ้าชุดแข่งขัน ตัวอักษร หรือการออกแบบใด ๆ จะต้องเป็นรูปแบบที่เรียบร้อย ไม่ทำให้เกมนั้นเสื่อมเสีย

16.7 สำหรับปัญหาใด ๆ ที่เกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับของชุดแข่งขันหรือข้อยกเว้นต่าง ๆ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ชี้ขาด

16.8 ในการแข่งขันประเภททีมและการแข่งขันประเภทคู่ในการแข่งขันเพื่อความชนะเลิศแห่งโลก หรือการแข่งขันโอลิมปิก นักกีฬาที่มาจากสังกัดเดียวกันจะต้องแต่งกายให้มีสีและรูปแบบที่เหมือนกัน เท่าที่จะเป็นไปได้ยกเว้นถุงเท้า รองเท้า และหมายเลขประจำตัว ขนาด สี และรูปแบบของการโฆษณาบนชุดแข่งขัน สำหรับการแข่งขัน ในระดับนานาชาติอื่น ๆ อาจจะแต่งกายด้วยรูปแบบที่แตกต่างกัน ถ้าสีพื้นเหมือนกัน และได้รับอนุญาตจากสมาคมนั้น ๆ

16.9 นักกีฬาทั้งสองฝ่าย จะต้องแต่งกายด้วยสีที่แตกต่างกันเพื่อง่ายต่อการสังเกตของผู้ชม

16.10 หากผู้เล่นหรือทีมไม่สามารถตกลงกันได้ในกรณีชุดแข่งขันที่เหมือนกัน จะใช้วิธีการจับฉลาก

16.11 ในการแข่งขันระดับโลก ระดับโอลิมปิก หรือการแข่งขันระดับนานาชาติทั่วไป ผู้เล่นจะต้องสวมชุดแข่งขันที่เป็นทางการของประเทศตนเองเท่านั้น





สภาพสนามแข่งขัน (PLAYING CONDITIONS)


17.1 มาตรฐานของพื้นที่แข่งขันจะต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 7 เมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 14 เมตร และสูงไม่น้อยกว่า 5 เมตร

17.2 พื้นที่การแข่งขันจะถูกล้อมไว้โดยรอบซึ่งที่ปิดล้อมหรือแผงกั้นจะมีขนาดสูงประมาณ 75 เซนติเมตร แยกพื้นที่การแข่งขันออกจากผู้ชม

17.3 ในการแข่งขันระดับโลกหรือโอลิมปิก ความสว่างของแสงเมื่อวัดจากพื้นผิวโต๊ะแล้วจะต้องมีความเข้มของแสงโดยสม่ำ เสมอไม่น้อยกว่า 1000 ลักซ์ และแสงสว่างในส่วนอื่น ๆ ของพื้นที่สนามแข่งขันจะต้องมีความเข้มของแสงไม่น้อยกว่า 500 ลักซ์ สำหรับการแข่งขันในระดับอื่น ๆ ความสว่างบนพื้นผิวโต๊ะจะต้องไม่น้อยกว่า 600 ลักซ์ และพื้นที่สนามแข่งขันไม่น้อยกว่า 400 ลักซ์

17.4 ถ้าในสนามแข่งขันมีโต๊ะหลายตัว ระดับความเข้มของแสงสว่าง เมื่อวัดบนพื้นผิวโต๊ะ จะต้องมีความเข้มของแสงโดยสม่ำเสมอเท่ากันทุก ๆ ตัว และความเข้มของแสงหลังฉากของสนามแข่งขัน จะต้องไม่เข้มไปกว่าความเข้มของแสงที่วัดได้ต่ำสุดบนพื้นผิวโต๊ะแข่งขัน

17.5 แหล่งกำเนิดของแสงสว่างจะต้องอยู่สูงกว่าพื้นที่สนามแข่งขันไม่น้อยกว่า 5 เมตร

17.6 ฉากหลังโดยทั่ว ๆ ไปจะต้องมืดและไม่มีแสงสว่างจากแหล่งกำเนิดไฟอื่น หรือแสงสว่างจากธรรมชาติผ่านเข้ามาตามช่องหรือหน้าต่าง

17.7 พื้นสนามแข่งขันจะต้องไม่เป็นสีสว่างสะท้อนแสงหรือลื่น และจะต้องไม่เป็นอิฐ คอนกรีต หรือหิน สำหรับการแข่งขันระดับโลกหรือโอลิมปิก พื้นสนามแข่งขันจะต้องเป็นไม้หรือวัสดุยางสังเคราะห์ที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ



การโฆษณา (ADVERISMENTS)

18.1 การโฆษณาภายในพื้นที่การแข่งขันสามารถทำได้เฉพาะบนอุปกรณ์การแข่งขัน โดยไม่มีการต่อเติมออกมาเป็นพิเศษ

18.2 การโฆษณาภายในพื้นที่แข่งขันต้องไม่ใช้หลอดนีออนหรือแสงสว่างสีต่าง ๆ

18.3 ตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ภายในที่ปิดล้อมหรือแผงกั้นลูกจะต้องไม่ เป็นสีขาวหรือสีส้ม และจะต้องมีสีไม่มากกว่า 2 สี โดยมีขนาดความสูงไม่เกิน 40 เซนติเมตร และควรจะเป็นสีเดียวกันกับสีของแผงกั้นลูกโดยเป็นสีที่อ่อนกว่า หรือเข้มกว่า

18.4 การโฆษณาบนเก้าอี้หรือบนเครื่องใช้อื่น ๆ ภายในพื้นที่การแข่งขันจะต้องมีขนาดใหญ่ไม่เกิน 750 ตารางเซนติเมตร

18.5 การโฆษณาเสื้อผ้าของผู้เล่น มีข้อจำกัด ดังนี้
-18.5.1 สัญลักษณ์หรือชื่อ เครื่องหมายการค้าจะมีขนาดใหญ่ได้ไม่เกิน 24 ตารางเซนติเมตร
-18.5.2 บนเสื้อแข่งขันสามารถมีโฆษณาได้ไม่เกิน 6 ชิ้น โดยจะต้องแยกจากกันอย่างชัดเจนบนด้านหน้า ด้านข้าง หรือบนไหล่ของเสื้อแข่งขัน ซึ่งการโฆษณามีพื้นที่รวมกันแล้ว ไม่เกิน 600 ตารางเซนติเมตร โดยโฆษณาด้านหน้าได้ไม่เกิน 4 ชิ้น
-18.5.3 บนกางเกงหรือกระโปรงการแข่งขัน สามารถมีโฆษณาได้ไม่เกิน 2 ชิ้น โดยจะต้องแยกจากกันอย่างชัดเจน ซึ่งการโฆษณาจะมีพื้นที่รวมกันแล้วไม่เกิน 80 ตารางเซนติเมตร
-18.5.4 ด้านหลังของเสื้อแข่งขัน สมารถมีโฆษณาได้ไม่เกิน 2 ชิ้น และมีขนาดใหญ่ได้ไม่เกิน 400 ตารางเซนติเมตร


18.6 การทำเครื่องหมายใด ๆ บนพื้นสนามแข่งขัน จะต้องไม่เป็นสีขาวหรือส้ม ควรจะเป็นเฉดเดียวกับสีพื้นของสนามแข่งขัน โดยมีสีเข้มกว่าหรือจางกว่าเล็กน้อย

18.7 เครื่องหมายป้ายโฆษณาบนพื้นที่ของแต่ละพื้นที่แข่งขันมีได้ไม่เกิน 4 ชิ้น โดยอยู่บนพื้นด้านปลายโต๊ะข้างละ 1 ชิ้น และอยู่บนพื้นด้านข้างแต่ละด้านของโต๊ะข้างละ 1 ชิ้น โดยโฆษณาแต่ละชิ้นต้องมีขนาดไม่เกิน 2.5 ตารางเมตร และต้องอยู่ไกลจากแผงกั้นลูกไม่น้อยกว่า 1 เมตร และเครื่องหมายป้ายโฆษณาบนพื้นทางด้านปลายของโต๊ะ ห้ามห่างจากแผงกั้นลูกมากกว่า 2 เมตร

18.8 ในบริเวณพื้นที่ครึ่งหนึ่งของขอบโต๊ะแต่ละข้างของโต๊ะแข่งขัน อนุญาตให้ติดป้ายโฆษณาจำนวน 1 ชิ้น และบนขอบโต๊ะด้านบนของด้านปลายโต๊ะของแต่ละเส้น อนุญาตให้ติดป้ายโฆษณาได้ด้านละ 1 ชิ้น ป้ายโฆษณานี้จะต้องแยกจากเครื่องหมายโฆษณาที่ติดไว้เดิมอย่างเด่นชัด และจะต้องไม่เป็นป้ายโฆษณาของผู้ผลิตหรือผู้ขายอุปกรณ์เทเบิลเทนนิสยี่ห้ออื่น และมีความยาวไม่เกินชิ้นละ 60 เซนติเมตร

18.9 ป้ายโฆษณาบนตาข่ายจะต้องเป็นสีส้ม หรือสีที่จางกว่าสีพื้นของตาข่าย และจะต้องมีระยะห่างจากแนวสีขอบด้านบนของตาข่าย 3 เซนติเมตร และต้องไม่บังทับรูของตาข่าย

18.10 การโฆษณาบนหมายเลขที่ติดบนด้านหลังของผู้เล่นจะมีขนาดใหญ่ได้ไม่เกิน 100 ตารางเซนติเมตร

18.11 การโฆษณาบนเสื้อของกรรมการผู้ตัดสินจะมีขนาดใหญ่ไดไม่เกิน 40 ตารางเซนติเมตร

18.12 ในการแข่งขันระดับนานาชาติ บนผู้เล่นจะต้องไม่มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์บุหรี่ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือยาที่เป็นอันตราย


เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการตัดสิน (JURISDICTION OF OFFICIALS)


19.1 ผู้ชี้ขาด (REFEREE)
-19.1.1 ผู้ชี้ขาดจะต้องถูกแต่งตั้งขึ้นในการแข่งขันแต่ละครั้ง เพื่อควบคุมการแข่งขัน โดยชื่อและที่ติดต่อจะต้องเป็นที่ทราบแก่ผู้เข้าแข่งขัน หรือหัวหน้าทีมต่าง ๆ พอสมควร
-19.1.2 ผู้ชี้ขาดมีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้
- มีหน้าที่เกี่ยวกับการจับฉลาก
- จัดตารางเวลาและกำหนดโต๊ะแข่งขัน
- แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในการแข่งขัน เช่น ผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน ฯลฯ
- ตัดสินปัญหาในเรื่องของการตีความตามกติกาหรือข้อบังคับต่าง ๆ รวมไปถึงข้อบังคับเกี่ยวกับเสื้อผ้าอุปกรณ์การแข่งขัน และสภาพสนามแข่งขัน
- ตัดสินว่าผู้เล่นจะสวมชุดวอร์มลงแข่งขันได้หรือไม่
- ตัดสินว่าจะยุติการเล่นเป็นการฉุกเฉินได้หรือไม่
- ตัดสินว่าผู้เล่นจะออกนอกพื้นที่การแข่งขันในระหว่างการแข่งขันได้หรือไม่
- ตัดสินว่าผู้เล่นจะฝึกซ้อมได้เกินตามเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่
- มีหน้าที่ที่จะใช้มาตรการลงโทษสำหรับผู้ที่ประพฤติผิดมารยาท หรือละเมิดข้อบังคับอื่น ๆ
- มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เล่นให้เป็นไปตามระเบียบการแข่งขัน
- ตัดสินว่าจะให้ผู้เล่นฝึกซ้อมที่ใดขณะยุติการเล่นฉุกเฉิน
- มีหน้าที่ในการอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ตัดสิน
-19.1.3 หากหน้าที่ต่าง ๆ กล่าวมา คณะกรรมการจัดการแข่งขันได้มอบหมายให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งทำหน้าที่แทนชื่อและ ที่ติดต่อของบุคคลนั้นจะต้องเป็นที่ทราบแก่ผู้เข้าร่วมแข่งขันหรือหัวหน้า ทีมต่าง ๆ ตามสมควร
-19.1.4 ผู้ชี้ขาดหรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบรองลงไป จะต้องอยู่ ณ ที่แข่งขันตลอดเวลาการแข่งขัน
- 19.1.5 ผู้ชี้ขาดสามารถที่จะลงทำหน้าที่แทนผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน หรือเจ้าหน้าที่นับจำนวนครั้งได้ทุกโอกาส แต่จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคำตัดสินของผู้ตัดสินหรือผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ได้ ตัดสินไปแล้ว ในปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับข้อเท็จจริง
- 19.1.6 ผู้เล่นจะอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ชี้ขาด นับตั้งแต่เวลามาถึงสถานที่แข่งขัน จนกระทั่งออกจากสถานที่แข่งขัน


19.2 ผู้ตัดสิน (UMPIRE)
-19.2.1 ผู้ตัดสินจะถูกแต่งตั้งขึ้น 1 คน และผู้ช่วยผู้ตัดสิน 1 คน ในแต่ละแมทช์ โดยจะนั่งหรือยืนตรงด้านข้างของโต๊ะในแนวเดียวกันกับตาข่ายและห่างจากโต๊ะประมาณ 2-3 เมตร
-19.2.2 ผู้ตัดสินมีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้
- ตรวจอุปกรณ์ และดูแลสภาพความเรียบร้อยของสนามแข่งขัน และรายงานต่อผู้ชี้ขาดทันทีที่สภาพสนามบกพร่อง
- ทำหน้าที่ในการสุ่มเพื่อเลือกลูกเทเบิลเทนนิส
- ทำหน้าที่ในการเสี่ยง เพื่อให้ผู้เล่นเลือกเสิร์ฟ เลือกรับ หรือเลือกแดน
- ตัดสินใจผ่อนผันในการเสิร์ฟลูกของผู้เล่นที่หย่อนสมรรถภาพทางร่างกาย
- ควบคุมลำดับการเสิร์ฟ การรับ การเปลี่ยนแดน และแก้ไขในกรณีที่ผิดพลาด
- ตัดสินผลของการตีโต้ว่าได้คะแนนหรือเล็ท
- ทำหน้าที่ในการขานคะแนนและใช้สัญญาณมือ
- เป็นผู้แนะนำระบบการแข่งขันแบบเร่งเวลา
- ควบคุมการแข่งขันให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
- ควบคุมการแนะนำหรือการสอนผู้เล่นและมารยาทความประพฤติของผู้เล่นให้เป็นไปตามกติกา
-19.2.3 ผู้ตัดสินจะใช้สัญญาณมือเพื่อช่วยในการตัดสินควบคู่ไปกับการขานคะแนน ดังนี้
- เมื่อได้คะแนนผู้ตัดสินจะกำมือโดยหันหน้ามือออก ยกกำปั้นขึ้นมาโดยข้อศอกอยู่ระดับเดียวกันกับหัวไหล่ด้านของฝ่ายที่ได้คะแนน
- ในตอนเริ่มเกมหรือในการเปลี่ยนเสิร์ฟ ผู้ตัดสินจะผายมือไปยังแดนหรือฝ่ายนั้น ๆ
- เมื่อการเล่นเป็นเล็ท ผู้ตัดสินจะยกมือไปข้างหน้าเหนือศีรษะ เพื่อแสดงว่าการตีโต้นั้นหยุดลง
- เมื่อลูกถูกด้านบนของขอบโต๊ะ ผู้ตัดสินจะชี้มือไปยังจุดที่ลูกสัมผัสถูกขอบโต๊ะ
- ขณะเปลี่ยนแดนในครึ่งเกมสุดท้ายผู้ตัดสินจะไขว้มือทั้งสองข้าง ในระดับอก เพื่อให้ผู้เล่นเปลี่ยนแดนกัน
- ผู้เล่นจะอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ตัดสิน นับตั้งแต่เวลามาถึงพื้นที่การแข่งขันจนกระทั่งออกจากพื้นที่การแข่งขัน

19.3 ผู้ช่วยผู้ตัดสิน (ASISTANT UMPIRE)
-19.3.1 ผู้ช่วยผู้ตัดสินมีหน้าที่ตัดสินว่าลูกเทเบิลเทนนิสสัมผัสถูกขอบโต๊ะหรือไม่ ในด้านที่ใกล้ที่สุดกับตนเอง
-19.3.2 ทั้งผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินอาจตัดสินใจ ดังนี้
- พิจารณาลักษณะการส่งลูกของผู้เล่นว่าถูกต้องตามกติกาหรือไม่
- ในการเสิร์ฟลูกนั้นสัมผัสถูกตาข่ายหรือไม่
- พิจารณาว่าผู้เล่นขวางลูกหรือไม่
- ในขณะแข่งขันมีสิ่งเข้ามารบกวนอันจะมีผลต่อการแข่งขันหรือไม่
- รักษาเวลาในการฝึกซ้อม ในการเล่นหรือขณะหยุดพัก
-19.3.3 การตัดสินใด ๆ ของผู้ตัดสิน และผู้ช่วยผู้ตัดสิน จะต้องไม่ก้าวก่ายต่อหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่แต่งตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ
-19.3.4 ในการแข่งขันระบบเร่งเวลาจะให้ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือจะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ขึ้นมาต่างหาก เป็นผู้นับจำนวนครั้งก็ได้






การประท้วง (APPEALS)

20.1 จะไม่มีการตกลงกันเองของผู้เล่นหรือหัวหน้าทีมที่จะเปลี่ยนแปลงคำ ตัดสินหรือเจ้าหน้าที่ในกรณีที่เกมการแข่งขันเกิดปัญหาขึ้นตามข้อเท็จจริง หรือเปลี่ยนแปลงการตีความกติกาหรือกฎข้อบังคับของผู้ชี้ขาดหรือเปลี่ยนแปลง การดำเนินการจัดการแข่งขัน ซึ่งอยู่ในความ
รับผิด ชอบ ของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน

20.2 การประท้วงจะต้องไม่คัดค้านต่อการตัดสินของผู้ตัดสินหรือเจ้า หน้าที่ในกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นตามข้อเท็จจริงหรือประท้วงในการตัดสินของผู้ ชี้ขาดในกรณีที่เกี่ยวกับการตีความตามกติกาหรอกฎข้อบังคับ

20.3 การประท้วงเกี่ยวกับการตัดสินของผู้ตัดสินในกรณีเกี่ยวกับการตีความในปัญหาของกติกา หรือกฎข้อบังคับให้ประท้วงต่อผู้ชี้ขาดและคำตัดสินของผู้ชี้ขาดถือเป็นข้อยุติ

20.4 การประท้วงเกี่ยวกับการตัดสินของผู้ชี้ขาดในกรณีเกี่ยวกับปัญหาของการจัดการแข่งขัน นอกเหนือจากกติกาหรือกฎข้อบังคับให้ทำการประท้วงต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขัน และการตัดสินของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ถือว่าสิ้นสุด

20.5 การแข่งขันประเภทบุคคล การประท้วงจะทำได้เฉพาะผู้เล่นซึ่งเป็นคู่กรณีในแมทช์ที่ปัญหาได้เกิดขึ้น และในการแข่งขันประเภททีม การประท้วงจะทำได้เฉพาะหัวหน้าทีมซึ่งเป็นคู่กรณีในแมทช์ที่ปัญหาเกิดขึ้นเท่านั้น

20.6 ปัญหาการตีความกติกาหรือกฎข้อบังคับที่เกิดจากการตัดสินของผู้ชี้ ขาดหรือปัญหาของการจัดการแข่งขันหรือดำเนินการแข่งขันที่เกิดขึ้นจากการ ตัดสินของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ผู้เล่นหรือหัวหน้าทีมอาจจะประท้วงผ่านต้นสังกัดหรือสโมสรของตนไปยังสมาคมก็ ได้ สำหรับการพิจารณาของสมาคมจะพิจารณาหาข้อปฏิบัติ สำหรับการตัดสินต่อไปในอนาคต แต่ทั้งนี้จะไม่มีผลต่อคำตัดสินในครั้งที่ผ่านมาใด ๆ ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว โดยผู้ชี้ขาดหรือคณะกรรมการจัดการแข่งขันที่รับผิดชอบ





การดำเนินการแข่งขัน (MATCH PROCEDURE)

21.1 ผู้เล่นจะต้องไม่ทำการคัดเลือกลูกเทเบิลเทนนิสในพื้นที่แข่งขัน
-21.1.1 หากมีโอกาส ควรให้ผู้เล่นทำการัดเลือกลูกลูกเทเบิลเทนนิสที่จะใช้ทำการแข่งขันจำนวน 1 ลูกหรือมากกว่า ก่อนที่ผู้เล่นจะลงทำการแข่งขัน และการแข่งขันในแมทช์นั้น จะต้องแข่งขันด้วยลูกเทเบิลเทนนิสที่ผู้เล่นคัดเลือกมาเท่านั้น โดยผู้ตัดสินเป็นผู้สุ่มขึ้นมา
-21.1.2 หากผู้เล่นไม่คัดเลือกลูกเทเบิลเทนนิสก่อนลงทำการแข่งขัน ให้ผู้ตัดสินเป็นผู้สุ่มจากลูกที่มีอยู่เพื่อใช้แข่งขัน
- 21.2.3 ระหว่างแมทช์การแข่งขัน หากจะต้องเปลี่ยนลูกเทเบิลเทนนิสที่ใช้แข่งขัน ให้ผู้ตัดสินสุ่มเลือกลูกที่ได้เลือกไว้ก่อนทำการแข่งขัน หากไม่สามารถทำได้ ให้ผู้ตัดสินสุ่มเลือกลูกที่ได้จัดเตรียมไว้เพื่อแข่งขัน


21.2 ผู้เล่นจะเปลี่ยนไม้เทเบิลเทนนิสได้ในระหว่างแมทช์การแข่งขัน เมื่อเกิดจากอุบัติเหตุจนไม่สามารถใช้แข่งขันได้เท่านั้น โดยผู้เล่นสามารถเปลี่ยนไม้อันใหม่ได้ ด้วยไม้ของผู้เล่นที่นำติดตัวเข้ามาในพื้นที่การแข่งขันหรือไม้ที่ถูกส่งให้ กับผู้เล่นในพื้นที่การแข่งขันก็ได้

21.3 ผู้เล่นจะต้องวางไม้เทเบิลเทนนิสของเขาบนโต๊ะแข่งขันระหว่างหยุดพักระหว่างเกม

21.4 ผู้เล่นจะได้รับอนุญาตให้ฝึกซ้อมบนโต๊ะแข่งขันเป็นเวลาไม่เกิน 2 นาที ก่อนการแข่งขัน สำหรับในช่วงเวลาระหว่างการแข่งขันจะไม่สามารถทำการฝึกซ้อมได้ ซึ่งการฝึกซ้อมนอกเหนือจากที่กล่าวมาอาจจะขยายออกไปได้โดยการอนุญาตของผู้ชี้ขาด

21.5 ระหว่างการยุติการเล่นฉุกเฉิน ผู้ชี้ขาดอาจจะอนุญาตให้ผู้เล่นทำการฝึกซ้อมบนโต๊ะแข่งขันนั้นรวมไปถึงโต๊ะแข่งขันอื่น ๆ ได้

21.6 ผู้เล่นจะได้รับอนุญาตอย่างมีเหตุผลที่จะตรวจสอบอุปกรณ์ที่เปลี่ยนใหม่อันเกิดจากการชำรุด แต่ก็จะไม่มากไปกว่าการฝึกตีโต้ 2-3 รั้ง ก่อนการเล่นใหม่

21.7 การแข่งขันจะต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นเวลาหยุดพักที่ได้รับอนุญาต

21.8 ผู้เล่นสามารถหยุดพักได้ไม่เกิน 1 นาที ในระหว่างจบเกมการแข่งขัน

21.9 ในระหว่างการแข่งขัน ผู้ตัดสินอาจอนุญาตให้หยุดเพื่อทำการเช็ดเหงื่อได้ในช่วงเวลาอันสั้น ๆ เมื่อครบทุก ๆ 6 คะแนนเท่านั้น และเมื่อขณะเปลี่ยนแดนกันในเกมสุดท้าย

21.10 ผู้เล่นหรือคู่เล่นสามารถขอเวลานอกได้แมทช์ละ 1 ครั้ง ไท้เกิน 1 นาที
- ประเภทบุคคล ผู้เล่นหรือคู่เล่น หรือผู้ฝึกสอนที่ถูกกำหนดไว้เป็นผู้ขอเวลานอก ประเภททีม ผู้เล่นหรือคู่เล่นหรือหัวหน้าทีมเป็นผู้ขอเวลานอก
- การขอเวลานอก จะขอได้ในขณะที่ลูกไม่อยู่ในระหว่างการเล่น โดยผู้ขอใช้มือทำสัญลักษณ์เป็นรูป “ตัวที”
- ผู้ตัดสินจะหยุดการแข่งขัน โดยชูใบขาวเหนือศีรษะแล้ววางไว้บนโต๊ะในแดนของผู้เล่นหรือคู่เล่นที่ขอเวลานอก
- ผู้ขอเวลานอก เป็นผู้ใช้สิทธิ์ในระยะเวลาตามที่กำหนดไว้
- ถ้าผู้เล่นหรือคู่เล่นและผู้ฝึกสอนที่ถูกกำหนดไว้หรือหัวหน้า ทีมไม่สามารถตกลงกันได้ในการขอเวลานอกอำนาจในการตัดสินใจครั้งสุดท้ายให้ถือ ดังนี้ ในประเภทบุคคลโดยผู้เล่นหรือคู่เล่น ในประเภททีมโดยหัวหน้าทีม

21.11 ผู้ชี้ขาดอาจจะอนุญาตให้ยุติการเล่นชั่วคราวในช่วงเวลาอันสั้น ที่สุด ซึ่งจะไม่เกิน 10 นาที ถ้าผู้เล่นไม่สามารถเล่นได้ เนื่องจากอุบัติเหตุ โดยมีเงื่นไขว่าในความเห็นของผู้ชี้ขาดการยุติการเล่นชั่วคราวนั้นไม่น่าจะ ทำให้ผู้เล่นหรือคู่เล่นฝ่ายตรงข้ามเสียเปรียบเกินควร
21.12 การยุติการเล่นชั่วคราว จะไม่อนุญาตสำหรับความไม่พร้อมของร่างกายที่เกิดขึ้นในขณะแข่งขัน หรือคาดว่าจะเกิดก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น เช่น ความอ่อนเพลีย ตะคริว หรือความไม่สมบูรณ์ของผู้เล่น เหล่านี้จะไม่อนุญาตให้เป็นการยุติการเล่นฉุกเฉินการยุติการเล่นฉุกเฉินจะยุติในกรณีที่เกิดจากอุบัติเหตุเท่านั้น เช่น การบาดเจ็บเนื่องจากหกล้ม

21.13 ถ้าบุคคลใดบุคคลหนึ่งในบริเวณพื้นที่แข่งขันมีเลือดออก การเล่นจะถูกยุติลงทันที และการแข่งขันจะไม่ดำเนินต่อจนกว่าบุคคลนั้นจะได้รับการปฐมพยาบาล และทำความสะอาดเลือดออกจากพื้นที่การแข่งขันแล้ว

21.14 ผู้เล่นจะต้องอยู่ในพื้นที่การแข่งขันหรือใกล้พื้นที่การแข่งขันตลอดการแข่งขันนั้น โดยในการหยุดพักระหว่างเกมและการขอเวลานอก ผู้เล่นจะต้องอยู่ในระยะไม่เกิน 3 เมตร ของพื้นที่การแข่งขันภายใต้การควบคุมของผู้ตัดสิน การออกนอกระยะดังกล่าวสามารถทำได้โดยต้องได้รับอนุญาตจากผู้ชี้ขาด





การแนะนำผู้เล่นหรือการสอนผู้เล่น (ADVICE TO PLAYERS)

22.1 ในการแข่งขันประเภททีม ผู้เล่นจะได้รับคำแนะนำ หรือการสอนจากใครก็ได้ แต่ในการแข่งขันประเภทบุคคล ผู้เล่น หรือคู่เล่น จะได้รับการสอนจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้นซึ่งจะต้องแจ้งให้ผู้ตัดสินทราบ ก่อนการแข่งขัน ยกเว้นระดับนานาชาติในประเภทคู่ หากผู้เล่นมาจากคนละประเทศให้ผู้เล่นเสนอรายชื่อผู้สอนของแต่ละคนได้ ถ้าบุคคลที่ไม่มีหน้าที่ได้รับการแต่งตั้งมาทำการสอนผู้ตัดสินจะใช้ใบแดง แสดงให้บุคคลนั้นออกจากบริเวณพื้นที่แข่งขันโดยผู้ใดกระทำผิดให้พิจารณา เฉพาะบุคคลนั้น ๆ

22.2 ผู้เล่นจะได้รับการสอนในระหว่างการหยุดพักระหว่างจบเกมหรือระหว่างช่วงหยุดพักการเล่นชั่วคราวที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากมีบุคคลสอนผู้เล่นในขณะแข่งขัน ผู้ตัดสินจะใช้ใบเหลืองแสดงเตือนบุคคลนั้น ไม่ให้กระทำเช่นนั้นอีก และแจ้งให้ทราบว่าในครั้งต่อไปจะให้ออกจากบริเวณพื้นที่แข่งขัน

22.3 หลังจากผู้ตัดสินได้เตือนแล้ว หากมีบุคคลในทีมหรือบุคคลอื่นที่ทำการสอนอย่างผิดกติกาอีก ผู้ตัดสินจะใช้ใบแดงแสดงให้ออกจากพื้นที่การแข่งขันไม่ว่าเขาจะเป็นผู้ถูกเตือนมาก่อนหน้านั้นหรือไม่ก็ตาม

22.4 ในการแข่งขันประเภททีม ผู้สอนที่ถูกให้ออกจากพื้นที่แข่งขันจะไม่สามารถกลับเข้ามาได้อีก และไม่สามารถเปลี่ยนผู้สอนคนอื่นแทนได้ จนกระทั่งจบการแข่งขันประเภททีม ยกเว้นผู้นั้นต้องลงทำการแข่งขัน สำหรับประเภทบุคคล ผู้สอนไม่สามารถกลับเข้ามาได้อีกจนกระทั่งจบการแข่งขันแมทช์นั้น

22.5 ถ้าผู้สอนปฏิเสธที่จะออกจากพื้นที่การแข่งขันหรือกลับเข้ามาใน พื้นที่การแข่งขันก่อนที่การแข่งขันจะเสร็จสิ้นผู้ตัดสินจะยุติการเล่นและ รายงานต่อผู้ชี้ขาดทันที





ความประพฤติ (BEHAVIOUR)

23.1 ผู้เล่นและผู้ฝึกสอนจะต้องไม่ทำกิริยาหรือความประพฤติที่ไม่ดีอันจะมีผลต่อฝ่ายตรงข้าม หรือผู้ชม หรือทำให้เกมการแข่งขันเกิดความเสื่อมเสีย ความประพฤติดังกล่าว เช่น จงใจทำให้ลูกแตก โต๊ะด้วยไม้เทเบิลเทนนิส เตะโต๊ะเทเบิลเทนนิสหรือแผงกั้นลูก พูดคำหยาบหรือจงใจตะโกนด้วยเสียงอันดังเกินควร แกล้งตีลูกเทเบิลเทนนิสให้ออกจากพื้นที่แข่งขัน หรือการไม่เคารพเชื่อฟังผู้ตัดสินและเจ้าหน้าที่

23.2 เมื่อผู้ตัดสินได้พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้เล่นหรือผู้ฝึกสอนทำความประพฤติไม่ดีอย่างร้ายแรง ผู้ตัดสินจะให้ใบเหลือง และเตือนถึงการลงโทษหากยังกระทำอยู่อีก

23.3 หลังจากที่ได้รับการเตือนแล้ว ถ้าผู้เล่นยังกระทำลักษณะดังกล่าวหรือลักษณะอื่น ๆ เป็นครั้งที่ 2 ในแมทช์เดียวกันกับประเภทบุคคล หรือแมทช์เดียวกันกับประเภททีม ผู้ตัดสินจะให้ 1 คะแนน แก่ฝ่ายตรงข้าม หลังจากนั้น หากยังกระทำอยู่อีกผู้ตัดสินจะให้คะแนน 2 คะแนน แก่ฝ่ายตรงข้าม ซึ่งในการให้คะแนนแต่ละครั้งผู้ตัดสินจะใช้ใบเหลืองและใบแดงชูขึ้นพร้อมกัน ยกเว้นกรณีข้อ 23.2 และข้อ 23.5

23.4 ถ้าผู้เล่นได้ถูกลงโทษในเรื่องเกี่ยวกับความประพฤติโดยให้คะแนนแก่ฝ่ายตรงข้าม 2 ครั้งแล้ว (3 คะแนน) แต่ยังงกระทำอยู่อีกผู้ตัดสินจะยุติการเล่น และรายงานต่อผู้ชี้ขาดทันที

23.5 ถ้าพบว่าผู้เล่นได้เปลี่ยนไม้เทเบิลเทนนิสของเขาในระหว่างการเล่นโดยไม่แจ้งให้ทราบ ผู้ตัดสินจะยุติการเล่นทันทีและรายงานผู้ชี้ขาด

23.6 การเตือนหรือการลงโทษตัดคะแนนในประเภทคู่ให้หมายรวมถึงทั้ง 2 คนด้วย สำหรับในประเภททีมในแมทช์เดียวกันนั้น เมื่อเริ่มการแข่งขันประเภทคู่ หากมีการถูกเตือนหรือลงโทษตัดคะแนนมาก่อนหน้านั้น จะถือผลของการเตือนหรือลงโทษตัดคะแนนอันที่สูงที่สุดของผู้ที่กระทำผิดในคู่ นั้น เว้นแต่หากผู้เล่นในประเภทคู่นั้นไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดจะไม่มีผลเมื่อลงทำ การแข่งขันในลำดับถัดไปในทีมแมทช์เดียวกัน

23.7 หลังจากผู้แนะนำหรือผู้สอนได้รับการเตือนแล้ว แต่ยังกระทำอยู่อีก ผู้ตัดสินจะให้เขาออกจากพื้นที่โดยใช้ใบแดง ซึ่งเขาจะกลับมาไม่ได้จนกว่าการแข่งขันในประเภททีมนั้นได้เสร็จสิ้นลง หรือจบการแข่งขันคู่นั้นสำหรับประเภทบุคคล ทั้งนี้ยกเว้นกรณีข้อ 23.2

23.8 ผู้ชี้ขาดอาจจะใช้มาตรการทางวินัยแก่ผู้เล่นภายใต้ดุลยพินิจของเขา สำหรับความประพฤติที่ไม่สมควรก้าวร้าว โดยอาจจะให้ผู้เล่นออกจากแมทช์การแข่งขันในประเภทนั้น ๆ หรือการแข่งขันทั้งหมด โดยการใช้ใบแดงไม้ว่าผู้ตัดสินจะรายงานให้ทราบหรือไม่ก็ตาม

23.9 ถ้าผู้เล่นถูกปรับให้แพ้ 2 แมทช์ ในการแข่งขันประเภททีม หรือในประเภทบุคคล ผู้เล่นจะถูกให้ออกจากการแข่งขันในประเภททีม หรือประเภทบุคคล ของรายการาแข่งขันนั้น โดยอัตโนมัติ

23.10 ผู้ชี้ขาดอาจลงโทษบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันในรายการที่เหลืออยู่ ถ้าบุคคลนั้นได้ถูกลงโทษให้ออกนอกพื้นที่แข่งขันถึง 2 ครั้ง

23.11 ถ้าเกิดกรณีปฏิบัติผิดอย่างร้ายแรง ให้รายงานเป็นบันทึกให้สมาคมต้นสังกัดของผู้ทำผิดนั้นทราบ





การแข่งขันประเภททีม (TEAM EVENT)


24.1 ในการแข่งขันประเภททีมจะทำการแข่งขันแบบ BEST OF 5 MATCHES (5 SINGLES) หรือ BEST OF 5 MATCHES (4 SINGLES AND 1 DOUBLES) หรือระบุอื่น ๆ เช่น BEST OF 7 MATCHES. BEST OF 9 MATCHES ซึ่งจะต้องระบุลงในระเบียบการแข่งขันนั้น ๆ

24.2 การแข่งขันแบบ BEST OF 5 MATCHES (5 SINGLES) จะต้องประกอบด้วยผู้เล่น 3 คน ลำดับการแข่งขัน มีดังนี้ คู่ที่1 A-X คู่ที่2 B-Y คู่ที่3 C-Z คู่ที่4 A-Y คู่ที่5 B-X

24.3 การแข่งขันแบบ BEST OF 5 MATCHES (4 SINGLES AND 1 DOUBLES) จะประกอบด้วยผู้เล่น 2-3 คน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น